กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษา สำรวจและวิเคราะห์จัดกลุ่มครูช่างด้านพุทธศิลป์ (แกะสลัก, ปูนปั้น, ลงรักปิดทอง, กระจกเกรียบ) ในจังหวัดเชียงใหม่ 2) อนุรักษ์และฟื้นฟูงานศิลป์ท้องถิ่นด้านพุทธศิลป์ (แกะสลัก, ปูนปั้น, ลงรักปิดทอง, กระจกเกรียบ) ในจังหวัดเชียงใหม่ 3) หาแนวทางการพัฒนาผลงานศิลป์ท้องถิ่นให้สอดคล้องกับบริบทของยุคสมัย และ4) ส่งเสริม ถ่ายทอดและสืบสานความรู้ของงานศิลป์ท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการวิจัยแบบผสมผสานวิธี (Mixed Methods Research) ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์ การสนทนากลุ่ม และการสังเกตทั้งแบบมีส่วนร่วมและไม่มีส่วนร่วม และใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากแบบประเมินความพึงพอใจ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการวิจัยที่ตั้งไว้ นำเสนอผลการศึกษาในรูปแบบพรรณนา (Descriptive Analysis) สามารถสรุปผลการวิจัยได้ดังนี้ 1) การศึกษา สำรวจและวิเคราะห์จัดกลุ่มครูช่างด้านพุทธศิลป์ (แกะสลัก, ปูนปั้น, ลงรักปิดทอง, กระจกเกรียบ) ในจังหวัดเชียงใหม่ ผลการวิจัยพบว่า (1) จากการสำรวจของคณะผู้วิจัยพบครูช่าง สล่าศิลป์ รวมจำนวน 118 คน แบ่งเป็น 1) งานแกะสลัก 74 คน 2) งานปูนปั้น 10 คน 3) งานลงรักปิดทอง 33 คน และ4) งานกระจกเกรียบ 1 คน กระจายอยู่ตามอำเภอต่าง ๆ ทางทิศใต้ของจังหวัดเชียงใหม่เป็นส่วนใหญ่ (2) อัตลักษณ์ของกลุ่มช่าง พบว่าแต่ละชุมชนช่างศิลป์จะมีอัตลักษณ์ของแต่ละสายสกุลช่างหรือแต่ละพื้นที่ เช่น กลุ่มช่างศิลป์อำเภอสันป่าตอง จะนิยมแกะสลักช้าง กลุ่มช่างศิลป์อำเภอจองทอง ซึ่งสืบสายจากครูบาศรีวิชัย จะนิยมทำงานพุทธศิลป์เกี่ยวกับวัด วิหาร ที่มีอัตลักษณ์เฉพาะที่สังเกตได้ชัดเจน (3) จากการศึกษาและวิเคราะห์ คณะผู้วิจัยได้ค้นพบ “บทบาทของผู้หญิงกับงานพุทธศิลป์เชียงใหม่” ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับงานช่างพุทธศิลป์ในจังหวัดเชียงใหม่มาเป็นเวลายาวนาน และ(4) ผลการวิเคราะห์กระบวนการถ่ายทอด สืบทอดงานช่างด้านพุทธศิลป์จังหวัดเชียงใหม่ คณะผู้วิจัยพบว่าเป็นกระบวนการถ่ายทอดการสืบทอดงานพุทธศิลป์ในอดีตจนถึงปัจจุบันในเชิง “แนวราบ” โดยคณะผู้วิจัยได้สังเคราะห์กลไกกระบวนการถ่ายทอดสืบทอดงานช่างพุทธศิลป์เชียงใหม่ ออกเป็น 5 ขั้นตอนคือ (1) “เฮียนฮู้” (การเรียนรู้) (2) “ตวยฮอย” (การสืบทอด) (3) “ยะจ้าง” (การปฏิบัติ) (4) “แป๋งต่อ” (การพัฒนา) และ(5) “ต๋ามฮีต” (การถ่ายทอด) 2) การอนุรักษ์และฟื้นฟูงานศิลป์ท้องถิ่นด้านพุทธศิลป์ (แกะสลัก, ปูนปั้น, ลงรักปิดทอง, กระจกเกรียบ) ในจังหวัดเชียงใหม่ ผลการวิจัยพบว่า คณะผู้วิจัยได้ใช้แนวทางการออกแบบกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการฯ โดยใช้ “ศาสตร์พระราชา” (King Bhumibols Science) มาเป็นแนวทางในการบูรณาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ภายใต้หลักการสำคัญคือ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” สำหรับความพึงพอใจต่อผลการจัดกิจกรรม “การอบรมเชิงปฏิบัติการการอนุรักษ์ ฟื้นฟูงานพุทธศิลป์ท้องถิ่นเชียงใหม่” ภายใต้โครงการวิจัย “ครูช่าง สล่าศิลป์ ภูมิปัญญาท้องถิ่นเชียงใหม่” ครั้งที่ 1 ภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด (x ? = 4.56, S.D. = 0.630) และความพึงพอใจต่อผลการจัดกิจกรรม “การอบรมเชิงปฏิบัติการการอนุรักษ์ ฟื้นฟูงานพุทธศิลป์ท้องถิ่นเชียงใหม่” ภายใต้โครงการวิจัย “ครูช่าง สล่าศิลป์ ภูมิปัญญาท้องถิ่นเชียงใหม่” ครั้งที่ 2 ภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด (x ? = 4.63, S.D. = 0.517) โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับที่มากขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ 3) แนวทางการพัฒนาผลงานศิลป์ท้องถิ่นให้สอดคล้องกับบริบทของยุคสมัย ผลการวิจัยพบว่า การพัฒนาผลงานศิลป์ท้อ…
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 3 — 3. Concept demonstrated analytically or experimentally
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 8 — 8. proposed solution(s) as well as a plan for societal adaptation complete and qualified