กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อสร้างองค์ความรู้และพัฒนานวัตกรรมหลักสูตรการพัฒนาทุนมนุษย์ ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการร่วมกับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม (R&D Consortium) บนระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) (ชลบุรี-ระยอง-จันทบุรี-ตราด) ให้รองรับมาตรฐานสากล และมุ่งสู่การบริการมูลค่าสูง (High value services) และรองรับกระบวนทัศน์ใหม่ ทางสังคม (New normal) (2) เพื่อสร้างองค์ความรู้และพัฒนานวัตกรรมการฝึกอบรมทุนมนุษย์ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการสำหรับบุคลากรวัยทำงาน (Re-Skill/ Up-Skill) เพื่อให้รองรับมาตรฐานมาตรฐาน MRA บนระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) (ชลบุรี-ระยอง-จันทบุรี-ตราด) (3) เพื่อสร้างองค์ความรู้และพัฒนานวัตกรรมฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของทุนมนุษย์บนดิจิทัลแพลตฟอร์ม (Human Capital big data on digital platform) เพื่อใช้ส่งเสริมขีดความสามารถด้านการแข่งขัน ของธุรกิจท่องเที่ยวและการบริการมูลค่าสูง (High value services) สู่การยกระดับให้ประเทศไทย เป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวระดับโลก (World class destination) และรองรับกระบวนทัศน์ใหม่ทางสังคม (New normal) (4) เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และนวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการร่วมกับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมให้กับสถาบันการศึกษาในระดับอาชีวะศึกษา และระดับอุดมศึกษาจำนวน 20 แห่ง และเพื่อเป็นการสร้างสมรรถนะของบัณฑิตจำนวนอย่างน้อย 3,000 คน ให้ตรงกับความต้องการของสถานประกอบการ (5) เพื่อพัฒนาทุนมนุษย์ที่เป็นแรงงานทักษะระดับสูงในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการในพื้นที่ EEC อย่างน้อย 1,500 คน เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมบริการสู่การบริการมูลค่าสูง (High value services) เพื่อยกระดับให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวระดับโลก (World class destination) และรองรับกระบวนทัศน์ใหม่ทางสังคม (New normal) (6) เพื่อพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่ทางด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการอย่างน้อย 10 คน และ (7) เพื่อสร้างเครือข่าย ความร่วมมือทางด้านการวิจัยกับต่างประเทศ การดำเนินการวิจัยเป็นลักษณะการบูรณาการที่มีการบูรณาการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ การวิจัยเชิงคุณภาพ การวิจัยเชิงสำรวจ และการพัฒนานวัตกรรม (R&D) ด้วยการบูรณาการองค์ความรู้ จากโครงการย่อยมาสู่แผนงานวิจัย อนึ่ง ในช่วงการดำเนินการวิจัย เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 (COVID-19) ทำให้เกิดการปรับกระบวนการวิจัยเพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ผลการวิจัย ดังนี้ องค์ความรู้ศักยภาพของบุคลากรและความต้องการของผู้ประกอบการ (1) ซึ่งพฤติกรรมและปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกที่พักของนักท่องเที่ยว พบว่า นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางท่องเที่ยวกับครอบครัว/คนรัก มากที่สุด มีจำนวนวันพักโดยเฉลี่ยนต่อการเดินทางท่องเที่ยวในแต่ละครั้งประมาณ 2 คืน นิยมเลือกที่พักประเภทโรงแรม โดยราคาที่พักโดยเฉลี่ยต่อคืนของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ประมาณ 1,000 - 1,500 บาท ในส่วนของแนวทางการพัฒนามาตรฐานการบริการของโรงแรมยุค New normal 4 ด้าน ได้แก่ (1.1) ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและส่วนรวม (Responsibility) พบว่า นักท่องเที่ยว มีความต้องการโรงแรมมีบรรยากาศโล่ง โปร่ง อากาศถ่ายเทสะดวกมากที่สุด (=4.75, SD=0.51) (1.2) ด้านการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า (Relation) พบว่า นักท่องเที่ยวมีความต้องการพนักงานมีอัธยาศัยมีใจรักงานบริการมากที่สุด (=4.79, SD=0.46) (1.3) ด้านความน่าเชื่อถือ (Reliable) พบว่า นักท่องเที่ยวมีความต้องการห้องพักมีความสะอาดมากที่สุด (=4.85, SD=0.37) (1.4) ด้าน ความสมเหตุสมผล (Reasonable) นักท่องเที่ยวมีความต้องการราคาห้องพักมีความเหมาะสม (=4.66, SD = 0.54) (1.5) การตัดสินใจใช้บริการโรงแรมยุค New normal การแพร่ระบาดของโควิดส่งผลให้นักท่องเที่ยวมีความใส่ใจในรายละเอียดของที่พักมากยิ่งขึ้น (=4.81, SD=0.49) (2) ผู้ประกอบการและแรงงานด้านการท่องเที่ยว ต้องการให้มีหลักสูตรการเรียนรู้เพื่อการยกระดับการทำงานที่สามารถรองรับได้ทุกกลุ่มผู้เรียน ไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของอายุ เวลา องค์ความรู้สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการทำงานได้จริง เป็นหลักสูตรที่ได้รับการยอมรับตลอดจนการออกใบรับรองเมื่อผ่านการฝึกอบรมหรือการเรียนจบหลักสูตร ทั้งนี้ผลการศึกษาทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพจึงนำไปสู่การพัฒนาทุนมนุษย์ ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการร่วมกับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม (R&D Consortium) บนระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) (ชลบุรี-ระยอง-จันทบุรี-ตราด) ให้รองรับมาตรฐานสากล และมุ่งสู่การบริการมูลค่าสูง (High value services) และรองรับกระบวนทัศน์ใหม่ทางสังคม (New normal) จำนวน 6 หลักสูตร ได้แก่ (1) หลักสูตรพนักงานแผนกแม่บ้าน (2) หลักสูตรพนักงานแผนกต้อนรับส่วนหน้า (3) หลักสูตรพนักงานแผนกประกอบอาหาร (4) หลักสูตรพนักงาน แผนกอาหารและเครื่องดื่ม (5) หลักสูตรยุวมัคคุเทศก์นำเที่ยว และ (6) หลักสูตรสุขาภิบาลและ ความปลอดภัยของผู้สัมผัสอาหาร2) การฝึกอบรมทุนมนุษย์การฝึกอบรมทุนมนุษย์ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและ การบริการสำหรับบุคลากรวัยทำงาน (Re-Skill/ Up-Skill) เพื่อให้รองรับมาตรฐานมาตรฐาน MRA บนระเบียงเศรษฐกิจ ภาคตะวันออก (EEC) (ชลบุรี-ระยอง-จันทบุรี-ตราด) จัดการฝึกอบรมรูปแบบ Onsite จำนวน 415 คน ในหลักสูตรยุวมัคคุเทศก์นำเที่ยว จำนวน 105 คน และพนักงานแผนกประกอบอาหาร (Food production) สุขาภิบาลและความปลอดภัยของผู้สัมผัสอาหาร จำนวน 310 คน แต่ด้วยข้อจำกัดในการรวมกลุ่ม และการเดินทาง เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ ไวรัส โคโรนาหรือโควิด-19 (COVID-19) ตั้งแต่ปี พ.ศ.2563 จนถึงปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อการจัด การฝึกอบรม จึงปรับรูปแบบการจัดอบรม เป็นการพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมในรูปแบบ Online ในแพลตฟอร์มออนไลน์ ต่าง ๆ เช่น YouTube: Upskill HCD SDU MOOCs และบนระบบ MOOCS (https://mooc.dusit.ac.th/) คลิปวิดีทัศน์ 200 คลิป มีผู้ลงทะเบียนเรียนผ่านระบบแบบ Online จำนวน 615 คน และได้นำคลิปวิดีทัศน์ขึ้นช่อง YouTube Channel เพื่อเปิดเผยแพร่ให้กับคนทั่วไปสามารถเรียนรู้ด้วยตนเอง (Lifelong Learning) เรียนได้ทุกเวลา 3) การพัฒนานวัตกรรมฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของทุนมนุษย์บนดิจิทัลแพลตฟอร์ม (Human capital big data on digital platform) เพื่อใช้ส่งเสริมขีดความสามารถด้านการแข่งขันของธุรกิจท่องเที่ยวและการบริการมูลค่าสูง (High value services) สู่การยกระดับให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวระดับโลก (World class destination) และรองรับกระบวนทัศน์ใหม่ทางสังคม (New Normal) ดังนี้ 3.1) นวัตกรรมฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของทุนมนุษย์ (Human capital big data) ซึ่งได้มี การจัดเก็บข้อมูลบุคลากรทางด้านการท่องเที่ยว เช่น ข้อมูลการรับสมัครงาน (Recruit) ข้อมูลการจัดการแรงงาน ข้อมูลการจัดการประสิทธิภาพ ข้อมูลการจัดการค่าตอบแทนและผลประโยชน์ ข้อมูลการจัดการเรียนรู้ ข้อมูลการเข้าร่วมและการจ่ายเงินเดือน ข้อมูลการบริหารการออกจากงาน ข้อมูลการบริหารปฏิบัติตามข้อกำหนดและกฎหมาย และข้อมูลการท่องเที่ยวและการบริหาร3.2) ระบบดิจิทัลแพลตฟอร์ม (Digital platform) เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางของข้อมูล ในการเสริมสร้างขีดความสามารถของทุนมนุษย์อุตสาหกรรมท่องเที่ยวและโรงแรม และใช้สำหรับยกระดับขีดความสามารถด้านการแข่งขันของธุรกิจท่องเที่ยวและการบริการมูลค่าสูง (High value services) สู่การยกระดับให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวระดับโลก (World class destination) ซึ่งมีการพัฒนานวัตกรรมที่สำคัญ ได้แก่- การออกแบบ Prototype บน Digital platform ที่เชื่อมโยงกับระบบ Smart tourism ด้วยการนำระบบ Artificial Intelligence (AI) มาประยุกต์เพื่อทำการจำแนกประเภท จัดกลุ่ม และพยากรณ์จากข้อมูลในฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีอยู่ เพื่อให้สามารถจัดบุคลากรภาคบริการให้เหมาะสมกับงานแบ่งกลุ่มบุคคลเพื่อให้ง่ายต่อการให้การสนับสนุนทั้งทางด้านการฝึกอบรม สวัสดิการ และค่าตอบแทน โดยแพลตฟอร์มที่พัฒนาขึ้นสามารถเข้าถึงได้ทางอินเทอร์เน็ต ผ่านทางสมาร์ทโฟนและเครื่องคอมพิวเตอร์ - การพัฒนา Chatbot prototype เพื่อเชื่อมต่อกับระบบ AI ด้วย Deep learning เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว จากตัวอย่าง 498 ตัวอย่าง และนำแบบจำลองสมการโครงสร้าง (SEM) มาใช้ ผลการวิจัยสนับสนุนรูปแบบความตั้งใจเชิงพฤติกรรมการกลับมาเยี่ยมเยียน ผลการวิจัยพบว่า การใช้โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ประสบการณ์ การเดินทาง ความพึงพอใจ และความตั้งใจที่จะกลับไปเยี่ยมเยียนมีความสำคัญในทางบวก การรับรู้ของการท่องเที่ยวที่ชาญฉลาดเกี่ยวกับความตั้งใจ ที่จะมาเยือนอีกครั้งมีความสำคัญ สังเกตความสัมพันธ์ที่มีนัยสำคัญระหว่างโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่ส่งผลโดยตรงต่อประสบการณ์การเดินทาง (0.954) ประสบการณ์การเดินทางที่ส่งผลโดยตรงต่อ ความพึงพอใจ (0.870) ความพึงพอใจที่ส่งผลโดยตรงต่อความตั้งใจที่จะมาเยือนอีกครั้ง (0.731) ประสบการณ์การเดินทางที่ส่งผลโดยตรงต่อความตั้งใจที่จะมาเยือน (0.281) และสุดท้าย คือประสบการณ์การเดินทางโดยอ้อม (0.248) ค่า Chi-square สัมพัทธ์ (?2 / df) เท่ากับ 1.247 แสดงว่าโมเดลมีความเหมาะสม ดัชนีความพอดีเปรียบเทียบ (CFI) คือ 0.997 ดัชนีความพอดี (GFI) คือ 0.956 และแบบจำลองที่อิงตามสมมติฐานการวิจัยนั้นสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ …
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. identifying problem and identifying societal readiness