กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การศึกษาการบริการจัดการขยะชุมชนแบบครบวงจรและการมีส่วนร่วมของชุมชนมี 5 โครงการย่อยสามารถสรุปได้ดังนี้ โครงการที่1 การจัดการขยะมูลฝอยอย่างมีส่วนร่วมของชุมชนกรณีศึกษามหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ โครงการที่ 2 การปรับปรุงคุณสมบัติทางกายภาพและเคมีของเชื้อเพลิงขยะจากขยะเทกอง โครงการที่ 3 ผลของวัสดุเสริมแรงด้วยขยะพลาสติก โครงการที่ 4 ประสิทธิภาพเตาผลิตก๊าซชีวมวลสำหรับเชื้อเพลิงขยะเพื่อใช้ในเครื่องยนต์ดีเซลการเกษตร โครงการที่ 5 การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตก๊าซชีวภาพจากขยะอินทรีย์กับมูลสัตว์โดยใช้กระบวนการหมักแบบ 2 ขั้นตอนร่วมกับระบบทำความร้อนจากพลังงานแสงอาทิตย์ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยและเพื่อปลุกจิตสำนึกการมีส่วนร่วมในการจัดการขยะมูลฝอยของชุมชนมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นบุคลากรและนักศึกษาภายในวิทยาเขตสุรินทร์ โดยวิธีการสุ่มแบบมีระบบ ผลการวิจัยสรุปว่ารูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยไม่มีการคัดแยกประเภทขยะมูลฝอยที่ชัดเจน มีการเก็บและขนขยะทุก 2 วัน การพัฒนาการบริหารจัดการขยะมูลฝอยควรมีการประชาสัมพันธ์เชิงรุกในการสร้างเครือข่ายการคัดแยกขยะอย่างสม่ำเสมอมีหน้าที่ในการให้ความรู้และคำแนะนำเกี่ยวกับการจัดการขยะชุมชนรณรงค์ให้คนในชุมชนแยกขยะจนเป็นนิสัยเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมในการนำเสนอวิธีการจัดการขยะมูลฝอย รับรู้และเรียนรู้วิธีการย่อยสลายขยะอย่างต่อเนื่อง ขยะพลาสติกที่เป็นขวดจะนำมาผ่านกระบวนการความร้อนเพื่อสร้างอิฐบล็อกปูพื้นจากพลาสติกผสมศึกษาผลของอัตราส่วนผสมของพลาสติกต่างชนิดกับวัสดุผสมต่อความเค้นแรงอัด โครงงานนี้มุ่งเน้นศึกษาค่าความแข็งแรงของพลาสติกอัดด้วยวัสดุผสมชนิดต่างๆ โดยเอาพลาสติกที่คัดแยกได้มาตัดเป็นชิ้นเล็กๆผสมกับวัสดุที่เตรียมเอาไว้โดยใช้ความร้อนหลอมละลายแล้วนำไปทำเป็นก้อนตัวอย่างเพื่อทดสอบหาคุณสมบัติทางวิศวกรรมในห้องปฏิบัติการโดยใช้เครื่องทดสอบหาค่ากำลังอัด จากนั้นหาส่วนผสมที่เหมาะสมที่สุดตามเกณฑ์มาตรฐานเพื่อนำไปใช้งานจริงอย่างมีประสิทธิภาพ อิฐบล็อกปูพื้นจากพลาสติกผสม 4 ชนิด พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (PET) พอลิเอธิลีน ความหนาแน่นสูง (HDPE) พอลิเอทิลีนความหนาแน่นต่ำ (LDPE ) พอลิโพรไพลีน (PP) ที่มีอัตราส่วนผสมพลาสติกล้วนและอัตราส่วนพลาสติกต่อทราย 1 :1 และ 1:2 และพลาสติกต่อหิน 1:1 และ 1:2 เพื่อนำมาหาค่าความเค้นอัด จากการทดลองได้ทำการทดสอบความเค้นอัดของอิฐบล็อกปูพื้นจากพลาสติกผสมที่มีอัตราส่วนผสมพลาสติกล้วนและอัตราส่วนพลาสติกต่อทราย 1 :1 และ 1:2 และพลาสติกต่อหิน 1:1 และ 1:2 พบว่าอิฐบล็อกปูพื้นจากพลาสติกล้วน ชนิด PP มีค่าความเค้นอัดมากกว่าพลาสติกชนิดอื่นๆที่ค่าความเค้นอัด 208 ksc อิฐบล็อกปูพื้นจากพลาสติกผสมทรายชนิด PP ที่อัตราส่วนพลาสติก 1:1 มีค่าความเค้นอัดมากกว่าพลาสติกชนิดอื่นๆที่ค่าความเค้นอัด 250 ksc การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตก๊าซชีวภาพจากขยะอินทรีย์กับมูลสัตว์ โดยใช้กระบวนการหมักแบบ 2 ขั้นตอนร่วมกับระบบทำความร้อนจากพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งระยะเวลาที่ใช้ทำการทดลองในแต่ละกรณีทั้งหมดจำนวน 7 วัน โดยมีปัจจัยที่ทำการศึกษา คือ อัตราส่วนผสม 30:50:20 30:35:35 30:20:50 (น้ำ:มูลสัตว์:เศษอาหาร) เครื่องทำน้ำร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ กรณีใช้และไม่ใช้น้ำร้อนในกระบวนการหมัก ผลจากการทดลองแสดงให้เห็นว่าการผลิตก๊าซชีวภาพจากขยะอินทรีย์กับมูลสัตว์สามารถผลิตก๊าซชีวภาพไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยมีการย่อยสลายของจุลินทรีย์ที่อยู่ภายในถังหมักก๊าซชีว…