กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาการเตรียมความพร้อมในการดำเนินธุรกิจของวิสาหกิจขนาดย่อม (SE) 2) เพื่อศึกษาแนวทางการปรับตัวในการดำเนินธุรกิจของวิสาหกิจขนาดย่อม (SE) และ 3) เพื่อเสนอแนะนโยบายการช่วยเหลือวิสาหกิจขนาดย่อม (SE) ในการแก้ไขผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในภาคตะวันตก เครื่องมือการวิจัย ได้แก่ แบบวิเคราะห์ศักยภาพ แบบสัมภาษณ์เชิงลึก และการสนทนากลุ่ม กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ประกอบการภาคการบริการ ภาคการผลิต และภาคการเกษตร ในภูมิภาคตะวันตก ผู้วิจัยประเมินศักยภาพวิสาหกิจขนาดย่อมด้วยเกณฑ์การวัดศักยภาพ ประกอบกับใช้หลักการวิเคราะห์แบบเนื้อหา และการวิเคราะห์เชิงบรรยายผลการวิจัยพบสามประเด็น 1) การเตรียมความพร้อมในการดำเนินธุรกิจของวิสาหกิจขนาดย่อม พบว่า ภาคบริการมีความเปราะบางต่อวิกฤติการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 มากที่สุด ส่วนภาคการผลิตและภาคเกษตรมีความเปราะบางรองลงมา โดยทั้งสามภาคมีรูปแบบการเตรียมความพร้อมจากระดับศักยภาพและความเปราะบางที่แตกต่างกัน 2) แนวทางการปรับตัวในการดำเนินธุรกิจของวิสาหกิจขนาดย่อม รูปแบบการปรับตัว ได้แก่ การปรับโครงสร้างบุคลากร การสะสมทุนด้วยการย้ายแรงงาน การทำกิจกรรมนอกภาคบริการ การสร้างความมั่นคงในทรัพยากรการเงิน การประกอบอาชีพที่หลากหลาย การใช้กลยุทธ์การตลาด การใช้ทุนทางสังคม และการรวมกลุ่มเพื่อความความมั่นคงการผลิต การขนส่ง การใช้ทุนกายภาพและธรรมชาติ โดยมีความสอดคล้องกับกรอบการเตรียมความพร้อมทรัพยากรและระบบการจัดการ ครอบคลุม 8 ด้าน และ 3) ข้อเสนอแนะนโยบายการช่วยเหลือวิสาหกิจขนาดย่อม มี 3 ประเด็น ได้แก่ ประเด็นที่ 1 กลไกสามเหลี่ยมวิสาหกิจ ได้แก่ ภาคผู้ประกอบการ ภาคเอกชน และภาครัฐ ประเด็นที่ 2 การจัดลำดับความสำคัญในการช่วยเหลือผู้ประกอบการ ได้แก่ ผู้ประกอบการดั้งเดิม ผู้ประกอบการก้าวหน้า และผู้ประกอบการสร้างสรรค์ และประเด็นที่ 3 นโยบายที่ภาครัฐควรช่วยเหลือกลุ่มวิสาหกิจขนาดย่อมควรแบ่งเป็น 3 ระยะ คือ ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว