กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ความสามารถของแอนติบอดีชนิด neutralizing antibody ในการยับยั้งเชื้อสายพันธุ์ Omicron ในกลุ่มอาสาสมัคร 5 กลุ่มที่มีภูมิหลังของภูมิคุ้มกันต่อโรคโควิด-19 ที่ต่างกัน ได้แก่ (1) บุคคลที่ได้รับวัคซีนชนิดเดี่ยวอย่างน้อย 2 โดสโดยไม่เคยมีประวัติติดเชื้อมาก่อน (VHo) (2) บุคคลที่ได้รับวัคซีนลูกผสมอย่างน้อย 2 เข็มโดยไม่เคยติดเชื้อมาก่อน (VHe) (3) ผู้ป่วยที่หายจากโรคและได้รับวัคซีนชนิดเดี่ยวอย่างน้อย 2 เข็ม (ReHo) (4) ผู้ป่วยที่หายจากโรคและได้รับวัคซีนลูกผสมอย่างน้อย 2 เข็ม (ReHe) และ (5) ผู้ป่วยที่หายจากโรคโควิด-19 แต่ไม่เคยได้รับการฉีดวัคซีนมาก่อน (Re) การทดสอบความสามารถในการป้องกันการติดเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ดำเนินการโดยทดสอบกับตัวอย่างซีรัมของอาสาสมัครดังกล่าว จากผลการวิเคราะห์ทางสถิติค่าสหสัมพันธ์ของสเปียร์แมนแสดงให้เห็นว่าเปอร์เซ็นต์การยับยั้งเชื้อสายพันธุ์ Omicron B.1.1.529 และ BA.2 มีความสัมพันธ์กับระยะเวลาของการเก็บซีรั่มอย่างมีนัยสำคัญ (r = 0.730 และ 0.787, p < 0.001 ตามลำดับ) พบความสัมพันธ์กันอย่างมากระหว่างเปอร์เซ็นต์การยับยั้งของ neutralizing antibody ต่อเชื้อสายพันธุ์ Omicron B.1.1.529 กับเชื้อ Omicron BA.2 (rs=0.973, p < 0.001) ความสามารถในการเกิด neutralization กับเชื้อสายพันธุ์ดั้งเดิม, Omicron B.1.1.529 และ BA.2 ของซีรั่มจากผู้ป่วยที่หายจากโรคและได้รับวัคซีนชนิดเดี่ยวและวัคซีนลูกผสมสูงกว่าผู้ป่วยที่ติดเชื้อแต่ไม่เคยได้รับวัคซีนอย่างมีนัยสำคัญ (p < 0.001) การศึกษานี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าบุคคลที่ติดเชื้อ SARS-CoV2 สายพันธุ์ Omicron และได้รับวัคซีนทั้งแบบเดี่ยวและแบบวัคซีนลูกผสมนั้นมีความสามารถในการเกิด neutralization ในระดับสูงต่อเชื้อ Omicron B.1.1.529 และ BA.2 ที่เป็นสายพันธุ์ต้นกำเนิดของสายพันธุ์ย่อย XBB ดังนั้น วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 รุ่นต่อไปจึงมีความจำเป็นเพื่อให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อสายพันธุ์ย่อยของเชื้อ SARS-CoV2 ที่กำลังเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจำเป็นสำหรับผู้ที่ไม่เคยติดเชื้อมาก่อน
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 3 — 3. initial testing of proposed solution(s) together with relevant stakeholders