กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา วิเคราะห์ และพัฒนาแนวทางการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทานยางพาราในเส้นทางเชื่อมโยงระหว่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย – สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว – สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้คือ เกษตรกรที่ประกอบอาชีพการทําสวนยางพารา พ่อค้ายาง/ร้านรับซื้อยางรวบรวมยาง โรงงานแปรรูปยาง/บริษัทส่งออกยางพารา และผู้เกี่ยวข้องในการดำเนินกิจกรรมการเคลื่อนย้ายและส่งออกยาง เช่น เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากร บริษัทขนส่งยาง นายหน้าค้ายาง ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. การจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทานยางพาราในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเริ่มจากส่วนต้นน้ำ คือ เกษตรกรผู้ปลูกยางพารา (กลุ่มอุตสาหกรรมต้นน้ำ) ได้วัตถุดิบต้นน้ำ คือ น้ำยางสด ยางแผ่นดิบ และยางก้อนถ้วย ผ่านกระบวนการที่แปรรูปแตกต่างกันส่งไปขายที่กลุ่มผู้ประกอบการยางพารา (กลุ่มอุตสาหกรรมกลางน้ำ) คือ สหกรณ์ ตลาดกลางยาง พ่อค้ายาง เข้าสู่โรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปผลิตภัณฑ์จากน้ำยาง และส่งไปที่โรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปผลิตภัณฑ์จากยาง (กลุ่มอุตสาหกรรมปลายน้ำ) ให้เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อการบริโภค เช่น ยางรถยนต์ ถุงมือยาง และยางปูพื้น เป็นต้น 2. แนวทางการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทานยางพาราในเส้นทางเชื่อมโยงระหว่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย – สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว – สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ดังนี้ สนับสนุนด้านการผลิตยางพารา เน้นความสําคัญของนโยบายการรักษาเสถียรภาพราคายาง เพื่อป้องกันความผันผวนของราคายาง นโยบายการใช้เงินสงเคราะห์ยาง (cess) ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อวงการยางพารา และนโยบายด้านการพัฒนากําลังคน ทั้งการเพิ่มจํานวนและคุณภาพของนักวิจัย/นักวิชาการด้านยางพารา การสร้างแรงจูงใจคนเข้าทํางานในโรงงานอุตสาหกรรมยางพารา สนับสนุนการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนยางพาราในมหาวิทยาลัยผ่านการวิเคราะห์ความต้องการกําลังคนด้านยางพาราของประเทศ เป็นต้น ดังนั้น แนวทางการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทานยางพารา สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรตลอดห่วงโซ่การผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพระบบการบริหารจัดการโลจิสติกส์ยางพาราของไทย และเพื่อให้ผลผลิตยางพาราของไทยมีการพัฒนาที่ได้มาตรฐาน มีความน่าเชื่อถือ และสามารถแข่งขันได้ในระดับสากลต่อไป