กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
โครงการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เหมาะสมต่อสภาพแวดล้อมและระบบการผลิต ประกอบด้วย โครงการวิจัยย่อยการพัฒนาพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ผลผลิตสูงและทนแล้ง โครงการวิจัยย่อยการคัดเลือกพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลูกผสมที่เหมาะสมสำหรับระบบการปลูกข้าว และโครงการวิจัยย่อยการวิจัยสรีรวิทยาและเทคโนโลยีชีวภาพในสภาพแวดล้อมวิกฤติเพื่อการปรับปรุงพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ปรับปรุงพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลูกผสมอายุเก็บเกี่ยวยาวและอายุเก็บเกี่ยวสั้น ที่ให้ผลผลิตสูงและทนแล้ง 2) พัฒนาพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลูกผสมที่เหมาะสมสำหรับการผลิตในสภาพนา 3) เพื่อพัฒนาและทดสอบเครื่องหมายโมเลกุลสำหรับตรวจสอบยีน ZmPYL ที่สัมพันธ์กับการทนแล้งในเชื้อพันธุกรรมข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 4) เพื่อศึกษาการตอบสนอง และความสัมพันธ์ของลักษณะทางสรีรวิทยาของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายใต้สภาวะแล้งและร้อน โครงการวิจัยย่อยการพัฒนาพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ผลผลิตสูงและทนแล้ง มีข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สายพันธุ์แท้และลูกผสมหลายพันธุ์ได้ผ่านการประเมินความทนแล้ง และผลผลิตตามขั้นตอนการปรับปรุงพันธุ์ คัดเลือกสายพันธุ์แท้ที่มีลักษณะทางการเกษตรดี ทนแล้ง สามารถคัดเลือกสายพันธุ์แท้อายุยาว ได้ 20 สายพันธุ์ ให้ผลผลิตอยู่ระหว่าง 415-737 กิโลกรัม/ไร่ คัดเลือกสายพันธุ์แท้อายุสั้นได้ 10 สายพันธุ์ ให้ผลผลิตอยู่ระหว่าง 505-776 กิโลกรัม/ไร่ สายพันธุ์แท้เหล่านี้ใช้สำหรับการสร้างลูกผสมในโครงการปรับปรุงพันธุ์ คัดเลือกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลูกผสมที่ผ่านการประเมินผลผลิตตามขั้นตอนปรับปรุงพันธุ์ การเปรียบเทียบเบื้องต้น และการเปรียบเทียบมาตรฐาน เป็นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตเฉลี่ยสูง มีเสถียรภาพ ปรับตัวได้ดีในทุกสภาพแวดล้อมที่ทดสอบ สามารถคัดเลือกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลูกผสมอายุยาว 12 พันธุ์ ที่ให้ผลผลิตเฉลี่ยระหว่าง 1,356-1,452 กิโลกรัม/ไร่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลูกผสมอายุสั้น 12 พันธุ์ ที่ให้ผลผลิตอยู่ระหว่าง 1,304-1,414 กิโลกรัม/ไร่ พันธุ์ที่ผ่านการคัดเลือกเหล่านี้ จะถูกนำเข้าสู่การประเมินผลผลิตในขั้นตอนการเปรียบเทียบในท้องถิ่น ต่อไป การคัดเลือกพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลูกผสมที่เหมาะสม สำหรับระบบการปลูกข้าว เป็นการประเมินศักยภาพการให้ผลผลิตของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลูกผสมพันธุ์ดีเด่น ดำเนินการในสภาพนาหลังการเก็บเกี่ยวข้าว เขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ รวม 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ นครราชสีมา นครสวรรค์ และเพชรบูรณ์ พบว่า ลักษณะผลผลิตมีความแตกต่างทางพันธุกรรมในแต่ละสภาพแวดล้อม และมีปฏิกิริยาสัมพันธ์ระหว่างพันธุกรรมและสภาพแวดล้อม ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลูกผสมพันธุ์การค้า CP303 ให้ผลผลิตเฉลี่ยสูงสุด 1,071 กิโลกรัม/ไร่ สูงกว่าพันธุ์ NS3 NS4 และNS5 คิดเป็น 21 20 และ 2 % ตามลำดับ แต่ไม่แตกต่างทางสถิติกับพันธุ์ Pac 789 ซึ่งมีผลผลิตเฉลี่ย 1,062 กิโลกรัม/ไร่ ข้าวโพดลูกผสม NSX 152067 เป็นพันธุ์ลูกผสมพันธุ์ดีเด่น ของกรมวิชาการเกษตร ซึ่งมีผลผลิตเฉลี่ย 997 กิโลกรัม/ไร่ ใกล้เคียงกับพันธุ์ลูกผสมการค้า Pac 789 ข้าวโพดลูกผสม NSX 152067 นอกจากให้ผลผลิตสูงแล้ว ยังมีค่าสัมประสิทธิ์รีเกรสชั่น (b) ไม่แตกต่างจาก 1.0 และมีค่าเบี่ยงเบนจากเส้นรีเกรสชัน (S2d) ต่ำไม่แตกต่างจาก 0 จัดเป็นพันธุ์ที่มีเสถียรภาพ ปรับตัวได้ดีในทุกสภาพแวดล้อมที่ทดสอบ การพัฒนาเครื่องหมายโมเลกุลของยีน ZmPYL ที่สัมพันธ์กับการทนแล้งในเชื้อพันธุกรรมข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยการโคลนยีน ZmPYL ด้วยเทคนิคพีซีอาร์ และวิเคราะห์ลำดับดีเอ็นเอของยีน ZmPYL ที่ให้ความแตกต่างระหว่างข้าวโพดกลุ่มพันธุ์ที่ทนแล้งและไม่ทนแล้ง เพื่อค้นหาตำแหน่งของเครื่องหมายดีเอ็นเอชนิด SNPs (Single Nucleotide Polymorphisms) ผลพบตำแหน่งการเปลี่ยนลำดับเบสของดีเอ็นเอแบบสนิปส์ของยีน ZmPYL10 ที่ตำแหน่ง 66 ข้าวโพดสายพันธุ์ทนแล้งมีลำดับดีเอ็นเอเป็นแบบ homozygous A/A ในขณะที่สายพันธุ์ข้าวโพดกลุ่มไม่ทนแล้ง มีลำดับดีเอ็นเอเป็นแบบ homozygous G/G ซึ่งตำแหน่งสนิปส์นี้จะนำไปใช้ออกแบบไพรเมอร์และโพรบให้มีความจำเพาะกับตำแหน่งสนิปส์ของยีน ZmPYL10 สำหรับนำไปพัฒนาเป็นเครื่องหมายโมเลกุลนำไปใช้ทดสอบและคัดเลือกลักษณะการทนแล้งในเชื้อพันธุกรรมของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ต่อไป
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 8 — 8. Actual deliverable qualified through test and demonstration
ได้พันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ผ่านการทดสอบตามขั้นตอนการปรับปรุงพันธุ์ พร้อมทั้งข้อมูลพันธุ์ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ระบบการปลูกข้าว และข้อมูลตามข้อกำหนดของการปรับปรุงพันธุ์ของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลูกผสมพันธุ์ใหม่ เพื่อประกอบในการเสนอให้พิจารณาเป็นพันธุ์รับรองของกรมวิชาการเกษตรพร้อมแนะนำเผยแพร่ต่อผู้นำไปใช้ประโยชน์ รวมถึงฐานข้อมูลเชื้อพันธุกรรม เพื่อการใช้ประโยชน์ของนักปรับปรุงพันธุ์ ได้องค์ความรู้ลักษณะทางสรีรวิทยาที่เกี่ยวข้องกับความทนทานแล้ง และร้อน เพื่อใช้ประกอบในการคัดเลือกพันธุ์/สายพันธุ์ ทนทานแล้ง และร้อน ในโครงการปรับปรุงพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ รวมถึงมีเครื่องหมายโมเลกุลสำหรับใช้คัดเลือกพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้มีลักษณะทนต่อความแห้งแล้งเพื่อเผยแพร่ ให้นักวิจัยอื่นๆ นำไปประยุกต์ใช้ในโครงการที่เกี่ยวข้อง
มีพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ผ่านการปลูกทดสอบและคัดเลือกในระดับแปลงทดลองในสถานี/ศูนย์วิจัยในหลายสภาพแวดล้อม มีสายพันธุ์แท้ และประชากรข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เก็บรักษาในห้องควบคุมอุณหภูมิและความชื้น มีแบบบันทึกลักษณะของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ได้มาตรฐาน ตามแบบของ International Board for Plant Genetic Resources (IBPGR) และหลักเกณฑ์การตรวจสอบคุณลักษณะพันธุ์พืชเพื่อการคุ้มครอง (คพ.2) มีองค์ความรู้ การบริหารจัดการแปลงสภาพแล้ง และร้อน รวมทั้งอุปกรณ์ในการบันทึกข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และมีข้อมูลยีน ZmPYL จำนวน 13 ยีน ที่เกี่ยวข้องลักษณะการทนแล้ง และได้มีการพิสูจน์แล้วว่ามีความเกี่ยวข้องกับลักษณะการทนแล้งในข้าวโพด เป็นยีนที่มีบทบาทสำคัญในการทนต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม สามารถนำมาทดสอบและพัฒนาเป็นเครื่องหมายโมเลกุล เพื่อคัดเลือกและเพิ่มความทนทานต่อความแห้งแล้งของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 9 — 9. actual project solution (s) proven in relevant environment
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลูกผสมพันธุ์ใหม่ มีการใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวาง เหมาะสมกับสภาพการผลิต และพื้นที่ปลูก มีการกระจายพันธุ์ที่เหมาะสมต่อพื้นที่อย่างน้อย 3% ของพื้นที่ปลูกทั้งประเทศ และข้าวโพดสายพันธุ์แท้พ่อแม่พันธุ์ และเทคโนโลยีการผลิตเมล็ดพันธุ์ลูกผสม ถ่ายทอดสู่เกษตรกร ภาคเอกชน และภาครัฐ ไปใช้ผลิตเมล็ดพันธุ์ลูกผสมสำหรับผลิตเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เองหรือผลิตเพื่อการค้า รวมถึงรักษาความหลากหลายของพันธุกรรมข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ นำไปใช้ประโยชน์โดยนักปรับปรุงพันธุ์ในการพัฒนาพันธุ์ใหม่ที่มีลักษณะที่ต้องการ เช่น ผลผลิตสูง ทนทานแล้ง เป็นต้น
ปรับปรุงพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูง ทนทานแล้ง เหมาะสมกับระบบการปลูกพืชของเกษตรกรในแหล่งปลูกต่างๆ เช่น พันธุ์ข้าวโพดลูกผสมอายุยาว มีความทนทานแล้ง สำหรับพื้นที่ปลูกต้นฤดูฝน-ปลายฝน หรือพันธุ์อายุสั้นมีอายุเก็บเกี่ยวที่เหมาะสมกับระบบการปลูกพืชและการปลูกทดแทนนาปรัง