กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
งานวิจัยนี้ได้รายงานผลของปริมาณน้ายางพาราต่อสัณฐานวิทยา สมบัติทางเคมี สมบัติทางกายภาพ สมบัติเชิงกล และพฤติกรรมการย่อยสลายด้วยวิธีทางชีวภาพของผลิตภัณฑ์โฟมจากแป้งมันสาปะหลังที่ขึ้นรูปโดยวิธีเทอร์มัลรีฟอร์มมิ่ง โดยใช้เครื่องขึ้นรูปแบบอัด สภาวะที่เหมาะสมในการขึ้นรูปโฟมแป้งที่คือ อุณหภูมิแม่พิมพ์ 220 ?C ความดัน 1000 atm และเวลา 4.30 นาที ผลิตภัณฑ์โฟมที่ได้มีความหนาแน่นอยู่ระหว่าง 3.19 x 10 -3 – 4.27 x 10-3 g/cm3 และมีความหนาอยู่ระหว่าง 3.25–3.45 mm โดยโฟมที่มีปริมาณน้้ายางพารามากกว่าจะมีความหนาแน่นสูงกว่า และความหนาน้อยกว่าโฟมที่ใส่ยางพาราน้อยกว่า การศึกษาสัณฐานวิทยาพบว่าส้าลีเป็นสารเสริมแรงที่มีการกระจายตัวในเนื้อโฟมอย่างสม่้าเสมอ และโฟมมีรูพรุนขนาดเล็กที่ขอบและรูพรุนขนาดใหญ่ภายใน การเติมน้้ายางพาราท้าให้สัดส่วนของรูพรุนขนาดเล็กมีน้อยลง แต่รูพรุนขนาดใหญ่มีสัดส่วนมากขึ้น และขนาดรูพรุนเล็กลงและมีผนังหนาขึ้นเมื่อเติมน้้ายางพาราในปริมาณที่เพิ่มขึ้น โดยสารเติมแต่งที่เติมในสูตรไม่ท้า ปฎิริยาเคมีต่อกัน การเพิ่มปริมาณน้้ายางพาราท้าให้การบวมน้้าและการดูดซับความชื้นของโฟมลดน้อยลง จึงนับว่าน้้ายางพารามีผลช่วยให้โฟมคงรูปร่างได้ดีขึ้น การเติมส้าลีมีผลให้ค่าโมดูลัสแรงดัดของโฟมเพิ่มขึ้น และการเติมน้้ายางพาราปริมาณเล็กน้อยท้าให้ค่าโมดูลัสแรงดัดจะลดลงอย่างมีนัยส้าคัญ แต่เมื่อเติมน้้ายางพาราในปริมาณมากขึ้น (มากกว่า 2.5 mL) ค่ามอดูลัสแรงดัดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามปริมาณของน้้ายางพาราที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากการเชื่อมขวางของโมเลกุลเป็นร่างแหโดยปฏิกิริยาวัลคาไนเซชั่นของน้้ายางพาราเกิดมากขึ้นเมื่อปริมาณน้้ายางเพิ่มขึ้นขึ้น เช่นเดียวกับความเครียด ณ จุดขาด ของโฟมที่เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อมีการเติมน้้ายางพาราเล็กน้อย แต่กลับพบว่ามีค่าลดลงอย่างมากเมื่อเพิ่มปริมาณน้้ายางพารามากขึ้น นอกจากนี้ยังพบว่ายางธรรมชาติช่วยปรับปรุงสมบัติความไม่ชอบน้้าของโฟมแป้ง ท้าให้การย่อยสลายของแป้งโดยกระบวนการไฮโดรไลซีสเกิดได้ช้าลงเมื่อเทียบกับโฟมแป้งที่ไม่เติมน้้ายางธรรมชาติ