กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลกระทบต่อสภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ อีกทั้งยังพบว่าวิกฤตครั้งนี้ส่งผลให้วิสาหกิจชุมชนจำนวนมากต้องปิดกิจการ ขณะที่วิสาหกิจชุมชนบางแห่งสามารถปรับตัวและเอาตัวรอดจากวิกฤตนี้ได้ จึงเกิดคำถามงานวิจัยที่ว่าปัจจัยใดที่ส่งผลต่อความอยู่รอดของวิสาหกิจชุมชน โดยการศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ปัจจัย 5 ด้านที่มีผลต่อความน่าจะเป็นในการอยู่รอดของวิสาหกิจชุมชนภาคเหนือ ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 โดยได้ประยุกต์ใช้แบบจำลอง COX เป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อความน่าจะเป็นของการอยู่รอดของวิสาหกิจชุมชน จากนั้นจึงถอดบทเรียนของวิสาหกิจชุมชนภาคเหนือที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลว ผลการวิจัยพบว่าปัจจัยที่ส่งผลต่อโอกาสอยู่รอดของวิสาหกิจชุมชนที่มีนัยสำคัญ ได้แก่ การจัดการด้านการเงิน ปัจจัยทางการตลาด (กำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย) การปรับรูปแบบธุรกิจในช่วงการระบาด การปรับเปลี่ยนรูปแบบการจำหน่าย ปัจจัยสนับสนุนภาครัฐ (มาตรการเยียวยาจากภาครัฐ) และตลาดสินค้าเกษตรออนไลน์ ในทางตรงกันข้ามปัจจัยที่ลดโอกาสในการอยู่รอดของวิสาหกิจชุมชน ได้แก่ การจัดการทรัพยากรมนุษย์ การจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ การจัดการโลจิสติกส์ และมาตรการช่วยเหลือทางด้านการเงินจากธนาคารเฉพาะกิจ ซึ่งผลการศึกษานี้ได้นำไปสู่ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. identifying problem and identifying societal readiness