กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
อาหารสดอาจเป็นทางผ่านของเชื้อไวรัสก่อโรค โดยเฉพาะไวรัสตับอักเสบชนิดเอ (HAV) และไวรัสโนโร (NoV) ที่เป็นไวรัสที่สำคัญที่ติดต่อผ่านทางอาหาร การควบคุมการติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพจึงควรตรวจสอบการปนเปื้อนของเชื้อในอาหารอย่างสม่ำเสมอเพื่อการบริโภคอาหารให้ปลอดภัย โดยการตรวจการปนเปื้อนของเชื้อไวรัสนั้นเริ่มจากการสกัดอาหารสดน้ำหนัก 0.25 กรัมด้วย 60 mM guanidinium HCl และเพิ่มขยายจำนวนกรดนิวคลีอิกด้วยวิธี reverse transcriptase-recombinase polymerase amplification (RT-RPA) ที่อุณหภูมิ 37?C นาน 20 นาที แล้วอ่านผลด้วยแลทเทอร์รัล โฟลว์ อิมมูโน แอสเสย์ (lateral flow assay, LFA) จากนั้นทดสอบหาสภาวะที่เหมาะสม หาค่าต่ำสุดของสารพันธุกรรมที่ตรวจพบได้ และตรวจการปนเปื้อนเชื้อไวรัสเป้าหมายพร้อมกันภาคสนาม ผลที่ได้จากการวิเคราะห์ด้วย agarose gel พบว่า RT-RPA มีความไวสูง สามารถตรวจพบกรดนิวคลีอิกบริสุทธิ์และปนเปื้อนจำลองได้ที่ระดับ 107 ถึง 1011 โมเลกุล การอ่านผลด้วย LFA ยังสามารถเพิ่มความไวและความจำเพาะของการตรวจด้วย การประเมินผลการทำด้วยผู้ทำที่ต่างบุคคลและสถานที่ให้ผลแตกต่างเพียง 4% เท่านั้น การคงตัวของชุดตรวจที่เก็บนานถึง 7 สัปดาห์ที่อุณหภูมิต่าง ๆ เช่น อุณหภูมิห้อง แช่เย็นหรือแช่แข็งยังคงพบสัญญาณชัดเจน ชุดตรวจนี้ตรวจการปนเปื้อนของ HAV และ NoV ได้พร้อมกันสองชนิดในอาหารสดจากแหล่งต่าง ๆ จากจำนวนรวม 200 ตัวอย่างพบการปนเปื้อนไวรัสสูงถึง 153 ตัวอย่าง (153/200 หรือ 76.50%) โดยพบ HAV ถึง 152 ตัวอย่าง (76%) และ NoV 91 ตัวอย่าง (45.50%) ส่วนใหญ่ HAV เป็นสายพันธุ์ LP014 และ NoV สายพันธุ์ทั้งหมดเป็น GII จากผลการตรวจที่ได้พบบ่งชี้แล้วว่าชุดตรวจนี้มีประสิทธิภาพการปนเปื้อนของไวรัสในอาหารได้ และยังบ่งชี้ว่าอาหารสดไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค ผู้บริโภคจำเป็นต้องล้างอาหารให้สะอาดก่อนนำมาปรุงสุกให้นานเพียงพอเพื่อป้องกันโรคไวรัสที่ติดต่อผ่านทางอาหาร