กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกและแนวทางการปรับตัวในการปลูกข้าวหอมมะลิแบบเกษตรน้ำฝนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย (ลุ่มน้ำลำเสียว พื้นที่รับน้ำ 4,400 km?) ประเมินด้วยแบบจำลอง SWAT+ การจำลองเลือกชุดข้อมูลรายวันของภาพฉายภูมิอากาศ (ฝน, อุณหภูมิต่ำสุดและสูงสุด) ระยะเวลา 30 ปี (2021–2050) จากโครงการเปรียบเทียบแบบจำลอง (CMIP) ระยะที่ 5 จำนวน 2 ฉากทัศน์ (CMIP5-RCP4.5, CMIP5-RCP8.5) และระยะที่ 6 (CMIP6-SSP5-8.5) แต่ละฉากทัศน์ใช้ชุดข้อมูลจาก 3 แบบจำลองรวม 9 ชุดข้อมูล ผลการจำลองวิเคราะห์เปรียบเทียบกับผลจากข้อมูลภูมิอากาศช่วงปีฐาน (1981–2010) ตามกลุ่มฉากทัศน์ที่รวมผลของแต่ละกลุ่มด้วยเทคนิคหลายแบบจำลองร่วมกัน จากข้อมูลภาพฉายภูมิอากาศ พบว่า อุณหภูมิรายปีเพิ่มขึ้น 1.2?C และปริมาณฝนรายปีเพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับปริมาณช่วงปีฐาน (1,310 mm) โดยช่วงฤดูแล้ง (พฤศจิกายน-เมษายน) อุณหภูมิเพิ่มมากกว่าช่วงฤดูฝน (พฤษภาคม-ตุลาคม) ปริมาณฝนเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูฝนโดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงกลางฤดูฝน (มิถุนายน-สิงหาคม) จากการวิเคราะห์องค์ประกอบสมดุลน้ำ พบว่า ปริมาณน้ำท่าและน้ำซึมลงดินเพิ่มขึ้น ส่วนการระเหยคายน้ำลดลง โดยน้ำท่าและน้ำซึมลงดินเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงฝน ส่วนการระเหยคายน้ำลดลงมากจากการขาดความชื้นในดินในช่วงฤดูแล้ง ส่วนผลผลิตข้าว พบว่า เมื่อเทียบกับช่วงปีฐาน (2,304 kg/ha) มีผลผลิตลดลง 1.8% และมีความแปรปรวนเพิ่มขึ้น จากการจำลองเพื่อทดสอบแนวทางการปรับตัวโดยเปลี่ยนวันเพาะปลูกข้าวตามฤดูกาลในเดือนกรกฎาคม พบว่า การปลูกข้าวเร็วขึ้น ( เดือนมิถุนายน) ให้ผลผลิตข้าวสูงกว่า 22% และมีความแปรปรวนลดลง เรื่องเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการสำหรับเผชิญความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศทั้งปัจจุบันและอนาคต ได้แก่ การเพิ่มการเตรียมความพร้อม การกำหนดมาตรการการป้องกันและบรรเทาภัย รวมถึงการหาแนวทางการปรับตัว