กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
ชื่องานวิจัย การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะชีวิตป้องกันภัยคุกคามใน รูปแบบใหม่ของนักเรียนวัยรุ่นตอนต้นในจังหวัดบุรีรัมย์ ชื่อผู้วิจัย นางรัตนาภรณ์ คำแปล และ นางสาวพิริยา เอกวิเศษ ปี 2566 บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะชีวิตป้องกันภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ของนักเรียนวัยรุ่นตอนต้นในจังหวัดบุรีรัมย์ 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะชีวิตป้องกันภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ของนักเรียนวัยรุ่นตอนต้นในจังหวัดบุรีรัมย์ที่มีคุณภาพ 3) เพื่อศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนและครูที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น การวิจัยแบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะชีวิตป้องกันภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ของนักเรียนวัยรุ่นตอนต้นในจังหวัดบุรีรัมย์ กลุ่มตัวอย่างในการตอบแบบสอบถาม คือ ผู้บริหารและครูในโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนนักเรียนวัยรุ่นตอนต้น (ช่วงอายุประมาณ 13-15 ปี) จำนวน 195 โรงเรียน และกลุ่มเป้าหมายในการสัมภาษณ์ได้แก่ ผู้บริหารและครูผู้สอนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นในจังหวัดบุรีรัมย์ ทุกสังกัด โดยเลือกโรงเรียนที่มีบริบทแต่ละด้านที่แตกต่างกัน จำนวน 31 โรงเรียน ระยะที่ 2 พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะชีวิตป้องกันภัยคุกคาม ในรูปแบบใหม่ของนักเรียนวัยรุ่นตอนต้นในจังหวัดบุรีรัมย์ที่มีคุณภาพ โดยการสังเคราะห์เอกสารและ การสนทนากลุ่ม (Focus Group) ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 12 คน ระยะที่ 3 ศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนและครูที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น โดยการทดลองใช้ (Try out) กับนักเรียนที่มีคุณสมบัติเหมือนกลุ่มตัวอย่างทุกประการจำนาน 100 คน เต็มหลักสูตร และอบรมครูตามคู่มือการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ จำนวน 100 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยปรากฏดังนี้ 1. ปัญหาของเด็กและเยาวชนที่ควรนำมาจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรียงจากมากไปหาน้อย คือ ได้แก่ 1) ปัญหา ยาเสพติด 2) ภัยจากอินเทอร์เน็ต 3) ปัญหาการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า 4) ปัญหาการดื่มสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ 5) ปัญหาการทะเลาะวิวาท และทักษะชีวิตที่จำเป็นสำหรับนักเรียนวัยรุ่นตอนต้น เรียงตามลำดับ ได้แก่ 1) ด้านการตระหนักรู้และเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น 2) ด้านการคิดวิเคราะห์ ตัดสินใจ และแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ 3) ด้านการสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับผู้อื่น และ 4) ด้านการจัดการกับอารมณ์และความเครียด 2. รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นมี 4 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) แนวคิดทฤษฎี ที่เกี่ยวข้อง 2) วัตถุประสงค์ 3) ขั้นตอนการจัดกิจกรรม มี 6 ขั้น ได้แก่ ขั้นสร้างความตระหนัก (Awareness : A) ขั้นเสริมสร้างประสบการณ์ ( Enhancing : E ) ขั้นแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Exchanging : E) ขั้นนำเสนอผลงาน (Presentation : P) ขั้นสรุปความคิดรวบยอด (Conclusion : C) และ ขั้นประยุกต์ใช้ (Application : A) และ 4) การวัดและประเมินผล 3. ผลการศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนและครูที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น พบว่านักเรียนมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ใน ระดับมาก ทุกรายการ รายการที่มีคะแนนเฉลี่ยมากที่สุดคือ นักเรียนคิดว่าการจัดกิจกรรมตามรูปแบบการจัดการเรียนรู้ …
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. identifying problem and identifying societal readiness