กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การศึกษาผลของอัตราส่วนของไนโตรเจน:ฟอสฟอรัส, ไนโตรเจน:เหล็ก และ ฟอสฟอรัส:เหล็ก ต่อไขมันของสาหร่าย Botryococcus braunii KMITL2, Scenedesmus dimorphus KMITL และ Desmodesmus quadricauda KMITL พบว่าการเพาะเลี้ยง B. braunii มีปริมาณไขมันสูงสุด 68.75?1.55% เมื่อเพาะเลี้ยงใน N:Fe 100:100% รองลงมาคือ 18.55?0.60 และ 15.98?0.34% เมื่อ เพาะเลี้ยงใน P:Fe 10:10% และ N:P 100:10% ตามลําดับ ส่วนผลผลิตไขมันสูงที่สุดเท่ากับ 0.54?0.03 g/l เมื่อเพาะเลี้ยงใน N:Fe 200:200% รองลงมาคือ 0.31?0.01 และ 0.09?0.73 g/l เมื่อเพาะเลี้ยงใน N:P 200:200% และ P:Fe 10:10% ตามลําดับ การเพาะเลี้ยง D. quadricauda มีปริมาณไขมันสูงสุด 69.58?7.99% เมื่อเพาะเลี้ยงใน N:P 10:100% รองลงมาคือ 24.98?5.03 และ 18.59?2.21% เมื่อเพาะเลี้ยงใน P:Fe 200:10% และ N:P 10:100% ตามลําดับ ส่วนผลผลิตไขมันสงทู ี่สุดเท่ากับ 8.86?1.12 g/l เมื่อเพาะเลี้ยงใน N:Fe 150:200% รองลงมาคือ 1.48?0.19 และ 0.41?0.06 g/l เมื่อเพาะเลี้ยงใน N:P 10:100% และ P:Fe 200:10% ตามลําดับ การเพาะเลี้ยง S. dimorphus มีปริมาณไขมันสูงสุด 29.50?2.80% เมื่อเพาะเลี้ยงใน P:Fe 50:50% รองลงมาคือ 20.48?0.85 และ 17.73?0.55% เมื่อเพาะเลี้ยงใน N:Fe 200:100% และ N:P 50:10% ตามลําดับ ส่วนผลผลิตไขมันสูงที่สุดเท่ากับ 0.52?0.05 g/l เมื่อเพาะเลี้ยงใน N:Fe 200:200% รองลงมาคือ 0.48?0.03 และ 0.05?0.00 g/l เมื่อเพาะเลี้ยงใน N:P 150:200% และ P:Fe 50:50% ตามลําดับ ชนิดกรดไขมันที่พบของสาหร่ายทั้งสามชนิดมีความเหมาะสมต่อการทําไบโอดีเซลโดยพบกรด ไขมันรวม C10:0-C18:2 ที่มีค่าซีเทนสูงกว่าค่ามาตรฐานของ ASTM D975 กําหนดไว้ผลการทดลอง แสดงให้เห็นได้ว่าสาหร่ายทั้งสามชนิดจึงมีความเหมาะสมในการนํามาเป็นวัตถุดิบทางเลือกสําหรับเป็น แหล่งผลิตไบโอดีเซล