กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
ภูมิหลังและเหตุผล: สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการให้บริการทางการแพทย์ ซึ่งสถานบริการสุขภาพมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องลดความแออัดของโรงพยาบาล และเพิ่มช่องทางในการรับบริการอื่น ๆ นอกเหนือจากการมารับบริการที่สถานบริการสุขภาพโดยตรง วัตถุประสงค์การวิจัย: เพื่อศึกษาสถานการณ์ พัฒนารูปแบบ ศึกษาประสิทธิผล และศึกษาต้นทุนของรูปแบบระบบบริการผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังแบบเก่าและวิถีใหม่สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงระเบียบวิธีวิจัย: การวิจัยและพัฒนา (Research and Development) ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาสถานการณ์คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง โดยทำการสนทนากลุ่มจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จำนวน 48 คน วิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ขั้นตอนที่ 2 พัฒนารูปแบบการจัดระบบบริการโรคไม่ติดต่อเรื้อรังวิถีใหม่สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง โดยการนำสถานการณ์และปัญหามาวิเคราะห์ร่วมกับแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง โดยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) เพื่อพัฒนารูปแบบ ขั้นตอนที่ 3 ศึกษาประสิทธิผล กลุ่มตัวอย่างผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่สามารถควบคุมได้ดี (กลุ่มสีเขียว) ที่มารับบริการในโรงพยาบาลและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดปัตตานี จำนวน 6 แห่ง โดยแบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม อย่างละ 388 คน รวมเป็น 1,552 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามการคิดเชิงวิเคราะห์ ได้ค่า IOC ระหว่าง 0.67–1.00 และได้ค่าความเชื่อมั่นสัมประสิทธิ์แอลฟ่าของครอนบาคเท่ากับ 0.801 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติการแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และเปรียบเทียบก่อนหลังด้วยสถิติ Repleted t-test ขั้นตอนที่ 4 ศึกษาต้นทุน ใช้วิธีการศึกษาต้นทุนทางบัญชี (Account costing) จากมุมมองผู้ให้บริการ (Provider’s perspective) การศึกษานี้ประมาณการต้นทุนที่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 จากฐานข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย และเปรียบเทียบผลในกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลองโดยใช้ Independent t test 1) สถานการณ์การจัดระบบบริการโรคไม่ติดต่อเรื้อรังสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง มิติของผู้ป่วย: ก่อนการระบาดของโรคโควิด-19 จะมึการนัดมาพบแพทย์เดือนละ 1 ครั้ง และเมื่อสามารถควบคุมอาการได้ แพทย์จะนัดมาติดตามอาการทุก 2-3 เดือน ส่วนรูปแบบการบริการทางการแพทย์วิถีใหม่ ต้องการให้มีรูปแบบที่มีการตั้งจุดตรวจคัดกรองเบื้องต้น เมื่อพบอาการผิดปกติมีช่องทางให้คำปรึกษาในระบบออนไลน์ เป็นการลดการไปพบแพทย์ในโรงพยาบาล มิติบุคลากรทางการแพทย์: ก่อนการระบาดของโรคโควิด-19 แบ่งลักษณะทางคลินิกของผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ออกเป็น 3 กลุ่มสี ได้แก่ กลุ่มสีเขียว กลุ่มสีเหลือง และกลุ่มสีแดง ส่วนรูปแบบทางการแพทย์วิธีใหม่ในอนาคต ต้องการให้มีจุดคัดกรองที่มีอุปกรณ์การตรวจที่เพียงพอ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการตรวจได้ง่าย โดยต้องทำให้ประชาชนเข้าถึงจุดตรวจคัดกรองเพิ่มมากขึ้น และจุดตรวจคัดกรองควรอยู่ใกล้บ้าน เพื่อทำให้เกิดการเข้าถึงของผู้ป่วยได้ง่าย 2) รูปแบบการจัดระบบบริการโรคไม่ติดต่อเรื้อรังวิถีใหม่สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ปรับเปลี่ยนการนัดผู้ป่วยมาที่หน่วยบริการทุก 4 เดือน โดยในเดือนที่ไม่ได้มาที่หน่วยบริการทำการบันทึกผลภาวะสุขภาพด้วยตนเอง หรือ Self-monitoring record มาส่งให้พยาบาลที่เป็น Case manager หรือผู้ที่มีหน้าที่ Triage ทุกครั้งที่นัดหมาย เพื่อรับยาตามปกติ ในกรณ…
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. identifying problem and identifying societal readiness