กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การใช้ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชีวภาพของกรมพัฒนาที่ดิน เพื่อเพิ่มผลผลิต และ คุณภาพของผลิตผลภายหลังการเก็บเกี่ยวของถั่วฝักยาวในช่วงฤดูร้อนและฤดูฝนในเขตพื้นที่ภาคใต้ตอนบนโดยดำเนินการทดลองในแปลงเกษตรกร พื้นที่หมู่ที่ 3 ตำบลท่าข้าม อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ระหว่างปี 2552-2554 พบว่า ที่ระดับความลึก 0-15 เซนติเมตร ดินที่มีการปรับปรุงบำรุงดินด้วยวิธีแบบเกษตรกร คือ ทำการปรับปรุงดินโดยใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 ในอัตรา 30 กิโลกรัมต่อไร่ร่วมกับปุ๋ยคอก (มูลไก่) อัตรา 3 ตันต่อไร่เพื่อรองก้นหลุม และใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 13-13-13 ในอัตรา 30 กิโลกรัมต่อไร่ (ตำรับที่ 1 ) มีแนวโน้มว่า มีความอุดมสมบูรณ์ของดินมากที่สุด โดยพบว่า ดินในตำรับการทดลองที่ 1 จะมีปริมาณอินทรียวัตถุ ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ในดิน ปริมาณโพแทสเซียมที่เป็นประโยชน์ในดิน และค่าการนำไฟฟ้ามากที่สุด ทั้งนี้ พบว่า การเจริญเติบโตและผลผลิตของถั่วฝักยาวจากตำรับการทดลองที่ 1 ก็มีแนวโน้มว่าจะมีการเจริญเติบโตและผลผลิตมากที่สุด โดยพบว่า มีความยาวฝัก ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางลำต้นและผลผลิตมากที่สุด เช่นเดียวกับ คุณภาพหลังการเก็บเกี่ยวของถั่วฝักยาว ซึ่งพบว่า ผลผลิตถั่วฝักยาวที่เก็บเกี่ยวจากดินที่มีการปรับปรุงบำรุงดินด้วยวิธีแบบเกษตรกร (ตำรับที่ 1 ) มีแนวโน้มว่า จะมีอายุการเก็บรักษานานที่สุด และมีอัตราการสูญเสียน้ำหนักน้อยที่สุด อย่างไรก็ตาม พบว่า ตำรับการทดลองที่ 3 ซึ่งมีทำการปรับปรุงดินโดยใส่ปุ๋ยหมักอัตรา 4 ตันต่อไร่ ร่วมกับเชื้อจุลินทรีย์ควบคุมเชื้อสาเหตุโรคพืช (พด.3) อัตรา 100 กิโลกรัมต่อไร่ และฉีดพ่นน้ำหมักชีวภาพ (พด.2) เจือจางในอัตราส่วน 1 : 1,000 อัตรา 50 ลิตรต่อไร่ ร่วมกับสารป้องกันแมลงศัตรูพืช (พด.7) เจือจางในอัตราส่วน 1 : 500 อัตรา 50 ลิตรต่อไร่ มีแนวโน้มว่า จะมีการเจริญเติบและผลผลิตน้ำหนักสดของถั่วฝักยาวมีค่าใกล้เคียงกับวิธีการจัดการดินด้วยปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียว