กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การศึกษาเรื่อง “แผนขับเคลื่อนสู่การท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทย” มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์ยุทธศาสตร์ นโยบาย และสถานการณ์การจัดการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องในการจัดทำแผนขับเคลื่อนสู่การท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทย 2) วิเคราะห์ศักยภาพ ข้อจำกัด และช่องว่างในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทย 3) วิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทย 4) เพื่อประมาณการผลการปล่อยคาร์บอนและกำหนดเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย และ 5) จัดทำแผนขับเคลื่อนสู่การท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทย ทำการศึกษาโดยใช้ระเบียบการวิจัยแบบเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ โดยใช้แบบสัมภาษณ์ แบบสอบถาม และการประชุมเชิงปฏิบัติการ ตามกรอบแนวคิด Sustainability Balanced Scorecards: SBSC โดยกลุ่มเป้าหมายผู้ให้ข้อมูล ประกอบด้วย 1) หน่วยงานภาครัฐ 2) ภาควิชาการ/ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมและด้านการท่องเที่ยว 3) ภาคเอกชน หรือเจ้าของธุรกิจผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยว 4) ภาคประชาสังคม และ 5) ประชาชน ในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวอารยธรรมล้านนาและจังหวัดน่าน ทำการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) และแบบบอกต่อ (Snowball Sampling) และกลุ่มตัวอย่าง คือ ประชาชนทั่วไปและนักท่องเที่ยวที่มาเยือนแหล่งท่องเที่ยว 6 จังหวัดในพื้นที่ศึกษา จำนวน 600 ตัวอย่าง โดยการสุ่มตัวอย่างแบบบังเอิญ (Accidental sampling) และทำการวิเคราะห์ข้อมูล 5 รูปแบบ ได้แก่ 1) การวิเคราะห์ช่องว่าง Gap Analysis 2) การวิเคราะห์สภาพแวดล้อม SWOT Analysis และ TOWS Matrix 3) การวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย Stakeholder Analysis 4) การวิเคราะห์และฉายภาพ Scenario Analysis และ 5) การใช้ Sustainability Balanced Scorecards: SBSC เพื่อจัดทำแผนขับเคลื่อนการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทย พ.ศ. 2565-2570 ผลการศึกษา พบว่า กระบวนการลดการปล่อยคาร์บอนในภาคการท่องเที่ยวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) นั้นจะต้องมีการขับเคลื่อนไปพร้อมกันทั้งในระดับมหภาคหรือภาพรวมทั้งประเทศร่วมกับการจัดการด้านพลังงานสะอาดและการคมนาคมเป็นหลัก ตลอดจนระดับจุลภาคที่มีหลายพื้นที่เริ่มการขับเคลื่อนเป็นแหล่งท่องเที่ยวในระดับชุมชน ท้องถิ่น โดยการใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่น การเกษตรของท้องถิ่น อาหารพื้นถิ่น การใช้ภูมิปัญญาที่คู่กับธรรมชาติในการสร้างสรรค์กิจกรรมต่างๆ ตลอดจนการลดการขนส่งจากภายนอก ลดการใช้พลังงาน การจัดการขยะชุมชน นำมาสร้างรายได้ เป็นต้น ในประเด็นช่องว่างที่พบส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องการสร้างการรับรู้ให้แก่นักท่องเที่ยว และชาวต่างชาติ เนื่องจากว่าการท่องเที่ยวในรูปแบบคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ในมุมมองของนักท่องเที่ยวชาวไทยนั้นยังคงมองว่าเป็นสิ่งที่แปลกใหม่ และมักจะเกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนได้ง่าย แต่เมื่อได้รับการอธิบายถึงแนวทางวิธีการที่ถูกต้องและสร้างแรงจูงใจให้แก่นักท่องเที่ยวแล้ว ส่วนใหญ่เกิดความเข้าใจพร้อมที่จะปฏิบัติตามและจะนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน จากการประมาณผลการคาดการณ์ พบว่า แนวโน้มของการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ หากปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ภาคการท่องเที่ยวคิดเป็นร้อยละ 8 ของการปล่อยทั้งหมดและปริมาณการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ภาคการท่องเที่ยวคิดเป็นร้อยละ 100 ของการดูดซับทั้งหมด ในระยะ 10 - 16 ปีข้างหน้า ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยจะมีการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ ขณะที่ ผลการศึกษาภายใต้สมมติฐานที่ว่าการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ภาคการท่องเที่ยวคิดเป็นร้อยละ 8 ของการปล่อยทั้งหมดและการดูดซับคาร์บอนภาคการท่องเที่ยวคิดเป็นร้อยละ 8 ของการดูดซับทั้งหมดในระยะ 41 – 46 ปีข้างหน้าภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยจะมีการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ ในการจัดทำแผนขับเคลื่อนสู่การท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทย พ.ศ. 2565-2570 ให้มีความสอดคล้องกับแผนวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2566 – 2570 ที่เชื่อมโยงกับแผนระดับชาติ และมีการประยุกต์ใช้หลัก BCG Model โดยมีเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ครอบคลุมการปล่อยคาร์บอนสุทธิให้เป็นศูนย์ ให้ได้ร้อยละ 8 จากการท่องเที่ยวปกติภายในปี 2575 (หากดูดซับ ร้อยละ 100) ซึ่งมีกลยุทธ์ 5 กลยุทธ์ ได้แก่ 1. พัฒนาการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ให้มีความสามารถในการแข่งขัน และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยใช้วิทยาศาสตร์ การวิจัยและ นวัตกรรม (มิติประสิทธิผล) 2. บูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน/องค์กร และภาคีเครือข่ายการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์เพื่อขับเคลื่อนสู่การท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทย (มิติผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย) 3. บริหารจัดการและการสื่อสารสร้างความเข้าใจการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ที่เชื่อมโยงตั้งแต่กิจกรรมต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตามหลักเศรษฐกิจ BCG ในรูปแบบการท่องเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (มิติการบริหารจัดการ) 4. บริหารจัดการองค์ความรู้วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (มิติการเรียนรู้และพัฒนา) และ 5. ส่งเสริมความเข้มแข็งชุมชนท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (มิติสังคมและสิ่งแวดล้อม) โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อแผนขับเคลื่อนการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทย ประกอบด้วย 4 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ 1) ภาครัฐ 2) ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว 3) นักท่องเที่ยว และ 4) ชุมชนในท้องถิ่น ซึ่งแนวทางการบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทย ได้แก่ ส่งเสริมการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวชุมชน การปรับตัวของชุมชนในเขตพื้นที่เป็นฐานในการส่งเสริม การพัฒนา การปรับปรุง และการสนับสนุนให้การดำเนินการบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย อีกทั้งมีการเพิ่มการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการขับเคลื่อนสู่การท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทย เพื่อสร้างแรงจูงใจในการขับเคลื่อนสู่การท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ที่ก่อให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยอย่างยั่งยืนและนำไปสู่การเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในระดับโลกได้ต่อไป
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 7 — 7. refinement of project and/or solution and, if needed, retesting in relevant environment with relevant stakeholders
งานวิจัยเรื่องนี้เมื่อดำเนินการสำเร็จจะได้แนวทางการจัดทำและแผนการขับเคลื่อนที่นำไปสู่การปฏิบัติและการติดตามประเมินผลการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทย (พ.ศ. 2565-2570) ซึ่งสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้เป็นการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์สุทธิทั้งการกำหนดเป็นเผนและแนวทางเพื่อนำไปปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรมในพื้นที่หรือรูปแบบการท่องเที่ยวอื่น ๆ 1. ภาครัฐ ได้แก่ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรมการท่องเที่ยว รวมถึงหน่วยงานอื่น ๆ ที่สนใจ สามารถนำไปเป็นเครื่องมือเพื่อปรับใช้หรือพัฒนาแนวทางในการขับเคลื่อนแผนการพัฒนาและโครงการได้อย่างเป็นรูปธรรม 2. ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ ที่เกี่ยวข้องในทุกระดับห่วงโซ่อุปทานการท่องเที่ยวที่สนใจ ทราบและตระหนักถึงผลประโยชน์ที่ได้รับจากการนำไปองค์ความรู้ไปใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการการดำเนินกิจกรรมขององค์กรให้มุ่งสู่การเป็นองค์กรการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ และพร้อมที่จะเสนอผลการดำเนินการจากการเข้าสู่องค์กรการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์เพื่อรับการสนับสนุนจากภาครัฐ รวมถึงองค์กรต่างประเทศด้านการจัดการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ 3. ภาคประชาชนที่มีการใช้บริการการท่องเที่ยว ได้รับทราบแนวทางและวิธีการปฏิบัติในการท่องเที่ยวที่จะมีส่วนในการดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และมีจิตสำนึก ทัศนคติที่ดีต่อการปฏิบัติตามหลักการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ประเทศไทยมีความพยายามที่จะพัฒนาการท่องเที่ยวที่คำนึงถึงการปลดปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์สู่ความยั่งยืนมาโดยตลอด และมีหลายภาคส่วนให้ความสนใจช่วยกันผลักดันและขับเคลื่อนการบริหารจัดการการท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำ ตั้งแต่ระดับนโยบายลงมาถึงระดับปฏิบัติการ และเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวที่จะมีส่วนในการส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำจนไปถึงคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ โดยมีการดำเนินการจัดการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำแล้วในจังหวัดนำร่องต่าง ๆ เช่น จังหวัดน่าน เป็นต้น