กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
บทคัดย่อรายงานโครงการย่อยที่1 การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อศึกษาอัตราการเกิดอุบัติเหตุกรณีรถจักรยานยนต์ในแต่ละพื้นที่ของประเทศไทยและจำแนกกลุ่มพฤติกรรมของการเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ในกลุ่มเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 15 ปี ดำเนินการวิจัยโดยการประยุกต์ใช้เทคนิคการทำเหมืองข้อมูล เพื่อสกัดองค์ความรู้จากข้อมูลขนาดใหญ่ (big data) ด้านสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ จำนวน 3 ชุดข้อมูล ได้แก่ 1) ชุดข้อมูล 43 แฟ้ม : แฟ้ม Accident (บาดเจ็บเสียชีวิต) 2) ชุดข้อมูล 3 ฐานการเสียชีวิต และ 3) ข้อมูลอัตราการสวมหมวกนิรภัยโดยการ 1) วิเคราะห์สำรวจข้อมูล (exploratory data analysis) ด้วยการใช้สถิติบรรยายและการแสดงกราฟข้อมูล เพื่อให้เห็นแนวโน้มและรูปแบบความสัมพันธ์ของข้อมูล และ 2) การสรุปข้อมูล (descriptive modeling) ด้วยวิธีการ clustering หรือ segmentation โดยประยุกต์ใช้เทคนิค Recency, Frequency, and Monetary Analysis (RFM) และเทคนิค twostep cluster analysis เพื่อจำแนกกลุ่มพฤติกรรมการเกิดอุบัติเหตุทางถนนรถจักรยานยนต์ ผลการวิจัยพบว่า1. การบาดเจ็บเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ของเด็ก ส่วนใหญ่ร้อยละ 69 พบในกลุ่มเด็กอายุ 10-14 ปี ขณะที่กลุ่มเด็กอายุ 5-9 ปี และ 0-4 ปี มีสัดส่วนใกล้เคียงกัน (ร้อยละ 17 และ 14 ตามลำดับ) 2. เขตสุขภาพที่ 5, 7, 8, 9, 11, และ 12 มีจำนวนเด็กบาดเจ็บเสียชีวิตสะสมจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์มากกว่า 20,000 คน ขณะที่เขตสุขภาพที่ 1, 4, และ 6 มีจำนวนเด็กบาดเจ็บเสียชีวิตสะสมประมาณ 15,000-19,000 คน และเขตสุขภาพที่ 2, 3, และ 10 มีจำนวนเด็กบาดเจ็บเสียชีวิตสะสมประมาณ 11,000 คน โดยเขตสุขภาพที่ 2, 3, และ 10 มีจำนวนการบาดเจ็บเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์อยู่ในอันดับท้าย ๆ ตลอดระยะเวลา 6 ปี ขณะที่เขตสุขภาพที่ 12 มีจำนวนสูงเป็นอันดับ 1 ติดต่อกันมาเป็นเวลา 4 ปี ส่วนเขตสุขภาพที่ 4 และ 5 มีจำนวนลดลงในแต่ละปี3. พฤติกรรมเสี่ยงที่พบในเด็กที่บาดเจ็บเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ คือ การไม่สวมหมวกนิรภัย คิดเป็นร้อยละ 78.57 และอัตราการสวมหมวกนิรภัยของเด็กรวมทั้งประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558-2562 มีเพียงร้อยละ 7-8 เท่านั้น โดยมีเพียงไม่กี่จังหวัดเท่านั้นที่มีอัตราการสวมหมวกนิรภัยในกลุ่มเด็กมากกว่าร้อยละ 10 ตลอดทั้ง 5 ปี4. ช่วงที่โรงเรียนส่วนใหญ่เปิดภาคการศึกษาที่ 1 (พฤษภาคมถึงกันยายน) จะมีอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยนต์ของเด็กน้อยกว่าในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงที่โรงเรียนส่วนใหญ่เปิดภาคการศึกษาที่ 2 เช่นเดียวกับในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน และเดือนตุลาคม ซึ่งโรงเรียนส่วนใหญ่ปิดภาคการศึกษา นอกจากนี้ ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุรถจักรยายนต์มากที่สุดคือ ช่วงเวลาระหว่าง 15.00 น.- 20.00 น. ซึ่งเป็นเวลาหลังเลิกเรียน โดยจำนวนอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นหลังเลิกเรียนมีมากกว่าก่อนเข้าเรียน ประมาณ 2 เท่า5. ลักษณะการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยนต์และพฤติกรรมการไม่สวมหมวกนิรภัยของเด็กในแต่ละพื้นที่สุขภาพ สามารถจำแนกได้ 10 กลุ่ม (รายละเอียดในตาราง 4.9) และลักษณะการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยนต์จำแนกตามพฤติกรรมการใช้รถจักรยานยนต์ตามช่วงเวลาของเด็ก สามารถแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม โดยหากพิจารณาสถานการณ์การเสียชีวิตตามลักษณะกลุ่มทั้ง 5 ในพื้นที่แต่ละจังหวัด (รายละเอียดดังตาราง 4.10) จะพบรูปแบบอุบัติเหตุที่ช่วยทำให้เข้าใจสถานการณ์ของแต่ละพื้นที่ได้มากยิ่งขึ้นบทคัดย่อรายงานโครงการย่อยที่2การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายเงื่อนไขสำคัญที่มีผลต่อ…
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. identifying problem and identifying societal readiness