กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสถานภาพการผลิตและการตลาดข้าวระดับสารพิษตกค้างในกระแสเลือด แนวทางการพัฒนาการผลิตและการตลาดข้าวอินทรีย์ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพและวิจัยเชิงทดลอง กลุ่มเป้าหมายได้แก่ เกษตรกรที่สมาชิกกลุ่มเกษตรอินทรีย์-ชีวภาพ ตำบลนาป่า อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ ผลการวิจัย พบว่า เกษตรกรมีอายุเฉลี่ย 52.06 ปี ปลูกข้าวเป็นอาชีพหลัก ใช้พื้นที่ปลูกข้าว 14.89 ไร่ต่อครอบครัว ใช้พื้นที่ของตนเองและเช่าผู้อื่น ส่วนใหญ่ปลูกทั้งข้าวนาปีและข้าวนาปรัง นิยมปลูกแบบหว่านน้ำตม ส่วนมากใช้พันธุ์ขาวหอมมะลิ 105 นิยมใช้ปุ๋ยเคมีร่วมกับอินทรีย์ ส่วนมากนิยมใช้ปุ๋ยเคมี 30-0-0 มีการปุ๋ยอินทรีย์หลายชนิดร่วมกัน นิยมใช้สารทามารอนป้องกันกำจัดแมลงศัตรูข้าว เกษตรกรหลายรายไม่ใช้สารเคมีใดเลย ส่วนสารป้องกันกำจัดโรคข้าวนิยมใช้สารแมนโคแซป เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว มีการตากแดดเพื่อลดความชื้น ผลผลิตข้าวบางส่วนเก็บไว้บริโภคและใช้เป็นเมล็ดพันธุ์ในปีถัดไป ราคาขายขึ้นกับนโยบายของรัฐบาลและเปอร์เซ็นต์ความชื้นของเมล็ดข้าว เกษตรกรส่วนใหญ่ต่างคนต่างขาย ส่วนใหญ่ขายเป็นข้าวเปลือกแบบเทกองให้แก่โรงสีในอำเภอเป็นหลัก โดยภาพรวมเกษตรกรมีจุดแข็งมากกว่าจุดอ่อน และมีโอกาสดีที่มีหน่วยงานให้การสนับสนุนเหมาะแก่การทำการผลิตข้าวแบบอินทรีย์ ระดับสารตกค้างในกระแสเลือดของเกษตรกร ส่วนใหญ่อยู่ในระดับที่ปกติและปลอดภัย สำหรับพฤติกรรมการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูข้าวของเกษตรกร เกษตรกรส่วนใหญ่ปฏิบัติโดยมีการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที หลังจากฉีดพ่นสารเคมี และแยกซักเสื้อผ้าที่ใช้ฉีดพ่นสารเคมีออกจากเสื้อทั่วไป สำหรับแนวทางการพัฒนาการผลิต เกษตรกรให้ความสนใจด้านการป้องกันกำจัดโรคข้าวด้วยเชื้อราไตรโคเดอร์มาสด และการบำรุงพืชด้วยน้ำหมักฮอร์โมนไข่ รวมทั้งการใช้ปุ๋ยคอกและปุ๋ยหมักอินทรีย์อัดเม็ด เพื่อใช้ทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมี และลดต้นทุนการผลิต ส่วนแนวทางการพัฒนาการตลาด เกษตรกรให้ความสำคัญกับการจำหน่ายเป็นข้าวเปลือกอินทรีย์ให้แก่โรงสีมากกว่าการจำหน่ายแบบสีเป็นข้าวสารบรรจุถุง อย่างไรก็ตาม เกษตรกรยังมีความสนใจที่จะเข้าร่วมกับเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนข้าวภาคเหนือ เมื่อมีความพร้อมและมีการผลิตข้าวอินทรีย์อย่างเต็มรูปแบบกว่านี้