Search for a command to run...
ร่างนี้จัดทำขึ้นจากการตรวจสอบการทำงานจริงของระบบทีละส่วน เพื่อให้ข้อเท็จจริงถูกต้องก่อนเป็นอันดับแรก ต้องผ่านการตรวจสอบและอนุมัติจากฝ่ายกฎหมายและเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) ของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ก่อนเผยแพร่เป็นประกาศอย่างเป็นทางการ
ข้อความที่แสดงเป็นกรอบสีเหลืองในลักษณะ [ ต้องกรอก: ตัวอย่างช่องที่ต้องกรอก ] คือค่าที่ยังไม่ทราบและ ต้องกรอกโดย วช. เท่านั้น ผู้จัดทำร่างไม่ได้ใส่ค่าสมมติไว้ในช่องเหล่านี้โดยเจตนา
คลังข้อมูลการวิจัยแห่งชาติ (STRI AI Portal) ดำเนินการโดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดทำขึ้นตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
ประกาศฉบับนี้อธิบายว่าระบบเก็บข้อมูลอะไรจากท่าน ด้วยเหตุใด เก็บไว้นานเท่าใด ส่งต่อให้ใครบ้าง และท่านมีสิทธิอะไรบ้าง โดยระบุตามการทำงานจริงของระบบ ไม่ใช่ตามแบบแผนทั่วไป
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับระบบคลังข้อมูลการวิจัยแห่งชาติ (STRI AI Portal) คือ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) หรือ National Research Council of Thailand (NRCT)
ประกาศฉบับนี้ใช้กับระบบ STRI AI Portal ที่ให้บริการผ่านเว็บไซต์ tnrr-ai.opend.cloud ซึ่งเป็นโดเมนถาวรของระบบ และ tnrr-ai.biggo-analytics.dev ซึ่งเป็นโดเมนในระยะนำร่องที่ยังใช้งานได้อยู่ในขณะนี้ รวมถึงการเข้าถึงระบบเดียวกันผ่านหมายเลขไอพีของเครื่องแม่ข่ายโดยตรง ซึ่งขณะนี้ยังเปิดอยู่และให้บริการหน้าเดียวกัน ประกาศฉบับนี้ไม่ครอบคลุมเว็บไซต์หรือระบบอื่นของ วช. และไม่ครอบคลุมระบบของผู้ให้บริการ ยืนยันตัวตนที่ผู้ใช้เลือกใช้ ซึ่งแต่ละรายมีนโยบายของตนเอง
ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (ผู้ดูแลโครงสร้างพื้นฐานและผู้พัฒนาระบบที่ประมวลผลข้อมูลตามคำสั่งของ วช.): [ ต้องกรอก: ชื่อนิติบุคคลและเลขที่สัญญา/ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูล ]
ระบบนี้ไม่มีการสมัครสมาชิกด้วยตนเองและไม่มีการเก็บรหัสผ่านใด ๆ ข้อมูลส่วนบุคคลเกือบทั้งหมดได้รับมาจากผู้ให้บริการยืนยันตัวตนที่ผู้ใช้เลือกเอง ณ ขณะเข้าสู่ระบบ
ข้อเท็จจริงที่ใช้กับทุกช่องทาง: นอกจากฟิลด์ที่ระบุในตารางแล้ว ระบบยังเก็บชุดข้อมูลดิบทั้งหมดที่ผู้ให้บริการส่งกลับมาในการเข้าสู่ระบบแต่ละครั้งไว้ด้วย เพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าข้อมูลที่ระบบมีนั้นมาจากไหน และเพื่อรองรับกรณีที่ผู้ให้บริการเพิ่มหรือเปลี่ยนชื่อฟิลด์ ชุดข้อมูลดิบนี้จะถูกเขียนทับใหม่ทุกครั้งที่เข้าสู่ระบบ และ เลขประจำตัวประชาชนถูกลบออกจากชุดข้อมูลดิบก่อนบันทึกเสมอ (ดูข้อ 3)
ผู้ใช้เลือกช่องทางเดียวหรือหลายช่องทางก็ได้ ระบบแสดงเฉพาะช่องทางที่ผู้ดูแลระบบตั้งค่าไว้จริงเท่านั้น ช่องทางที่ไม่ได้ตั้งค่าจะไม่ปรากฏและใช้ไม่ได้
ขอบเขตสิทธิ์ที่ระบบร้องขอ: openid profile email read
| ข้อมูลที่ผู้ให้บริการส่งมา | ระบบเก็บเป็นอะไร | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| sub (หรือ username) | รหัสอ้างอิงผู้ใช้ฝั่งผู้ให้บริการ | ใช้จับคู่ว่าเป็นบัญชีเดิม ไม่แสดงบนหน้าเว็บ แต่รวมอยู่ในไฟล์สำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของบัญชีดาวน์โหลดเอง (ดูข้อ 9) |
| อีเมลของบัญชี | หากอีเมลนั้นถูกใช้โดยบัญชีอื่นในระบบอยู่แล้ว ระบบจะไม่เขียนลงโปรไฟล์ของบัญชีและปล่อยว่างไว้ แต่ยังคงเก็บไว้ในระเบียนของบัญชีที่เชื่อมต่อช่องทางนั้น และปรากฏในไฟล์สำเนาข้อมูล | |
| name | ชื่อที่ใช้แสดงในระบบ | — |
| prefix_name | คำนำหน้าชื่อ | — |
| first_name_th / fisrt_name_th | ชื่อ (ภาษาไทย) | — |
| last_name_th | นามสกุล (ภาษาไทย) | — |
| first_name_en / fisrt_name_en | ชื่อ (ภาษาอังกฤษ) | — |
| last_name_en | นามสกุล (ภาษาอังกฤษ) | — |
| org_id, org_name | รหัสและชื่อหน่วยงานต้นสังกัด | — |
| groups | รายการกลุ่ม (เก็บเฉพาะรหัสและชื่อ) | แสดงผลอย่างเดียว ไม่มีส่วนใดของระบบใช้ค่านี้ตัดสินสิทธิ์การเข้าถึง |
| national_id (13 หลักเต็ม) | ไม่จัดเก็บ | ใช้คำนวณค่าแฮชและเลขปิดบังในหน่วยความจำแล้วทิ้ง — ดูข้อ 3 |
| national_id_masked | เลขประจำตัวประชาชนแบบปิดบัง | — |
ขอบเขตสิทธิ์ที่ระบบร้องขอ: openid pid title given_name family_name name given_name_en family_name_en
| ข้อมูลที่ผู้ให้บริการส่งมา | ระบบเก็บเป็นอะไร | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| sub | รหัสอ้างอิงผู้ใช้ฝั่งผู้ให้บริการ | ไม่แสดงบนหน้าเว็บ แต่รวมอยู่ในไฟล์สำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของบัญชีดาวน์โหลดเอง (ดูข้อ 9) |
| pid (เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก) | ไม่จัดเก็บ | ใช้คำนวณค่าแฮชและเลขปิดบังในหน่วยความจำแล้วทิ้ง — ดูข้อ 3 |
| title | คำนำหน้าชื่อ | — |
| given_name / family_name | ชื่อ-นามสกุล (ภาษาไทย) | — |
| given_name_en / family_name_en | ชื่อ-นามสกุล (ภาษาอังกฤษ) | — |
| name | ชื่อที่ใช้แสดงในระบบ | หากไม่ส่งมา ระบบประกอบขึ้นจากชื่อและนามสกุล |
| (อีเมล) | ไม่มี | ThaID ไม่ได้ให้บริการอีเมล ระบบจึงไม่มีอีเมลจากช่องทางนี้และไม่ได้ร้องขอ |
| (วันเดือนปีเกิด) | ไม่ร้องขอ / ไม่ได้รับ | ถอดออกจากรายการสิทธิ์ที่ขอโดยเจตนา เพราะไม่มีส่วนใดของระบบใช้งาน |
การเชื่อมข้อมูลกับ NRIIS: ระบบมีความสามารถเสริม (ปิดไว้เป็นค่าตั้งต้น) ที่จะนำผลการยืนยันตัวตนจาก ThaID ไปขอข้อมูลโปรไฟล์จาก NRIIS ต่อ เพื่อให้ผู้ที่เข้าสู่ระบบด้วย ThaID ได้ข้อมูลหน่วยงานต้นสังกัดและอีเมลของตนมาด้วย หากเปิดใช้ความสามารถนี้ ข้อมูลจะถูกส่งระหว่างระบบของกรมการปกครองและของ วช. เท่านั้น ทั้งสองแห่งอยู่ในประเทศไทย จึงไม่ถือเป็นการส่งข้อมูลออกนอกราชอาณาจักร
ขอบเขตสิทธิ์ที่ระบบร้องขอ: openid email profile
| ข้อมูลที่ผู้ให้บริการส่งมา | ระบบเก็บเป็นอะไร | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| sub | รหัสอ้างอิงผู้ใช้ฝั่ง Google | ไม่แสดงบนหน้าเว็บ แต่รวมอยู่ในไฟล์สำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของบัญชีดาวน์โหลดเอง (ดูข้อ 9) |
| อีเมลของบัญชี | หาก Google ระบุว่าอีเมลยังไม่ได้รับการยืนยัน ระบบจะไม่บันทึกอีเมลนั้น | |
| name | ชื่อที่ใช้แสดงในระบบ | — |
| given_name / family_name | ชื่อ-นามสกุล (ภาษาอังกฤษ) | — |
| picture | ที่อยู่ (URL) ของรูปโปรไฟล์ | เก็บเฉพาะที่อยู่ของรูป ไม่ได้เก็บไฟล์ภาพ — ดูผลที่ตามมาในข้อ 6.4 |
| (เลขประจำตัวประชาชน) | ไม่มี | ช่องทางนี้ไม่ส่งและระบบไม่ร้องขอ |
ขอบเขตสิทธิ์ที่ระบบร้องขอ: public_profile email
| ข้อมูลที่ผู้ให้บริการส่งมา | ระบบเก็บเป็นอะไร | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| id | รหัสอ้างอิงผู้ใช้เฉพาะแอปนี้ | เป็นรหัสที่ใช้ได้กับแอปนี้เท่านั้น ไม่แสดงบนหน้าเว็บ แต่รวมอยู่ในไฟล์สำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของบัญชีดาวน์โหลดเอง (ดูข้อ 9) |
| name | ชื่อที่ใช้แสดงในระบบ | — |
| อีเมลของบัญชี (เมื่อได้รับ) | Facebook อาจไม่ส่งอีเมลมาจนกว่าแอปจะได้รับสิทธิ์ระดับ Advanced Access | |
| picture | ที่อยู่ (URL) ของรูปโปรไฟล์ | เก็บเฉพาะที่อยู่ของรูป ไม่ได้เก็บไฟล์ภาพ — ดูผลที่ตามมาในข้อ 6.4 |
| (เลขประจำตัวประชาชน) | ไม่มี | ช่องทางนี้ไม่ส่งและระบบไม่ร้องขอ |
ระบบไม่รวมบัญชีให้อัตโนมัติ แม้อีเมลจะตรงกัน การเข้าสู่ระบบด้วยสองช่องทางจะได้บัญชีสองบัญชี เว้นแต่ผู้ใช้จะกดผูกบัญชีเข้าด้วยกันเองขณะที่เข้าสู่ระบบอยู่ ข้อยกเว้นเดียวคือการจับคู่ด้วยค่าแฮชของเลขประจำตัวประชาชนภายในผู้ให้บริการรายเดิม เมื่อผู้ให้บริการรายนั้นเปลี่ยนรหัสอ้างอิงผู้ใช้ตามข้อ 3 ระบบไม่ได้ใช้ค่าแฮชดังกล่าวเชื่อมบัญชี ThaID เข้ากับบัญชี NRIIS
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ข้อมูลเซสชัน | รหัสเซสชัน, บัญชีที่เป็นเจ้าของ, ช่องทางที่ใช้เข้าสู่ระบบ, เวลาที่สร้าง, เวลาที่ใช้งานล่าสุด, เวลาหมดอายุ, เวลาและเหตุผลที่ถูกยกเลิก |
| หมายเลขไอพี | บันทึกเฉพาะตอนเข้าสู่ระบบและในบันทึกเหตุการณ์ด้านความปลอดภัย เก็บเฉพาะหมายเลขแรกที่ปรากฏ หากรูปแบบไม่ถูกต้องจะเก็บเป็นค่าว่าง |
| ข้อมูลเบราว์เซอร์และอุปกรณ์ (user-agent) | ข้อความที่เบราว์เซอร์ส่งมาบอกชนิดของตัวเองเอง ตัดเหลือไม่เกิน 400 ตัวอักษร ใช้เพื่อให้ผู้ใช้จำอุปกรณ์ของตนได้ในหน้าจัดการอุปกรณ์ ไม่ใช่เพื่อการวิเคราะห์พฤติกรรม |
| บันทึกเหตุการณ์ด้านการยืนยันตัวตน | เริ่มเข้าสู่ระบบ, เข้าสู่ระบบสำเร็จ, ถูกปฏิเสธ, เกิดข้อผิดพลาด, ผูกบัญชี, ยกเลิกการเชื่อมต่อ, ออกจากระบบ, ออกจากระบบทุกอุปกรณ์, ยกเลิกเซสชัน, การลบบัญชี และการเชื่อมข้อมูลกับ NRIIS ที่ไม่สำเร็จ — พร้อมเวลา ช่องทาง หมายเลขไอพี และข้อมูลเบราว์เซอร์ |
| ค่าที่ใช้ระหว่างขั้นตอนเข้าสู่ระบบ | ค่าสุ่มสำหรับป้องกันการปลอมคำขอ มีอายุใช้งาน 10 นาที และถูกลบออกจากฐานข้อมูลเมื่อบริการเริ่มต้นใหม่ครั้งถัดไปหลังจากหมดอายุแล้วเกิน 1 ชั่วโมง (ดูข้อจำกัดเรื่องรอบการลบในข้อ 7) ตัวค่าสุ่มไม่มีข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ภายใน แต่แถวข้อมูลนี้บันทึกรหัสสุ่มประจำเบราว์เซอร์ไว้ด้วย และบันทึกรหัสบัญชีของผู้ใช้เมื่อเป็นการกดเชื่อมต่อบัญชีขณะเข้าสู่ระบบอยู่ |
ผู้เข้าชมที่ไม่ได้เข้าสู่ระบบ: ไม่มีการบันทึกรายการใดในตารางนี้เลยแม้แต่รายการเดียว ไม่ใช่เพราะเป็นนโยบายที่ประกาศไว้เฉย ๆ แต่เพราะทุกแถวในตารางนี้ต้องมีรหัสบัญชีผู้ใช้กำกับเสมอ คำขอที่ไม่ได้พิสูจน์ว่ามาจากบัญชีใดจึงไม่มีที่ให้เขียนลง ข้อยกเว้นเดียวคือล็อกของเว็บเซิร์ฟเวอร์ในข้อ 2.4 ซึ่งเกิดกับผู้เข้าชมทุกคน ไม่ว่าจะเข้าสู่ระบบหรือไม่ และไม่ใช่ส่วนหนึ่งของชั้นการจำประวัตินี้
| หมวด | สิ่งที่ถูกบันทึก | ท่านควบคุมได้อย่างไร |
|---|---|---|
| คำค้นหาของท่าน | คำค้นตามที่พิมพ์ (ไม่เกิน 500 ตัวอักษร) ตัวกรองและโหมดการค้นที่เลือก จำนวนผลลัพธ์ที่ได้ จำนวนครั้งที่ค้นคำเดิม และเวลาที่ค้นครั้งแรกกับครั้งล่าสุด — คำค้นเดียวกันถูกรวมเป็นรายการเดียว ระบบจึงไม่มีไทม์ไลน์รายครั้งให้ย้อนดู และเก็บข้อมูลน้อยกว่าการบันทึกทุกครั้งแยกกัน | ปิดสวิตช์ “จำคำค้นหาของฉัน” เพื่อหยุดบันทึกครั้งต่อไป และลบทีละรายการหรือลบทั้งหมดได้ทันที |
| งานวิจัยที่ท่านเปิดดู | รหัสของงานวิจัยในคลัง จำนวนครั้งที่เปิด และเวลาครั้งแรกกับครั้งล่าสุด ไม่ได้คัดลอกชื่อเรื่องหรือบทคัดย่อมาเก็บซ้ำ (ข้อมูลเหล่านั้นมาจากคลังสาธารณะตอนแสดงผล) การเปิดงานวิจัยเดิมซ้ำภายใน 5 นาทีไม่นับเพิ่ม | ปิดสวิตช์ “จำงานวิจัยที่ฉันเปิดดู” และล้างรายการทั้งหมดได้ทันที |
| งานวิจัยที่ท่านกดบันทึกไว้ | รหัสของงานวิจัย บันทึกย่อที่ท่านเขียนกำกับไว้ (ถ้ามี) และเวลาที่กดบันทึก เก็บได้ไม่เกิน 2,000 รายการต่อบัญชี | ท่านเป็นผู้กดบันทึกเอง จึงเอาออกเองได้ทุกเมื่อ รายการนี้ไม่ถูกลบตามอายุ และไม่ถูกลบด้วยปุ่ม “ล้างประวัติทั้งหมด” (ดูข้อ 7) แต่เมื่อบันทึกเกิน 2,000 รายการ รายการที่บันทึกไว้นานที่สุดจะถูกลบออกก่อน ส่วนบันทึกย่อที่เขียนกำกับไว้ แก้ไขภายหลังไม่ได้ ต้องเอารายการออกแล้วบันทึกใหม่ |
| นักวิจัยที่ท่านกดบันทึกไว้ | ชื่อนักวิจัยในรูปแบบมาตรฐานที่ระบบใช้จับคู่ ชื่อที่แสดงในขณะที่ท่านกดบันทึก รหัสนักวิจัยของ NRIIS ถ้าข้อมูลต้นทางมีให้ บันทึกย่อที่ท่านเขียนกำกับไว้ (ถ้ามี) และเวลาที่กดบันทึก เก็บได้ไม่เกิน 500 รายชื่อต่อบัญชี | ท่านเป็นผู้กดบันทึกเอง จึงเอาออกเองได้ทุกเมื่อที่หน้าคลังของฉัน รายการนี้ไม่ถูกลบตามอายุ และไม่ถูกลบด้วยปุ่ม “ล้างประวัติทั้งหมด” (ดูข้อ 7) แต่เมื่อบันทึกเกิน 500 รายชื่อ รายการที่บันทึกไว้นานที่สุดจะถูกลบออกก่อน |
| บทสนทนากับผู้ช่วย AI | ชื่อห้องสนทนาซึ่งตัดมาจากข้อความแรกที่ท่านพิมพ์ คำถามและคำตอบในห้องนั้น และรายการงานวิจัยที่คำตอบแต่ละข้ออ้างถึง ชื่อห้องไม่ได้ให้โมเดลตั้งให้ แต่ตัดมาจากข้อความของท่านโดยตรง บัญชีหนึ่งเก็บได้ไม่เกิน 200 ห้อง และห้องหนึ่งเก็บได้ไม่เกิน 400 ข้อความ เมื่อเกิน ห้องที่ไม่ได้ใช้งานนานที่สุดหรือข้อความที่เก่าที่สุดในห้องนั้นจะถูกลบออกก่อน | ปิดสวิตช์ “เก็บบทสนทนากับผู้ช่วยวิจัย” เพื่อให้ผู้ช่วยเริ่มใหม่ทุกครั้ง และลบทีละห้องหรือลบทั้งหมดได้ทันที |
| บันทึกที่ท่านเขียนให้ผู้ช่วย AI จดจำ | ข้อความสั้น ๆ ที่ท่านพิมพ์เอง ไม่เกิน 500 ตัวอักษรต่อรายการ และไม่เกิน 50 รายการต่อบัญชี ระบบไม่ได้แต่งรายการเหล่านี้ขึ้นเองจากพฤติกรรมของท่าน | แก้ไขหรือลบเองได้ทุกเมื่อ และปิดสวิตช์ “ใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อแนะนำงานวิจัยและให้บริบทกับผู้ช่วย AI” เพื่อไม่ให้ถูกส่งเข้าโมเดล (ดูข้อ 6.3) |
สวิตช์ทั้งสี่ ตัวเลือกระยะเวลาเก็บรักษา และปุ่ม “ล้างประวัติทั้งหมด” อยู่ที่หน้า โปรไฟล์ ส่วนรายการทั้งหมดของแต่ละหมวด ดูได้ที่หน้า คลังของฉัน และลบทีละรายการได้ทุกหมวด ยกเว้นงานวิจัยที่ท่านเปิดดู ซึ่งลบได้เฉพาะทั้งหมวด ค่าตั้งต้นของสวิตช์ทุกตัวคือเปิด และท่านปิดเมื่อใดก็ได้ — การปิดสวิตช์หยุดการบันทึกครั้งต่อไปแต่ไม่ลบสิ่งที่บันทึกไว้แล้ว จึงมีปุ่มลบแยกไว้ต่างหาก ทุกหมวดในตารางนี้รวมอยู่ในไฟล์สำเนาข้อมูลที่ท่านดาวน์โหลดได้เอง และถูกลบทั้งหมดเมื่อบัญชีถูกลบ (ดูข้อ 9) ระยะเวลาเก็บรักษาอยู่ในข้อ 7
เว็บเซิร์ฟเวอร์ที่รับคำขอจากอินเทอร์เน็ตบันทึกที่อยู่ของหน้าที่ถูกเรียกไว้ในล็อกตามปกติของระบบ พร้อมหมายเลขไอพีที่เรียก และเนื่องจากคำค้นหาเดินทางไปกับที่อยู่ของหน้า ค่าของคำค้นจึงถูกแทนที่ด้วยคำว่า REDACTED ก่อนถูกเขียนลงล็อก ทั้งที่ชั้นเว็บเซิร์ฟเวอร์และที่ชั้นแอปพลิเคชันเบื้องหลัง ล็อกยังบอกได้ว่ามีการค้นหาเกิดขึ้นเมื่อใดและที่หน้าใด แต่ไม่บอกว่าค้นด้วยคำใด ข้อนี้ครอบคลุมทั้งคำที่กดค้นแล้วและข้อความที่พิมพ์ค้างไว้ — ช่องค้นหาส่งข้อความที่กำลังพิมพ์ (ตั้งแต่ 2 ตัวอักษรขึ้นไป) ไปขอคำแนะนำคำค้นทุกครั้งที่หยุดพิมพ์ และคำขอนั้นถูกกรองด้วยกฎเดียวกัน ทั้งของผู้ที่เข้าสู่ระบบและผู้ที่ไม่ได้เข้าสู่ระบบ สิ่งที่ยังอยู่ในล็อกคือหมายเลขไอพี หน้าที่เรียก เวลา สถานะ และค่าของตัวกรองที่มาจากคลังเอง (เช่น สาขา OECD ระดับ TRL/SRL หรือจังหวัด) ซึ่งไม่ใช่ข้อความที่ผู้ใช้พิมพ์ ส่วนข้อความที่พิมพ์ในช่องสนทนากับผู้ช่วย AI ไม่ได้เดินทางไปกับที่อยู่ของหน้าตั้งแต่ต้น จึงไม่เคยปรากฏในล็อกเหล่านี้เลย ล็อกถูกจำกัดด้วยขนาดและถูกทับด้วยของใหม่เมื่อเต็ม (ดูข้อ 7)
ระบบนี้ไม่จัดเก็บเลขประจำตัวประชาชนแบบเต็ม 13 หลัก ไม่ว่าที่ใดก็ตาม ทั้งในฐานข้อมูล ในล็อก ในบันทึกเหตุการณ์ และในไฟล์สำรองข้อมูล
มีเพียงสองช่องทางที่ส่งเลขประจำตัวประชาชนแบบเต็มมาให้ระบบ คือ ThaID (ฟิลด์ pid) และ NRIIS (ฟิลด์ national_id) ส่วน Google และ Facebook ไม่ส่งและระบบไม่ร้องขอ เลขที่ได้รับจะอยู่ในหน่วยความจำของเซิร์ฟเวอร์เพียงช่วงสั้น ๆ ระหว่างการรับข้อมูลจากผู้ให้บริการกับการสร้างบัญชีเท่านั้น
| สิ่งที่เก็บ | รูปแบบ | ใช้ทำอะไร |
|---|---|---|
| เลขแบบปิดบัง | แสดงเฉพาะ 5 หลักแรกและ 4 หลักท้าย เช่น 12345****0123 | แสดงให้เจ้าของบัญชีดูในหน้าโปรไฟล์ เพื่อให้ยืนยันได้เองว่าบัญชีผูกกับเลขของตน เป็นค่าเดียวที่เกี่ยวกับเลขประจำตัวประชาชนซึ่งถูกส่งออกไปแสดงในเบราว์เซอร์ |
| ค่าแฮชที่ย้อนกลับไม่ได้ | ค่าที่คำนวณด้วยอัลกอริทึม SHA-256 โดยผสมกับค่าลับเฉพาะระบบ ก่อนคำนวณ | ใช้เพื่อจุดประสงค์เดียว คือรู้ว่าผู้ที่เข้าสู่ระบบผ่านผู้ให้บริการรายเดิมเป็นบุคคลเดิม แม้ผู้ให้บริการรายนั้นจะเปลี่ยนรหัสอ้างอิงผู้ใช้ จึงไม่เกิดบัญชีซ้ำซ้อน การเทียบค่าแฮชเกิดขึ้นภายในผู้ให้บริการรายเดียวกันเท่านั้น ไม่ได้ใช้เชื่อมบัญชี ThaID เข้ากับบัญชี NRIIS ซึ่งการเชื่อมนั้นผู้ใช้ต้องกดทำเอง และไม่ถูกใช้เพื่อการค้นหา จัดกลุ่ม หรือเชื่อมโยงกับระบบอื่นใด |
เลขประจำตัวประชาชนมีจำนวนความเป็นไปได้จำกัดและมีหลักตรวจสอบกำกับ การคำนวณค่าแฮชจากเลขตรง ๆ จึงเปิดโอกาสให้ผู้ที่ได้ฐานข้อมูลไปสร้างตารางเทียบทุกความเป็นไปได้ แล้วย้อนหาเลขเดิมได้ ระบบจึงผสมค่าลับที่เก็บแยกจากฐานข้อมูล เข้าไปก่อนคำนวณเสมอ ทำให้ค่าแฮชในฐานข้อมูลไม่มีความหมายหากไม่มีค่าลับนั้น และหากค่าลับยังไม่ได้ตั้งค่าให้ยาวพอ ระบบจะไม่คำนวณและไม่บันทึกค่าแฮชเลย แทนที่จะบันทึกค่าที่อ่อนแอ
ข้อจำกัดที่ต้องแจ้งให้ทราบตามจริง: การลบเลขออกจากชุดข้อมูลดิบทำโดยอ้างอิงชื่อฟิลด์ที่ผู้ให้บริการใช้จริง คือ pid ของ ThaID และ national_id ของ NRIIS หากในอนาคตผู้ให้บริการเปลี่ยนไปส่งเลขดังกล่าวภายใต้ชื่อฟิลด์อื่น เลขนั้นอาจถูกบันทึกไปกับชุดข้อมูลดิบได้ วช. จะตรวจสอบข้อกำหนดทางเทคนิคของผู้ให้บริการทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง และแก้ไขโดยทันทีหากพบกรณีดังกล่าว
ระบบประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ต่อไปนี้เท่านั้น และจะไม่นำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า
| วัตถุประสงค์ | ข้อมูลที่ใช้ | ฐานทางกฎหมาย |
|---|---|---|
| ยืนยันตัวตนผู้ใช้ และรักษาสถานะการเข้าสู่ระบบ | รหัสอ้างอิงจากผู้ให้บริการ, อีเมล, ชื่อที่ใช้แสดง, ข้อมูลเซสชัน | ม.24(3) ปฏิบัติตามสัญญา และ ม.24(4) ภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของ วช. |
| รู้ว่าเป็นบุคคลเดิม เมื่อผู้ให้บริการรายเดิมเปลี่ยนรหัสอ้างอิงผู้ใช้ (sub) เพื่อไม่ให้เกิดบัญชีซ้ำซ้อน | ค่าแฮชของเลขประจำตัวประชาชน (ดูข้อ 3) | ม.24(3) ปฏิบัติตามสัญญา และ ม.24(5) ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย |
| ให้บริการพื้นที่วิจัยส่วนตัว (Workspace) และบันทึกงานวิจัยที่ผู้ใช้เลือก | รหัสเจ้าของ, ชื่อและคำอธิบายที่ผู้ใช้ตั้งเอง, รายการงานวิจัยที่บันทึก | ม.24(3) ปฏิบัติตามสัญญา |
| ให้บริการผู้ช่วยค้นคว้าด้วย AI (ค้นหา สรุป สนทนา สร้างรายงาน) | ข้อความที่ผู้ใช้พิมพ์เอง และเนื้อหางานวิจัยจากคลังข้อมูลสาธารณะ | ม.24(3) ปฏิบัติตามสัญญา และ ม.24(4) ภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ |
| จดจำการใช้งานเพื่อให้ผู้ใช้กลับมาทำงานต่อได้ และแนะนำงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง | คำค้นหา งานวิจัยที่เปิดดูและที่บันทึกไว้ รายชื่อนักวิจัยที่บันทึกไว้ บทสนทนากับผู้ช่วย AI และบันทึกที่ผู้ใช้เขียนเอง | ม.24(3) ปฏิบัติตามสัญญา และ ม.24(5) ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย |
| ความมั่นคงปลอดภัยของระบบ ตรวจสอบย้อนหลังเมื่อมีการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต และให้ผู้ใช้ตรวจสอบอุปกรณ์ของตนเองได้ | บันทึกเหตุการณ์เข้าสู่ระบบ/ออกจากระบบ, หมายเลขไอพี, ข้อมูลเบราว์เซอร์ | ม.24(5) ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย |
| จำกัดอัตราการเรียกใช้บริการเพื่อป้องกันการใช้งานในลักษณะโจมตี | หมายเลขไอพี (อยู่ในหน่วยความจำของกระบวนการ นับคำขอเป็นช่วงละ 60 วินาที — ดูข้อ 7) | ม.24(5) ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย |
| บันทึกล็อกการทำงานของระบบ และสำรองข้อมูลเพื่อกู้คืนเมื่อเกิดความเสียหาย | ล็อกของเว็บเซิร์ฟเวอร์และแอปพลิเคชัน, ไฟล์สำรองฐานข้อมูล | ม.24(5) ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย |
| ดำเนินการตามคำขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล (ขอสำเนาข้อมูล และขอให้ลบ) | ข้อมูลบัญชี บัญชีที่เชื่อมต่อ เซสชัน บันทึกเหตุการณ์ พื้นที่วิจัย และทุกหมวดในข้อ 2.3 | ม.24(6) ปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล |
ปัจจุบันระบบไม่ได้อาศัยฐานความยินยอม สำหรับกิจกรรมใดในตารางข้างต้น จึงไม่มีแถบขอความยินยอมคุกกี้ (ดูเหตุผลในข้อ 5) หากในอนาคตมีกิจกรรมที่ต้องขอความยินยอม จะดำเนินการขอแยกต่างหากอย่างชัดแจ้งและถอนได้ตลอดเวลา
เฉพาะรายการ “จดจำการใช้งานเพื่อให้ผู้ใช้กลับมาทำงานต่อได้ และแนะนำงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง” ระบบตั้งค่าเริ่มต้นเป็นเปิดสำหรับผู้ใช้ที่เข้าสู่ระบบ พร้อมให้ปิดการบันทึกได้เองสามหมวด (คำค้นหา งานวิจัยที่เปิดดู และบทสนทนา) ปิดการนำข้อมูลเหล่านั้นไปใช้แนะนำงานวิจัยได้อีกหนึ่งสวิตช์ และลบข้อมูลได้เองตลอดเวลา ส่วนงานวิจัยที่กดบันทึกและบันทึกที่ผู้ใช้เขียนเอง ไม่มีสวิตช์ปิด เพราะเป็นสิ่งที่ผู้ใช้กดสร้างขึ้นเองเป็นรายครั้ง จึงลบเองได้แทน (ดูข้อ 2.3 และข้อ 9) ซึ่งเป็นลักษณะของการอาศัยฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายที่ผู้ใช้คัดค้านได้ ไม่ใช่การขอความยินยอมล่วงหน้า [ ต้องกรอก: คำวินิจฉัยของฝ่ายกฎหมาย/DPO ว่ากิจกรรมนี้อาศัยฐาน ม.24(5) ได้ หรือต้องขอความยินยอมตาม ม.19 แยกต่างหากก่อนเริ่มบันทึก และหากต้องขอ ให้ระบุถ้อยคำของคำขอความยินยอมนั้น ]
การอ้างอิงฐานทางกฎหมายในตารางนี้จัดทำจากการวิเคราะห์การทำงานจริงของระบบ และ[ ต้องกรอก: ต้องได้รับการยืนยัน/ปรับแก้โดยฝ่ายกฎหมายและ DPO ของ วช. ก่อนเผยแพร่ ]
วช. ไม่ขาย ไม่แลกเปลี่ยน และไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ให้แก่บุคคลที่สามเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด การเชื่อมต่อกับระบบภายนอกทั้งหมดมีเพียงเท่าที่ระบุในข้อนี้
ทั้งสองช่องทางนี้ไม่มีการส่งข้อมูลออกนอกราชอาณาจักร การประมวลผลข้อมูลของแต่ละหน่วยงานเป็นไปตามประกาศความเป็นส่วนตัวของหน่วยงานนั้นเอง
การเข้าสู่ระบบด้วย Google หรือ Facebook เป็นทางเลือก ผู้ใช้ที่ไม่ประสงค์ให้มีการติดต่อกับผู้ให้บริการต่างประเทศ สามารถเลือกใช้ ThaID หรือ NRIIS ซึ่งอยู่ในประเทศไทยแทนได้ทั้งหมด
| ลำดับ | ผู้ให้บริการ | ที่ตั้งของการประมวลผล |
|---|---|---|
| ลำดับที่ 1 (ค่าตั้งต้น) | Pathumma (TokenMind) | ในประเทศไทย |
| ลำดับที่ 2 (ใช้เมื่อลำดับที่ 1 ไม่สำเร็จ) | Pathumma (TokenMind) — แบบจำลองสำรองของผู้ให้บริการรายเดียวกัน | ในประเทศไทย |
| ลำดับที่ 3 (ใช้เมื่อลำดับที่ 2 ไม่สำเร็จ) | ThaiLLM | ในประเทศไทย |
| ลำดับที่ 4 (ใช้เมื่อลำดับที่ 3 ไม่สำเร็จ) | OpenRouter (นิติบุคคลจดทะเบียนในสหรัฐอเมริกา) ซึ่งส่งต่อไปยัง Google Gemini หรือ DeepSeek — ผู้ให้บริการปลายทางที่ตอบจริง และประเทศที่ประมวลผล ขึ้นกับการจัดเส้นทางของ OpenRouter ณ ขณะนั้น | ต่างประเทศ |
การส่งออกนอกประเทศเกิดขึ้นเมื่อใด: เมื่อผู้ให้บริการในประเทศ ทั้งสามลำดับ รับคำขอนั้นไม่ได้ ซึ่งเกิดได้สองแบบ — แบบแรกคือไม่ตอบสนอง ตอบช้าเกินกำหนด ปฏิเสธคำขอ หรือส่งคำตอบว่างกลับมา ก่อนที่จะเริ่มส่งคำตอบ และแบบที่สองคือ คำขอนั้นยาวเกินขนาดข้อความสูงสุดที่ผู้ให้บริการรายนั้นรับได้ ซึ่งระบบจะข้ามผู้ให้บริการรายนั้นไปโดยไม่ส่งคำขอเลย ดังนั้นเมื่อคำขอยาวมาก เช่นเมื่อระบบส่งบทสนทนาก่อนหน้าและบันทึกที่ท่านเขียนไว้ไปด้วย ผู้ให้บริการในประเทศอาจถูกข้ามทั้งหมด และคำขอถูกส่งออกนอกประเทศเป็นความพยายามแรก หากเริ่มส่งคำตอบแล้วเกิดข้อขัดข้องกลางคัน ระบบจะแจ้งข้อผิดพลาด ไม่มีการส่งคำถามเดิมออกไปต่างประเทศซ้ำโดยที่ผู้ใช้ไม่ทราบ และหากผู้ดูแลระบบไม่ได้ตั้งค่าผู้ให้บริการ AI ไว้เลย บริการ AI จะปิดทั้งหมดโดยไม่มีการเชื่อมต่อออกไปที่ใด
ข้อจำกัดที่ต้องแจ้งให้ทราบตามจริง: การเชื่อมต่อไปยังผู้ให้บริการลำดับที่ 1, 2 และ 4 ใช้ช่องทางที่เข้ารหัส (HTTPS) ส่วนลำดับที่ 3 ตั้งค่าไว้เป็นที่อยู่แบบไม่เข้ารหัส (HTTP) เมื่อคำขอถูกส่งไปยังลำดับที่ 3 ข้อความที่ท่านพิมพ์และเนื้อหางานวิจัยที่แนบไปด้วย จึงเดินทางบนอินเทอร์เน็ตโดยไม่ได้เข้ารหัส [ ต้องกรอก: การยืนยันว่าผู้ให้บริการลำดับที่ 3 มีปลายทางแบบ HTTPS ให้ใช้หรือไม่ และคำวินิจฉัยว่าจะคงลำดับนี้ไว้ ปรับไปใช้ HTTPS หรือถอดออกจากลำดับ ]
หากผู้ใช้เข้าสู่ระบบอยู่ ระบบจะอ่านเซสชันเพื่อทราบว่าจะเก็บบทสนทนาไว้ในบัญชีใด (ข้อ 2.3) แต่ไม่ได้ส่งรหัสบัญชี ชื่อ หรืออีเมลนั้นไปยังผู้ให้บริการแบบจำลอง ส่วนผู้ที่ไม่ได้เข้าสู่ระบบยังใช้ผู้ช่วยได้ตามปกติและไม่มีการเก็บบทสนทนาไว้เลย ทั้งสองกรณี คำขอถูกส่งผ่านเซิร์ฟเวอร์ของระบบ ผู้ให้บริการปลายทางจึงไม่เห็นหมายเลขไอพีของผู้ใช้
ข้อควรระวังสำหรับผู้ใช้: ข้อความที่ท่านพิมพ์เองคือสิ่งที่ถูกส่งไปยังโมเดล ดังนั้น โปรดหลีกเลี่ยงการพิมพ์ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านหรือของผู้อื่น ข้อมูลลับ หรือข้อมูลที่ยังไม่เผยแพร่ ลงในช่องค้นหาและช่องสนทนา
นโยบายการเก็บรักษาข้อมูลและการนำข้อมูลไปฝึกสอนโมเดลของผู้ให้บริการต่างประเทศเป็นเรื่องของผู้ให้บริการนั้น อยู่นอกระบบของ วช. — [ ต้องกรอก: ผลการตรวจสอบนโยบาย และเลขที่ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูล (DPA) กับผู้ให้บริการ AI ต่างประเทศ ]
หากผู้ใช้เข้าสู่ระบบด้วย Google หรือ Facebook และผู้ให้บริการส่งที่อยู่รูปโปรไฟล์มาด้วย หน้าโปรไฟล์จะแสดงรูปนั้นโดยเรียกจากเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการโดยตรง ซึ่งทำให้ผู้ให้บริการรายนั้น เห็นหมายเลขไอพีของผู้ใช้ทุกครั้งที่เปิดหน้าโปรไฟล์ นี่เป็นการเรียกข้อมูลจากภายนอกเพียงรายการเดียวที่เกิดขึ้นในการใช้งานปกติ ผู้ใช้ที่ไม่ประสงค์ให้เกิดกรณีนี้สามารถยกเลิกการเชื่อมต่อบัญชีดังกล่าวได้ที่หน้าโปรไฟล์ การยกเลิกการเชื่อมต่อจะลบที่อยู่รูปโปรไฟล์ที่ระบบบันทึกไว้ออกด้วย หน้าโปรไฟล์จึงหยุดเรียกรูปจากเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการทันที ทั้งนี้ระบบไม่ได้บันทึกว่ารูปมาจากช่องทางใด จึงล้างที่อยู่รูปทุกครั้งที่ยกเลิกการเชื่อมต่อ รูปโปรไฟล์จะว่างไว้จนกว่าผู้ใช้จะเข้าสู่ระบบผ่านช่องทางที่ยังเชื่อมต่ออยู่อีกครั้ง
วช. อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย คำสั่งศาล หรือคำสั่งของหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย โดยจะเปิดเผยเพียงเท่าที่จำเป็นตามคำสั่งนั้น
| ประเภทข้อมูล | ระยะเวลา | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ข้อมูลบัญชีผู้ใช้และบัญชีที่เชื่อมต่อ (ชื่อ อีเมล หน่วยงาน เลขปิดบัง ค่าแฮช) | ตลอดระยะเวลาที่บัญชียังใช้งานอยู่ | เมื่อบัญชีถูกลบ ข้อมูลบัญชีที่เชื่อมต่อและ Workspace จะถูกลบตามไปด้วย ท่านลบบัญชีได้เองที่หน้าโปรไฟล์ (ดูข้อ 9) |
| เซสชันการเข้าสู่ระบบ | อายุ 14 วัน แล้วลบทิ้งอีก 30 วันหลังหมดอายุ | การเก็บต่ออีก 30 วันเป็นเจตนา เพื่อให้ตอบคำถามได้ว่าอุปกรณ์ใดออกจากระบบเมื่อใด |
| ข้อมูลเซสชันที่พักไว้ในหน่วยความจำเพื่อความเร็ว | ไม่เกิน 30 วินาที | อยู่ในหน่วยความจำของบริการแคช ซึ่งตั้งค่าไว้ไม่ให้เขียนลงดิสก์ และหายทั้งหมดเมื่อบริการแคชเริ่มต้นใหม่ การยกเลิกเซสชันลบรายการในแคชทันทีด้วย ไม่ต้องรอครบ 30 วินาที |
| หมายเลขไอพีที่ตัวจำกัดอัตราการเรียกใช้บริการเก็บไว้ | หน้าต่างนับคำขอ 60 วินาที | อยู่ในหน่วยความจำของกระบวนการเท่านั้น ไม่เขียนลงดิสก์ ไม่ผูกกับบัญชีผู้ใช้ และไม่ถูกนำไปใช้เพื่อการอื่น ตัวหมายเลขคงอยู่ในหน่วยความจำจนกว่ากระบวนการจะเริ่มต้นใหม่ หรือจนกว่าตารางจะถูกล้างเมื่อมีผู้เรียกใช้ที่ติดตามอยู่ครบ 10,000 ราย |
| ประวัติการใช้งานของผู้ใช้ที่เข้าสู่ระบบ (คำค้นหา งานวิจัยที่เปิดดู และบทสนทนากับผู้ช่วย AI) | ตามที่ผู้ใช้เลือกเอง ค่าตั้งต้น 180 วัน เลือกได้ระหว่าง 7 ถึง 730 วัน | นับจากการใช้งานครั้งล่าสุดของแต่ละรายการ ไม่ใช่ครั้งแรก ผู้ใช้เปลี่ยนระยะเวลานี้ ปิดการบันทึกแต่ละหมวด หรือสั่งลบทั้งหมดได้เองทันทีที่หน้าโปรไฟล์และหน้าคลังของฉัน (ดูข้อ 9) นอกจากอายุแล้วยังมีเพดานจำนวนรายการต่อบัญชี คือคำค้นหา 200 รายการ งานวิจัยที่เปิดดู 300 รายการ ห้องสนทนา 200 ห้อง และข้อความในห้องสนทนาหนึ่งห้อง 400 ข้อความ เมื่อมีรายการใหม่เข้ามาเกินเพดาน รายการที่เก่าที่สุด (สำหรับห้องสนทนาคือห้องที่ไม่ได้ใช้งานนานที่สุด) จะถูกลบออกก่อนถึงกำหนดอายุ |
| งานวิจัยและนักวิจัยที่ผู้ใช้กดบันทึกไว้ และบันทึกสั้น ๆ ที่ผู้ใช้เขียนไว้ให้ผู้ช่วย AI จดจำ | เก็บไว้จนกว่าผู้ใช้จะลบเอง หรือจนกว่าบัญชีจะถูกลบ | ไม่ถูกลบตามอายุโดยเจตนา ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ผู้ใช้ตั้งใจสร้างขึ้น ไม่ใช่ร่องรอยการใช้งาน การลบทิ้งตามกำหนดเวลาจึงเป็นการทำให้ข้อมูลของผู้ใช้หาย ไม่ใช่การคุ้มครองความเป็นส่วนตัว ด้วยเหตุนี้ปุ่ม “ล้างประวัติทั้งหมด” จึงไม่ลบรายการเหล่านี้ ต้องลบแยกทีละรายการ ทั้งนี้งานวิจัยที่กดบันทึกมีเพดาน 2,000 รายการต่อบัญชี และนักวิจัยที่กดบันทึกมีเพดาน 500 รายชื่อ เมื่อบันทึกเกินกว่านั้น รายการที่บันทึกไว้นานที่สุดจะถูกลบออกก่อน ส่วนบันทึกที่ผู้ใช้เขียนเองมีเพดาน 50 รายการ ซึ่งระบบปฏิเสธการเพิ่มรายการใหม่แทนการลบของเดิม |
| บันทึกเหตุการณ์ด้านการยืนยันตัวตน (audit trail) | เก็บไว้โดยไม่มีกำหนดลบอัตโนมัติ | เป็นเจตนาเพื่อการตรวจสอบย้อนหลังด้านความปลอดภัย เมื่อบัญชีถูกลบ ระบบจะลบหมายเลขไอพี ข้อมูลเบราว์เซอร์ และรายละเอียดของเหตุการณ์ออก โดยคงไว้เพียงชื่อเหตุการณ์ เวลา ช่องทางที่ใช้ และรหัสอ้างอิงภายในซึ่งไม่มีข้อมูลของบุคคลใดให้ตามกลับไปได้อีก ดูข้อ 9 สำหรับการใช้สิทธิ |
| ล็อกของเว็บเซิร์ฟเวอร์และแอปพลิเคชัน | จำกัดด้วยขนาดประมาณ 250 MB ต่อบริการ แล้วทับของเก่า | ไม่มีการกำหนดอายุเป็นจำนวนวัน ระยะเวลาจริงจึงขึ้นกับปริมาณการใช้งาน |
| ไฟล์สำรองข้อมูล (สำรองทุกวันตามรอบเวลาที่ผู้ดูแลระบบตั้งไว้บนเครื่องแม่ข่าย) | 14 วัน (ไฟล์ถูกลบเมื่อมีอายุเกิน 14 วัน จึงอาจคงอยู่ได้ถึงประมาณ 15 วัน) | สำรองเฉพาะฐานข้อมูล เก็บบนเครื่องแม่ข่ายเดียวกัน จำกัดสิทธิ์การเข้าถึงเฉพาะผู้ดูแลระบบ และไม่มีการคัดลอกออกไปยังผู้ให้บริการภายนอก ข้อมูลที่ถูกลบออกจากฐานข้อมูลแล้วจะยังคงอยู่ในสำเนาสำรองชุดเดิมจนกว่าสำเนาชุดนั้นจะครบกำหนดและถูกลบ (ดูข้อ 9) |
ข้อจำกัดที่ต้องแจ้งให้ทราบตามจริง: การลบข้อมูลตามอายุในตารางนี้ — ทั้งเซสชันที่หมดอายุและประวัติการใช้งานตามข้อ 2.3 — ทำงานเมื่อบริการเริ่มต้นใหม่ ไม่ใช่ตามตารางเวลา ระบบนี้ไม่มีตัวตั้งเวลาเบื้องหลังสำหรับงานดังกล่าว หากบริการทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานานโดยไม่ได้เริ่มต้นใหม่ การลบข้อมูลตามรอบอาจล่าช้ากว่าที่ระบุในตาราง สิ่งที่ระบบรับประกันได้จึงเป็น “ลบเมื่อบริการเริ่มต้นใหม่ครั้งแรกหลังครบกำหนด” ไม่ใช่ “ลบภายในวันที่ครบกำหนด” — ผู้ใช้ที่ต้องการให้ลบทันทีใช้ปุ่มลบที่หน้าโปรไฟล์ และหน้าคลังของฉันได้เอง ซึ่งลบทันทีจริงโดยไม่ต้องรอรอบใด ทั้งนี้การกวาดแต่ละครั้งลบได้สูงสุด 5,000 รายการต่อหนึ่งตารางต่อการเริ่มต้นหนึ่งครั้ง หากมีรายการค้างมากกว่านั้น ส่วนที่เหลือจะถูกลบในการเริ่มต้นครั้งถัด ๆ ไป นอกจากนี้บันทึกเหตุการณ์ด้านการยืนยันตัวตนยังไม่มีกำหนดลบอัตโนมัติ โดยเป็นเจตนาเพื่อให้ตรวจสอบเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยย้อนหลังได้ [ ต้องกรอก: ระยะเวลาเก็บรักษาบันทึกเหตุการณ์ที่ วช. กำหนดเป็นนโยบาย ] [ ต้องกรอก: เวลาและความถี่ของรอบสำรองข้อมูลที่ตั้งไว้จริงบนเครื่องแม่ข่าย และผู้รับผิดชอบรอบดังกล่าว ] [ ต้องกรอก: ค่าตั้งต้นของระยะเวลาเก็บประวัติการใช้งานที่ วช. กำหนดเป็นนโยบาย (ปัจจุบันระบบตั้งไว้ 180 วัน และผู้ใช้เลือกเองได้ระหว่าง 7 ถึง 730 วัน ตัวเลขเหล่านี้เป็นค่าที่วิศวกรเลือกไว้เพื่อให้ระบบทำงานได้ ยังไม่ใช่ค่าที่ผ่านการอนุมัติเป็นนโยบาย) ]
ระบบมีมาตรการเชิงเทคนิคดังต่อไปนี้ ทั้งหมดเป็นสิ่งที่ทำงานอยู่จริงในระบบ ไม่ใช่ข้อความแสดงเจตนา
อนึ่ง ไม่มีมาตรการทางเทคนิคใดที่ปลอดภัยโดยสมบูรณ์ วช. จะทบทวนมาตรการเหล่านี้เป็นระยะและปรับปรุงตามความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไป [ ต้องกรอก: รอบการทบทวนและผู้รับผิดชอบตามระเบียบภายในของ วช. ]
ท่านมีสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ดังต่อไปนี้ บางสิทธิท่านใช้ได้ด้วยตนเองในระบบทันที ส่วนที่เหลือติดต่อได้ตามช่องทางในข้อ 1
/auth/profile
/auth/sessions
/auth/profile#memory
/library
/auth/profile#rights
/auth/profile#rights
ข้อจำกัดที่ต้องแจ้ง: ระบบไม่ยอมให้ยกเลิกการเชื่อมต่อบัญชีสุดท้ายที่เหลืออยู่ เพราะจะทำให้ท่านเข้าสู่ระบบไม่ได้อีกและกลายเป็นการลบบัญชีโดยไม่ตั้งใจ การลบบัญชีทั้งหมดเป็นการดำเนินการแยกต่างหาก ซึ่งท่านทำได้เองที่หน้าโปรไฟล์เช่นกัน
| สิทธิ | วิธีใช้สิทธิกับระบบนี้ |
|---|---|
| สิทธิได้รับแจ้ง (ม.23) | ประกาศฉบับนี้คือการแจ้ง และมีข้อความสรุปแสดงก่อนกดเข้าสู่ระบบทุกครั้ง |
| สิทธิเข้าถึงและขอรับสำเนา (ม.30) | ดูได้เองที่ หน้าโปรไฟล์ ดูประวัติการใช้งานทีละรายการได้ที่ หน้าคลังของฉัน และดาวน์โหลดสำเนาเป็นไฟล์เดียว ซึ่งรวมบันทึกเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับท่าน พื้นที่วิจัย และทุกหมวดในข้อ 2.3 ได้เองทันทีจากหน้าโปรไฟล์ ทั้งนี้ บางหมวดในไฟล์มีเพดานจำนวนรายการสูงสุด โดยนับรายการที่ใหม่ที่สุดก่อน รายการที่เก่ากว่านั้นจึงไม่รวมอยู่ในไฟล์ (เพดานที่ใช้จริงระบุไว้ในตัวไฟล์) หากท่านต้องการส่วนที่เกินเพดาน โปรดติดต่อตามช่องทางในข้อ 1 |
| สิทธิขอให้โอนย้ายข้อมูล (ม.31) | ดาวน์โหลดได้เองที่ หน้าโปรไฟล์ เป็นไฟล์ JSON ซึ่งเป็นรูปแบบที่อ่านได้ด้วยเครื่องและนำไปใช้ต่อได้ |
| สิทธิคัดค้านการประมวลผล (ม.32) | สำหรับการจดจำการใช้งานและการแนะนำงานวิจัยตามข้อ 2.3 ท่านคัดค้านได้ด้วยตนเองทันทีโดยปิดสวิตช์ที่ หน้าโปรไฟล์ ระบบจะหยุดบันทึกทันทีโดยไม่ต้องยื่นคำขอและไม่ต้องรอการพิจารณา ส่วนการประมวลผลอื่นที่อาศัยฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย เช่น การเก็บบันทึกเหตุการณ์ด้านความปลอดภัย ให้ยื่นคำขอตามช่องทางในข้อ 1 |
| สิทธิขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ไม่ระบุตัวตน (ม.33) | ประวัติการใช้งานตามข้อ 2.3 ท่านลบได้เองทันที — ลบทีละรายการที่ หน้าคลังของฉัน (ยกเว้นงานวิจัยที่ท่านเปิดดู ซึ่งลบได้เฉพาะทั้งหมวด) หรือกด “ล้างประวัติทั้งหมด” ที่ หน้าโปรไฟล์ (ปุ่มนี้ลบคำค้นหา งานวิจัยที่เปิดดู และบทสนทนา แต่ไม่ลบงานวิจัยและนักวิจัย ที่ท่านกดบันทึกไว้ และไม่ลบบันทึกที่ท่านเขียนเอง เพราะเป็นคนละการกระทำกับที่ปุ่มระบุ ทั้งสามอย่างลบแยกได้) ส่วนการยกเลิกการเชื่อมต่อบัญชีและการลบบัญชีทั้งหมด ท่านทำได้เองที่ หน้าโปรไฟล์ โดยไม่ต้องยื่นคำขอ เมื่อบัญชีถูกลบ บัญชีที่เชื่อมต่อ พื้นที่วิจัย และทุกหมวดในข้อ 2.3 จะถูกลบตามไปด้วยทันที ส่วนบันทึกเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยจะถูกลบข้อมูลที่ระบุตัวบุคคลออก (หมายเลขไอพี ข้อมูลอุปกรณ์ และรายละเอียดของเหตุการณ์) แต่คงชื่อเหตุการณ์ เวลา ช่องทางที่ใช้ และรหัสอ้างอิงภายในไว้ตามฐานประโยชน์ โดยชอบด้วยกฎหมาย เพราะการลบทั้งหมดจะทำลายหลักฐานว่าเคยมีบัญชีนี้และเคยถูกเข้าถึง ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่การตรวจสอบเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยต้องใช้ ทั้งนี้สำเนาสำรองรายวันของฐานข้อมูลจะยังมีข้อมูลที่ถูกลบอยู่ จนกว่าสำเนาชุดนั้นจะครบกำหนดและถูกลบตามรอบในข้อ 7 |
| สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูล (ม.34) | ยื่นคำขอตามช่องทางในข้อ 1 ระหว่างพิจารณา ท่านสามารถออกจากระบบทุกอุปกรณ์ได้เองที่ หน้าจัดการอุปกรณ์ และหยุดการบันทึกประวัติการใช้งานได้เองทันทีโดยปิดสวิตช์ที่ หน้าโปรไฟล์ — การปิดสวิตช์หยุดการบันทึกครั้งต่อไป แต่ไม่ลบสิ่งที่บันทึกไว้แล้ว ซึ่งเป็นสองการกระทำที่ต่างกันและมีปุ่มแยกกัน |
| สิทธิขอให้แก้ไขให้ถูกต้อง (ม.35) | ชื่อ นามสกุล หน่วยงาน และรูปโปรไฟล์ มาจากผู้ให้บริการยืนยันตัวตน ไม่ได้พิมพ์เข้ามาในระบบนี้ การแก้ไขจึงต้องแก้ที่ต้นทาง (ThaID, NRIIS, Google หรือ Facebook) แล้วเข้าสู่ระบบใหม่อีกครั้ง ระบบจะปรับข้อมูลสี่รายการนี้ให้ตรงกับต้นทางโดยอัตโนมัติในการเข้าสู่ระบบครั้งถัดไป ส่วนอีเมล ระบบบันทึกไว้เพียงครั้งแรกและไม่เขียนทับในภายหลัง การแก้ที่ต้นทางแล้วเข้าสู่ระบบใหม่จึงไม่เปลี่ยนอีเมลในระบบนี้ หากอีเมลไม่ถูกต้อง โปรดยื่นคำขอตามช่องทางในข้อ 1 |
| สิทธิถอนความยินยอม (ม.19) | ปัจจุบันระบบไม่ได้อาศัยฐานความยินยอม (ดูข้อ 4) หากในอนาคตมีการขอความยินยอม ท่านจะถอนได้ตลอดเวลาผ่านช่องทางเดียวกับที่ให้ความยินยอม |
วช. จะดำเนินการตามคำขอใช้สิทธิภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ และอาจขอเอกสารเพื่อยืนยันตัวตนของผู้ยื่นคำขอก่อนดำเนินการ [ ต้องกรอก: แบบฟอร์มหรือช่องทางออนไลน์สำหรับยื่นคำขอใช้สิทธิ (ถ้ามี) ]
หากท่านเห็นว่า วช. หรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของ วช. ไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญตามมาตรา 73 ผ่าน สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.)
ทั้งนี้ วช. ขอเรียนเชิญให้ติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ วช. ตามข้อ 1 ก่อน เพื่อให้มีโอกาสตรวจสอบและแก้ไขให้ท่านโดยเร็วที่สุด
วช. อาจแก้ไขเพิ่มเติมประกาศฉบับนี้เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของระบบหรือของกฎหมาย โดยจะเผยแพร่ฉบับที่แก้ไขไว้ที่หน้านี้พร้อมระบุวันที่ปรับปรุง หากเป็นการแก้ไขในสาระสำคัญ เช่น การเพิ่มวัตถุประสงค์ใหม่ หรือการเพิ่มผู้รับข้อมูลรายใหม่ในต่างประเทศ จะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าก่อนมีผลบังคับใช้ ฉบับที่ปรากฏบนหน้านี้ถือเป็นฉบับที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน