กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การวิจัยเรื่อง การบริหารจัดการเวชภัณฑ์กรณีโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 : ปัญหา อุปสรรคในการจัดซื้อของภาครัฐ ภาคเอกชน และแนวทางแก้ไข มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาและอุปสรรคในการจัดหาเวชภัณฑ์เกี่ยวกับโรค COVID-19 ได้แก่ วัคซีน ATK ยาฟาวิพิราเวียร์ของหน่วยงานรัฐและภาคเอกชนในไทย โดยเปรียบเทียบกระบวนการและหลักเกณฑ์การจัดหาเวชภัณฑ์ดังกล่าวในต่างประเทศ อีกทั้งศึกษาการปรับปรุงนโยบายและการบริหารจัดการวัคซีนของภาครัฐ และบทบาทของสถาบันวัคซีนแห่งชาติในการจัดหาวัคซีนในกรณีฉุกเฉินหรือเพื่อประโยชน์สาธารณะและการพัฒนาวัคซีนต้นแบบ และเพื่อให้ได้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงนโยบายและการบริหารจัดการวัคซีนของภาครัฐให้สอดคล้องกับสถานการณ์การระบาด จากการศึกษาพบว่า 1. การแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุข สังคม และเศรษฐกิจทั่วโลกอย่างมาก เนื่องจากเชื้อไวรัสดังกล่าว สามารถกลายพันธุ์และแพร่กระจายไปสู่คนทุกวัย ทำให้มีจำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2565 มีจำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลกแล้วมากกว่า 440 ล้านคน และเสียชีวิตไป แล้ว 6 ล้านคน รัฐบาลหลายประเทศโดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่มีรายได้สูง ได้ร่วมมือกับบริษัทชั้นนำทางการแพทย์ทั่วโลก ในการเร่งรัดพัฒนาวัคซีนเพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาด จากสถานการณ์และเงื่อนไขดังกล่าวเป็นปัจจัยเอื้อให้กลุ่มประเทศที่มีรายได้สูงสามารถเข้าถึงวัคซีนและเวชภัณฑ์ได้ก่อนกลุ่มประเทศยากจนและกำลังพัฒนา นอกจากนั้นกลุ่มประเทศที่มีรายได้สูง ยังเป็นที่ตั้งของบริษัทผู้ผลิตวัคซีนและเวชภัณฑ์อีกด้วย อาทิ สหรัฐอเมริกา ประชาคมยุโรป และจีน รวมทั้งรัสเซีย จึงสามารถจองวัคซีนและเวชภัณฑ์ได้ก่อน โดยเฉพาะ Vector วัคซีนของบริษัท AstraZeneca และ mRNA ของบริษัท Pfizer และบริษัท J&J ยกเว้นประเทศจีน และรัสเซียที่ใช้วัคซีนที่ทดลองและพัฒนาโดยบริษัทในประเทศตนเอง เช่น วัคซีน Sinovac ,Sinopharm และ Sputnik V เป็นต้น องค์การอนามัยโลกได้รับรองมาตรฐานวัคซีนที่ใช้ได้ในภาวะฉุกเฉิน นโยบายของรัฐบาลเกือบทั่วโลก คือ จัดหาวัคซีนให้ได้เร็วและมากที่สุด ด้วยราคาเท่าใดก็ได้ ในขณะที่วัคซีนในตลาดโลกมีจำนวนจำกัด กลายเป็นของหายาก ทำให้บริษัทผู้ผลิตกลายเป็นผู้มีอำนาจในการกำหนดราคาเอง2. เปรียบเทียบกระบวนการจัดซื้อวัคซีน COVID-19 พบว่า สหรัฐอเมริกาใช้วิธีจองวัคซีนโดยให้เงินงบประมาณให้แก่บริษัท AstraZeneca และบริษัท Pfizer เพื่อดำเนินการทดลองวิจัยและพัฒนาวัคซีน ด้วยเงื่อนไขที่ว่า หากการทดลองผลิตวัคซีนไม่สำเร็จไม่ต้องคืนเงิน ส่วนประเทศที่มีรายได้สูงส่วนใหญ่จะดำเนินการคล้ายกับกรณีประเทศสหรัฐอเมริกา เช่น แคนาดา สามารถจองวัคซีนได้เกือบ 5 เท่าของจำนวนประชากรในประเทศ สิงคโปร์ไม่มีปัญหาจากกฎหมายการจัดซื้อจัดจ้าง จึงสามารถทำสัญญาสั่งจองวัคซีนล่วงหน้าได้ ในปริมาณมากและรวดเร็ว แม้จะยังไม่ได้รับการรับรองจาก Health Science Authority สำหรับฟิลิปปินส์จะมีบริบทใกล้เคียงกับไทย เพราะมีข้อจำกัดภายใต้กฎหมายจัดซื้อจัดจ้าง ไม่สามารถจ่ายเงินล่วงหน้าเพื่อจองวัคซีนได้ เว้นแต่ประธานาธิบดีจะใช้อำนาจเห็นชอบ หรือ ปลดล็อค จากข้อจำกัดทางกฎหมายดังกล่าวนั้น อีกทั้งการให้ภาคเอกชนและรัฐบาลท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการจัดหาและกระจายวัคซีน ทำให้สามารถจัดหาวัคซีนได้เร็วกว่าไทย กรณีประเทศไทย พบว่า ในระยะแรกของการแพร่ระบาด ภาครัฐจะไม่สามารถดำเนินการจัดหาวัคซีนได้อย่างง่ายนัก เพราะข้อจำกัดของ พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ไม่เอื้อและขาดความชัดเจนในการปฏิบัติ ทำให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อ…