กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ส่งผลกระทบต่อการค้าขายทั่วโลก รวมไปถึงในหลายประเทศที่มีข้อกำหนดปิดประเทศและยกเลิกการขนส่งทางอากาศ ทำให้การส่งผลิตผลการเกษตรทางเครื่องบินมีราคาแพงและไม่ได้รับความสะดวก ผลิตผลส่วนหนึ่งที่ส่งออกไม่ได้จึงตกค้างและมีมากเกินความต้องการบริโภคภายในประเทศ โดยเฉพาะมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดเกาหลีและญี่ปุ่นอย่างมากคณะผู้วิจัยจึงได้ตระหนักถึงความสำคัญและวิธีแก้ปัญหาการส่งออกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองไปญี่ปุ่นและเกาหลีทางเรือ โดยใช้เทคนิคการบริหารจัดการก่อนและหลังการเก็บเกี่ยวที่เหมาะสมร่วมกับการใช้ตู้คอนเทนเนอร์ควบคุมบรรยากาศ นอกจากนี้ เพื่อให้เกษตรกรผู้ปลูกได้มีแนวทางสำหรับการวางแผนการผลิตไม่ให้ล้นตลาด คณะผู้วิจัยจึงได้สำรวจและรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันตก ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 44 กลุ่ม และได้ออกแบบเว็บไซต์และระบบฐานข้อมูล เพื่อจัดเก็บข้อมูลเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองดังกล่าว กิจกรรมที่ดำเนินการในโครงการมีผลการศึกษาดังนี้ 1) การคัดเลือกระยะสุกแก่ด้วยเทคนิคเนียร์อินฟาเรดสเปคโตรสโกปีโดยไม่ทำลายผลผลิต พบว่า ลักษณะสเปกตรัมของมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองเป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือ ความแม่นยำของสมการมีค่าการทำนาย (Prediction R2) เท่ากับ 0.96 และค่าการพิสูจน์ยืนยันการใช้ได้ (Validation R2) = 0.95 ซึ่งสัมพันธ์กับค่าปริมาณของแข็งที่ละลายน้ำได้ แสดงให้เห็นว่าสามารถนำเทคนิค เนียร์อินฟาเรดสเปคโตรสโกปีมาใช้ในการทำนายระยะสุกแก่ของมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองได้ เมื่อได้สมการที่เหมาะสมสำหรับการคัดเลือกระยะเก็บเกี่ยวมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองแล้ว จึงนำสมการที่ได้มาใช้คัดเลือกในการทดลองถัดไป 2) การศึกษาผลของการเก็บรักษาแบบควบคุมบรรยากาศต่อคุณภาพของมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองเพื่อจำลองการขนส่งทางเรือ โดยใช้ภาชนะบรรจุขนาด 63 ลิตร พบว่า มะม่วงในชุดควบคุมมีอายุการเก็บรักษาเพียง 15 วัน มีการเปลี่ยนแปลงสีอย่างรวดเร็ว ปริมาณของแข็งที่ละลายน้ำได้สูง ในขณะที่มะม่วงในภาชนะบรรจุที่มีสัดส่วนออกซิเจน 3% ร่วมกับคาร์บอนไดออกไซด์ 5% มีอายุการเก็บรักษาสูงที่สุดเป็นระยะเวลา 24 วัน ซึ่งเหมาะสมต่อการยืดอายุในระหว่างขนส่ง และได้ผลดีกว่ามะม่วงในภาชนะบรรจุที่มีสัดส่วนออกซิเจน 6% ร่วมกับคาร์บอนไดออกไซด์ 5% จึงเลือกสัดส่วนออกซิเจน 3% มาทดลองในตู้คอนเทนเนอร์จริง 3) การขนส่งโดยใช้ตู้จริงขนาด 40 ฟุต ควบคุมบรรยากาศสัดส่วนออกซิเจน 3% เป็นระยะเวลา 15 วัน พบว่า สามารถยืดอายุการเก็บรักษาขณะขนส่งได้ดีที่สุดเช่นเดียวกับการทดลองในภาชนะบรรจุจำลอง โดยมีอัตราการเน่าเสียในตู้คอนเทนเนอร์ 17.01% การสูญเสียน้ำหนักและปริมาณกรดที่ไทเทรตได้ลดลง ชะลอการพัฒนาของสีเปลือกและเนื้อผล ชะลอการอ่อนนุ่มของเปลือกและเนื้อ มีระดับความรุนแรงการเกิดโรคต่ำ มีอายุการเก็บรักษาเมื่อไปถึงปลายทาง 9 และ 6 วัน ที่อุณหภูมิ 13-15 และ 25-27 เซลเซียส ตามลำดับ 4) การศึกษาความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจเปรียบเทียบการขนส่งทางเรือและทางอากาศ พบว่า มีต้นทุนการคัดบรรจุมะม่วงเท่ากัน แต่การขนส่งทางเรือโดยตู้คอนเทนเนอร์ควบคุมบรรยากาศมีต้นทุนโดยรวมถูกกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับการขนส่งทางอากาศและส่งออกได้ในปริมาณมากกว่า ดังนั้น การใช้ตู้คอนเทนเนอร์ควบคุมบรรยากาศจึงเป็นวิธีที่เหมาะสมสำหรับการส่งออกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองผลสดทางเรือ โดยผลมะม่วงยังมีคุณภาพดีเมื่อไปถึงปลายทาง ทั้งนี้iiiการวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์พบว่า หากต้นทุนการขนส่งลดลง 1% จะทำให้มีปริมาณส่งออกเพิ่ม…
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. identifying problem and identifying societal readiness