กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาพฤติกรรมนักท่องเที่ยวและรูปแบบการดำเนินชีวิตของนักท่องเที่ยวสูงอายุชาวอาเซียนที่มีการใช้จ่ายสูง (2) เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบและจำแนกกลุ่มรูปแบบการดำเนินชีวิตของนักท่องเที่ยวสูงอายุชาวอาเซียนที่มีการใช้จ่ายสูง (3) เพื่อเสนอผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับกลุ่มรูปแบบการดำเนินชีวิตของนักท่องเที่ยวสูงอายุชาวอาเซียนที่มีการใช้จ่ายสูง และ (4) เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเชิง กลยุทธ์ในการส่งเสริมนักท่องเที่ยวสูงอายุชาวอาเซียนที่มีการใช้จ่ายได้สูงงานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ ประชากรและกลุ่มตัวอย่างคือนักท่องเที่ยวสูงอายุชาวสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซียที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไป และมีรายได้ขั้นต่ำตามที่กำหนด ประเทศละ 300 คน รวม 900 คน โดยใช้แบบสอบถามในการเก็บข้อมูล และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการจัดการการท่องเที่ยว โดยใช้การสนทนากลุ่มและสัมภาษณ์บุคลากรในหน่วยงานภาครัฐ และผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง จำนวน 14 คน การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณจากแบบสอบถามใช้การสรุปผลเป็นค่าร้อยละ ความถี่ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์องค์ประกอบและคลัสเตอร์ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า(1) ผลการศึกษาพฤติกรรมนักท่องเที่ยว พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามชาวสิงคโปร์เคยมาเที่ยวประเทศไทย 4 ครั้งขึ้นไปมากที่สุดถึงร้อยละ 58 ในขณะที่ชาวมาเลเซียมาเที่ยวประเทศไทย 2-3 ครั้งขึ้นไป ร้อยละ 39.5 แต่ผู้ตอบแบบสอบถามชาวอินโดนีเซียเคยมาเที่ยวประเทศไทยครั้งเดียวถึงร้อยละ 41.3 ชาวสิงคโปร์ใช้เวลาท่องเที่ยวประมาณ 1-5 วันมากที่สุดเฉลี่ยร้อยละ 77.1 เช่นเดียวกับชาวมาเลเซีย ร้อยละ 82.7 และชาวอินโดนีเซีย ร้อยละ 84.7 ชาวสิงคโปร์ใช้การจองการเดินทางท่องเที่ยวโดยศึกษาจากสื่อและจองด้วยตนเองออนไลน์สูงถึงร้อยละ 84.7 ชาวอินโดนีเซียร้อยละ 48.7 ในขณะที่ชาวมาเลเซียใช้การจองการเดินทางท่องเที่ยวผ่านบริษัทนำเที่ยวในรูปแบบเดินทางกลุ่มส่วนตัวสูงถึงร้อยละ 43.5 ชาวสิงคโปร์เดินทางกับเพื่อนมากที่สุดสูงถึงร้อยละ 35.1 ใกล้เคียงกับคู่สมรสที่ร้อยละ 34.4 ในขณะที่ชาวมาเลเซียเดินทางกับคู่สมรสมากที่สุดร้อยละ 38.9 ชาวอินโดนีเซียเดินทางกับเพื่อนมากที่สุดสูงถึงร้อยละ 51.3 ชาวสิงคโปร์มีแรงจูงใจที่ต้องการเดินทางมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยเพื่อมาพักผ่อนหย่อนใจมากที่สุดร้อยละ 30.40 เช่นเดียวกับชาวมาเลเซียร้อยละ 22.91 แต่ชาวอินโดนีเซียเพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ร้อยละ 17.23 ชาวสิงคโปร์ทำกิจกรรมท่องเที่ยวด้วยการชิมอาหารไทย มากที่สุดร้อยละ 19.77 รองลงมาคือการจับจ่ายใช้สอยร้อยละ 17.91 ชาวมาเลเซียทำกิจกรรมชมทัศนียภาพสถานที่ต่าง ๆ มากที่สุดร้อยละ 19.98 ใกล้เคียงกับการชิมอาหารไทยร้อยละ 19.72 รองมาคือการจับจ่ายใช้สอยร้อยละ 15.64 ชาวอินโดนีเซียทำกิจกรรมการท่องเที่ยวชมทัศนียภาพสถานที่ต่าง ๆ ร้อยละ 23.61 รองลงมาคือการชิมอาหารไทยมากที่สุดร้อยละ 16.80 รองลงมาคือการจับจ่ายใช้สอยร้อยละ 14.25 กล่าวโดยสรุป กิจกรรมการท่องเที่ยวทั้ง 3 กลุ่ม มีความคล้ายคลึงกันผลการวิเคราะห์รูปแบบการดำเนินชีวิตที่ผู้ตอบแบบสอบถามชื่นชอบและได้กระทำระหว่างเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย พบว่า นักท่องเที่ยวสูงอายุทั้ง 3 ประเทศมีรูปแบบการดำเนินชีวิตที่คล้ายคลึงกัน คือ ด้านกิจกรรม (Activity) ผู้ตอบแบบสอบถามสูงอายุทั้ง 3 ประเทศให้ความสำคัญกับการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่ดีมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง ด้านความสนใจ (Interest) พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามให้ความสนใจกับการเพลิดเพลิ…
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 3 — 3. Concept demonstrated analytically or experimentally
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 5 — 5. proposed solution(s) validated, now by relevant stakeholders in the area