กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
ปีงบประมาณ 2557 กลุ่มวิชาการเพื่อการพัฒนาที่ดิน สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 4 ได้ศึกษาการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีพัฒนาที่ดินสำหรับปรับปรุงและฟื้นฟูพื้นที่ดินเค็มลุ่มน้ำเสียวน้อย-เสียวใหญ่ พื้นที่ตำบลอีง่อง อำเภอจตุรพักรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเทคโนโลยีที่ใช้ประกอบด้วย ปุ๋ยพืชสด ปุ๋ยหมักชีวภาพ พด.12 วัสดุแกลบ น้ำหมักชีวภาพ และการใช้ประโยชน์จากไม้ทนเค็ม โดยดำเนินการภายใต้พื้นที่งานจัดรูปแปลงนาลักษณะที่ ๑ กับพืชทดลอง 5 ชนิด ได้แก่ ข้าว ฝรั่ง หญ้าเนเปียร์ หญ้าแฝก และผักหวานป่า รวม 6 โครงการวิจัย ผลการศึกษาเป็นดังนี้ 1). การจัดการดินด้วยปุ๋ยหมักชีวภาพ แกลบและปุ๋ยพืชสดต่อผลผลิตข้าว พบว่าการใช้ปุ๋ยพืชสดโสนอัฟริกันให้ผลผลิตข้าวสูงที่สุดเท่ากับ 699.03 กิโลกรัมต่อไร่ การทดลองแบบ Observation trial จำนวน 4 ตำรับ ประกอบด้วย 1) ไม่ใส่วัสดุปรับปรุงดิน 2) ปุ๋ยหมักชีวภาพ พด.12 อัตรา 300 กก./ไร่ 3) ปุ๋ยพืชสดโสนอัฟริกัน อัตราเมล็ดพันธุ์ 5 ก.ก./ไร่ และ 4) แกลบอัตรา 500 กก./ไร่ ร่วมกับใบอาคาเซีย อัตรา 500 กก./ไร่ ผลการศึกษาพบว่าปุ๋ยพืขสดโสนอัฟริกันทำให้ผลผลิตข้าวเฉลี่ยแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับตำรับอื่นๆ โดยให้ผลผลิตเฉลี่ย 699.03 กิโลกรัม/ไร่ และยังส่งผลให้ค่าการนำไฟฟ้า (EC) ในดินลดลงจาก 1.09 เดซิซีเมนต์/เมตร เป็น 0.91 เดซิซีเมนต์/เมตร การใช้วัสดุอินทรีย์ชนิดอื่น เช่น ปุ๋ยหมักชีวภาพ พด.12 แกลบดิบ ใบอาคาเซีย ทำให้ปริมาณอินทรียวัตถุเพิ่มขึ้น โดยมีค่าระหว่าง 0.30-0.99 เปอร์เซ็นต์ และการใช้ปุ๋ยพืชสดโสนอัฟริกันได้ผลตอบแทนมากกว่าตำรับอื่นๆ โดยให้กำไรสุทธิ 4,360 บาท/ไร่ 2).การศึกษาผลกระทบของต้นอาคาเซียและยูคาลิปตัสบนคันนาต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของข้าวขาวมะลิ105 ในพื้นที่ดินเค็ม โดยเก็บข้อมูลดิน ข้อมูลข้าวใน 3 ระยะห่างจากคันนา คือ 1 เมตร 5 เมตร และ 10 เมตร พบว่าการปลูกอาคาเซียและยูคาลิปตัสบนคันนาไม่มีผลต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตข้าวในแปลงนา ซึ่งอยู่ในระยะที่ห่างออกไป 1 เมตร 5 เมตร และ10 เมตร กล่าวคือ ผลผลิตข้าวในแปลงที่ปลูกไม้ทนเค็มบนคันนา และไม่ปลูกไม้ทนเค็มบนคันนา ที่ระยะห่างจากคันนาทั้ง 3 ระดับ ให้ผลผลิตข้าวที่ไม่แตกต่างกัน โดยให้ผลผลิตเฉลี่ย ระหว่าง 375- 480 กิโลกรัมต่อไร่ อย่างไรก็ตามในด้านการเปลี่ยนแปลงสมบัติของดินพบว่า หลังการเก็บเกี่ยวข้าวค่าสมบัติของดินมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแปลงที่คันนามีการปลูกอาคาเซียและยูคาลิปตัส แต่ระยะห่าง 3 ระดับจากคันนาให้ค่าสมบัติของดินที่ไม่แตกต่างกัน โดยมีค่า pH อยู่ระหว่าง 4.9-6.4 ค่าอินทรียวัตถุ(OM)มีค่าอยู่ระหว่าง 0.33-0.53% ค่าการนำไฟฟ้าของดิน(EC) อยู่ระหว่าง 0.47-3.93 dS/เมตร ค่าฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์อยู่ระหว่าง 14.60- 34.60 มิลลิกรัม/กิโลกรัม และโปแทสเซียมที่เป็นประโยชน์มีค่าอยู่ระหว่าง 33.60- 49.80 มิลลิกรัม/กิโลกรัม 3). การจัดการหลุมปลูกฝรั่งด้วยปุ๋ยอินทรีย์และวัสดุปรับปรุงดินชนิดต่าง ๆ การจัดการหลุมปลูกฝรั่งในพื้นที่ดินเค็มจัด ด้วยปุ๋ยอินทรีย์และวัสดุปรับปรุงดินชนิดต่าง ๆ วางแผนการทดลองแบบ RCBD จำนวน 4 ตำรับ มี 4 ซ้ำ ประกอบด้วย ตำรับที่ 1 ไม่มีการจัดการหลุมปลูก ตำรับที่ 2 จัดการหลุมปลูกด้วยการใส่ปุ๋ยคอก ตำรับที่ 3 จัดการหลุมปลูกด้วยการใส่ปุ๋ยชีวภาพ พด.12 และตำรับที่ 4 จัดการหลุมปลูกด้วยการใส่ปุ๋ยหมักร่วมกับฉีดน้ำหมักชีวภาพ พบว่า ตำรับที่ 1 ที่ไม่มีการจัดการหลุมปลูกและรองก้นหลุมด้วยแกลบดิบเป็นวัสดุอินทรีย์ทำให้ฝรั่งพันธุ์ไร้เมล็ด รอดตายถึงร้อยละ 100 ในพื้นที่ดินเค็มจัด ในช่วงระยะป…