กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
Eco-cycle Model” เป็นแนวคิดการพัฒนาชุมชนและที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืนที่มุ่งเน้นการหมุนเวียนทรัพยากรให้เกิดมูลค่าสูงสุดโดยการใช้พลังงานทดแทน (Renewable energy) การลดปริมาณการใช้ทรัพยากร (Reduce) การนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) และการนำมาใช้ซ้ำ (Reuse) โดยเป็นการดำเนินการร่วมกันอย่างครบวงจรระหว่าง น้ำเสีย ขยะของเสีย และการผลิตพลังงาน อีกทั้งรวมไปถึงการใช้ทรัพยากรที่ดิน การจัดวางผังเมือง การจัดระบบขนส่งมวลชนอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด การวิจัยนี้ที่ปรึกษาได้ศึกษาเทคโนโลยีการผลิตพลังงานจากพลังงานทดแทน เทคโนโลยีการบำบัดและกำจัดของเสียสำหรับที่อยู่อาศัยและชุมชน เทคโนโลยีการทำความเย็นสำหรับที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยีการผลิตก๊าซชีวภาพจากของเสียที่เกี่ยวข้องต่อการพัฒนาชุมชนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งในเชิงของความเหมาะสม ค่าใช้จ่าย และสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีการผลิตพลังงานจากพลังงานทดแทนสำหรับที่อยู่อาศัยและชุมชนนั้น ประกอบด้วย การใช้พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อผลิตพลังงานสำหรับ 1) ระบบต่างๆ ในที่พักอาศัย 2) ระบบแสงสว่างภายนอกที่พักอาศัย 3) ระบบการผลิตน้ำร้อนจากพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับใช้ในที่พักอาศัย 4) ระบบสูบน้ำ 5) ระบบบำบัดน้ำเสียส่วนกลาง และ 6) การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับพลังงานลมสำหรับระบบแสงสว่างส่วนกลาง เทคโนโลยีการบำบัดและกำจัดของเสียสำหรับที่อยู่อาศัยและชุมชน ประกอบด้วย 1) เทคโนโลยีด้านการบำบัดและการนำน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่ และ 2) เทคโนโลยีด้านการจัดการขยะและของเสีย โดยเทคโนโลยีแรก ครอบคลุมถึง 1.1) การบำบัดน้ำเสียด้วยวิธีการทางธรรมชาติ (ได้แก่ ระบบบ่อซึม ระบบบ่อผึ่ง ระบบบ่อพืชลอยน้ำ และระบบบึงประดิษฐ์) 1.2) การเก็บรวบรวมน้ำฝนเพื่อใช้ประโยชน์ (ได้แก่ ระบบถังเก็บน้ำใต้ดิน และระบบถังเก็บน้ำบนดิน) 1.3) การบำบัดน้ำเสียเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ และ 1.4) การนำธาตุอาหารในน้ำทิ้งกลับมาใช้ประโยชน์ และเทคโนโลยีที่ 2 นั้นครอบคลุม 2.1) การแปรรูปขยะด้วยความร้อน และ 2.2) การแปรรูปขยะด้วยกระบวนการทางชีวภาพ (ได้แก่ การหมักปุ๋ย และการผลิตก๊าซชีวภาพ) เทคโนโลยีการทำความเย็นสำหรับที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมนั้น ประกอบด้วย ระบบทำความเย็นแบบดูดกลืน และการประยุกต์ใช้สารทำความเย็นแบบ Non CFCs และเทคโนโลยีการผลิตก๊าซชีวภาพจากของเสีย ซึ่งแบ่งระบบการผลิตเป็น ระบบการผลิตก๊าซชีวภาพจากขยะอินทรีย์แบบขั้นตอนเดียว และแบบสองขั้นตอนหรือหลายขั้นตอน นอกจากนี้คณะผู้วิจัยยังได้ทำการรวบรวมข้อมูลและศึกษาแนวทางเบื้องต้นในการรับมือกับอุทกภัยในเบื้องต้นซึ่ง ประกอบด้วย 1) การหนีน้ำ 2) การสู้น้ำ 3) การกันน้ำ 4) การปล่อยน้ำ และ 5) การลอยน้ำ แนวทางในการสร้างเมืองสีเขียว (Green City Guidelines) ซึ่ง ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลัก อันได้แก่ 1) เมืองสีเขียว (green cities) 2) เพื่อนบ้านสีเขียว (green neighbourhoods) 3) ถนนสีเขียว (green streets) และ 4) อาคารสีเขียว (green buildings) ในส่วนของการเสริมสร้างปัญญาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยในชุมชนนั้น คณะผู้วิจัยได้ศึกษาแนวทางต่างๆ และนำเสนอหลักสูตร คุณธรรมของศูนย์คุณธรรมที่จะสามารถช่วยพัฒนาคุณภาพความคิดและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเยาวชน ผู้นำชุมชน เกษตรกร ครู ผู้บริหารหน่วยงานและสถานศึกษา อันประกอบด้วย 1) หลักสูตรการพัฒนากสิกรรมสู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียง 2) หลักสูตรการบริหารจัดการโครงการส่งเสริมคุณธรรมความดี 3) หลักสูตรการบริหารสถานศึกษาอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม 4) หลักสูตรเสริมสร้างผู้นำจิตอาสาเพื่อพัฒนาองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ 5) หลักสูตรผู้นำเยาวชนจิตอาสา 6) หลักสูตรศาสนสัมพันธ์สำหรับผู้นำศาสนา และ 7) หลักสูตรพัฒนาศักยภาพผู้นำ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนตามวิธีทางแห่งความพอเพียง จากการวิเคราะห์ความเหมาะสมในการใช้เทคโนโลยีต่างๆ สำหรับที่อยู่อาศัยทั้ง 5 แบบ ของการเคหะแห่งชาติ (กคช.) อันได้แก่ บ้านเดี่ยว 2 ชั้น บ้านแฝด 2 ชั้น บ้านแถว 2 ชั้น อาคารชุด และอาคารสูง พบว่าเทคโนโลยีการทำความเย็นนั้นไม่เหมาะกับการนำใช้กับที่อยู่อาศัยของ กคช. เนื่องจากมีต้นทุนที่สูง และไม่ได้มีการติดตั้งระบบการทำความเย็นมากมายนัก ในขณะที่การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการผลิตพลังงานจากพลังงานแสงอาทิตย์นั้นสามารถนำใช้ได้กับที่อยู่อาศัยทุกประเภท หากแต่มีข้อจำกัดของความเหมาะสมตามลักษณะทางกายภาพและระบบสาธารณูปโภคของที่อยู่อาศัย เช่น เทคโนโลยีที่ใช้เพื่อระบบสาธารณูปโภคส่วนกลางจะไม่เหมาะสมกับการนำใช้กับที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว เป็นต้น ในส่วนของการบำบัดและกำจัดของเสียนั้น การนำใช้เทคโนโลยีต่างๆ อาจไม่เหมาะกับบ้านเดี่ยวเนื่องจากมีปริมาณของเสียไม่เพียงพอต่อการลงทุนที่คุ้มค่า หากแต่อาจนำใช้ระบบการรวบรวมน้ำฝนขนาดประมาณ 5 ลบ.ม. ได้ ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีต่างๆ กับชุมชนขนาดต่างๆ ตามมาตรฐานของ กคช. อันได้แก่ หมู่บ้าน (ประชากร 2,000 คน) ตำบล (ประชากร 8,000 คน) อำเภอ (ประชากร 24,000 คน) และเมือง (ประชากร 72,000 คน) นั้น การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์นั้นเหมาะสมสำหรับชุมชนทุกขนาดเนื่องจากระบบดังกล่าวเป็นระบที่สามารถเพิ่มลดขนาดได้ตามปริมาณการใช้งานไฟฟ้า หากแต่การติดตั้งครั้งละจำนวนมากๆ อาจลดต้นทุนของระบบได้ตามหลักการประหยัดต่อขนาด (Economy of scale) ในขณะที่ระบบบำบัดและกำจัดของเสียทั้งในส่วนของน้ำเสียและขยะอินทรีย์นั้นมีความเหมาะสมกับชุมชนขนาดใหญ่ เนื่องจากมีปริมาณของเสียที่เพียงพอต่อการลงทุนสร้างระบบ เพื่อทดสอบระบบผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานทดแทนในทางปฏิบัติ การวิจัยได้คัดเลือก “โครงการเคหะชุมชนบึงกุ่ม” เป็นโครงการนำร่องเพื่อติดตั้งเทคโนโลยีระบบผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานทดแทน 3 เทคโนโลยี ได้แก่ 1) ระบบผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับระบบแสงสว่างส่วนกลางภายในอาคาร 1 ชุด ณ อาคาร 109 2) ระบบผลิตพลังงานไฟฟ้าพลังงานทดแทนร่วม (พลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์) สำหรับระบบไฟถนน ณ อาคาร 109 และ 102 อาคารละ 1 ชุด และ 3) ระบบผลิตน้ำร้อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ 1 ชุด ณ อาคาร 96 นอกจากนี้การวิจัยนี้ยังได้มีการจัดสัมมนาเชิงวิชาการเพื่อนำเสนอผลการวิจัยเทคโนโลยี รับฟังความคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง อันประกอบด้วย ตัวแทนจาก กคช. ชุมชน หน่วยงานภาครัฐ องค์กรกำกับดูแล หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม สถาบันการศึกษา และผู้สนใจทั่วไป เพื่อนำไปใช้ประกอบให้การวิจัยมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ท้ายที่สุดของการวิจัยคือ การพัฒนาซอฟต์แวร์ (โดยโปรแกรม Microsoft Excel) เพื่อใช้วิเคราะห์การลงทุนและความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์สำหรับโครงการใหม่ของ กคช. ในอนาคต โดยสามารถเลือกสมมติฐานในการพัฒนาชุมชนในมิติต่างๆ เช่น รูปแบบและจำนวนของที่อยู่อาศัยในชุมชน เทคโนโลยีตามแนวคิด Eco-village และ Eco-cycle สาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้อง และการวิเคราะห์ต้นทุนรวมของโครงการ การกำหนดราคาที่อยู่อาศัย อีกทั้งภาระทางการเงินของผู้อยู่อาศัย เป็นต้น นอกจากนี้ยังได้มีการพัฒนาต้นแบบที่อยู่อาศัยและต้นแบบชุมชนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้แนวคิด Eco-village และ Eco-cycle พร้อมคู่มือการจัดทำโครงการ Eco-village ที่เน้นแนวคิด Eco-cycle และการประหยัดพลังงานโดยใช้พลังงานทดแทนต่อไป