กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การวิจัยครั้งนี้เป็นโครงการขยายผลการดำเนินงานเป็นปีที่ 2 ปีงบประมาณ 2566 ดำเนินการวิจัยแบบผสมผสานทั้งการวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศจำนวน 6 ชุมชน ในการดำเนินกิจกรรมการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการจำนวน 5 ด้าน โดยกลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย 2 กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยี่ยมชมทั้งในพื้นที่วิจัยและพื้นที่ขยายผลโครงการวิจัยจำนวน 300 คน โดยการคัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง และกลุ่มที่สองเป็นเกษตรกรที่ร่วมดำเนินงานโครงการจำนวน 100 คน โดยใช้วิธีการรเลือกแบบโควตา ดำเนินการเก็บรวมรวมข้อมูลในช่วงเดือนมีนาคม 2566 ถึงเดือนธันวาคม 2566 เครื่องมือ คือ แบบสัมภาษณ์ แบบประเมินความพึงใจ โดยการวิเคราะห์เนื้อหาและการสังเคราะห์ข้อมูล สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบค่าที และความแปรปรวนทางเดียว ผลการดำเนินงาน ดังนี้ กิจกรรมที่ 1 ผลการศึกษาคุณค่าที่รับรู้ของเกษตรกรกลุ่มตัวอย่างด้านการเพาะขยายพันธุ์ปลาสวยงามธรรมชาติในบ่อดินปั้นเพื่อส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ โดยใช้แนวคิดการพัฒนากิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (3S principles) จำนวน 6 กิจกรรม ซึ่งผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว พบว่า โดยภาพรวมเกษตรกรกลุ่มตัวอย่างมีคะแนนความพึงพอใจในระดับมากที่สุด (\bar{x}=4.58?0.56, ??=1.39, ?? = 0.0001) โดยสามารถจำแนกระดับค่าคะแนนความพึงพอใจเฉลี่ยแต่ละด้านได้ดังนี้ การจัดการพ่อแม่พันธุ์ปลาค่า \bar{x} = 4.58?0.56 (F=10.94, ?? = 0.0001) การจัดการคุณภาพน้ำในแหล่งอาศัยของปลาค่า \bar{x} = 4.58?0.56 (??=6.38, ?? = 0.0001) อาหารและการให้อาหารปลาค่า \bar{x} = 4.57?0.56 (??=10.51, ?? = 0.0001) การเพาะขยายพันธุ์ปลาในบ่อดินปั้นค่า \bar{x} = 4.57?0.59 (??=12.85, ?? = 0.0001) การพัฒนาบ่อดินปั้นเพื่อกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในบริบทปลาสวยงามธรรมชาติค่า \bar{x} = 4.56?0.56 (??=9.30, ?? = 0.0001) และการเชื่อมโยงเครือข่ายการตลาดลูกพันธุ์ปลาสวยงามธรรมชาติกับแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศค่า \bar{x} = 4.58?0.56 (??=3.42, ?? = 0.0089) กิจกรรมที่ 2 ผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวเพื่อศึกษาคุณค่าที่รับรู้ของกลุ่มตัวอย่างนักท่องเที่ยวที่มีต่อองค์ประกอบของแหล่งท่องเที่ยวจำนวน 6 ด้าน ในโปรแกรมท่องเที่ยว 2 วัน 1 คืน บนเส้นทางชมปลาสวยงามธรรมชาติจำนวน 15 จุด รวมระยะ 350 กิโลเมตร พบว่า ร้อยละ 50 เป็นเพศชาย มีช่วงอายุ 25-29 ปี (ร้อยละ 25) มีสถานภาพโสด (ร้อยละ 59.67) มีระดับการศึกษาปริญญาตรี (ร้อยละ 66.67) ประกอบอาชีพพนักงานเอกชน (ร้อยละ 50.0) โดยมีรายได้เฉลี่ย 25,001-30,000 บาท (ร้อยละ 23.67) มีภูมิลำเนาอยู่ในภาคกลาง (ร้อยละ 40.0) ส่วนใหญ่ใช้วิธีการเดินทางท่องเที่ยวร่วมกับเพื่อน (ร้อยละ 40) โดยรถยนต์ส่วนบุคคล (ร้อยละ 60) ด้านองค์ประกอบของแหล่งท่องเที่ยวทั้ง 6 ด้าน โดยภาพรวมกลุ่มตัวอย่างมีคะแนนความพึงพอใจในระดับปานกลาง (3.48?0.71) ซึ่งกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ร้อยละ 66.67 มีการใช้จ่ายตลอดการท่องเที่ยว 1,501-2,000 บาท กิจกรรมที่ 3 ผลการศึกษาคุณค่าที่รับรู้ของกลุ่มตัวอย่างนักท่องเที่ยวต่อกิจกรรมการพัฒนาและยกระดับอาหารท้องถิ่นเมนูปลาสู่การท่องเที่ยวเชิงนิเวศในบริบทปลาสวยงามธรรมชาติ พบว่า อาหารที่จัดเป็นอาหารท้องถิ่นและมีอัตลักษณ์ของชุมชน ประกอบด้วยปลาทอดกระเทียม ปลาส้ม ต้มยำปลา ทอดมันปลา แกงเลียงปลารมควัน ปลาย่างเกลือภูเขา หลามปลา ลาบปลาครบรส ปลาสามรส แกงส้มปลา และผักพื้นบ้าน ผลไม้ตามฤดูกาล นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มีระดับการศึกษาปริญญาตรี (ร้อยละ 66.67) ประกอบอาชีพพนักงานเอกชน (ร้อยละ 50.0) โดยมีรายได้เฉลี่ย 25,001-30,000 บาท (ร้อยละ 23.67) ภูมิลำเนาอยู่ในภาคกลาง (ร้อยละ 40.0) ใช้ระยะเวลาในการท่องเที่ยวครั้งละ 2 วัน นิยมรับประทานอาหารท้องถิ่นในมื้อเที่ยงและมื้อค่ำ (ร้อยละ 48.33) นักท่องเที่ยวต้องการมีส่วนร่วมในการทำอาหารและชมการทำอาหารท้องถิ่นของผู้ประกอบการที่พักอาศัย อาหารท้องถิ่นที่นักท่องเที่ยวต้องการ คือ ปลาย่างเกลือภูเขา ปลาทอดกระเทียม และลาบปลาครบรส การศึกษาครั้งนี้ได้นำเสนอขั้นตอนการปรุงเมนูอาหารท้องถิ่นจำนวน 10 เมนู ผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่การท่องเที่ยวเชิงนิเวศในบริบทปลาสวยงามธรรมชาติที่ช่วยในการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน กิจกรรมที่ 4 ผลการศึกษาคุณค่าที่รับรู้ของกลุ่มตัวอย่างนักท่องเที่ยวต่อการดำเนินงานกิจกรรมการพัฒนาสื่อออนไลน์ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในบริบทปลาสวยงามธรรมชาติผ่าน 3 ช่องทางสื่อ ประกอบด้วย 1) เครือข่ายสื่อมวลชนภาคเหนือจำนวน 12 สำนักข่าว 2) เพจข่าวในพื้นที่จังหวัดน่านจำนวน 3 เพจข่าว และ 3) ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ พบว่า การให้ข่าวและการประชาสัมพันธ์ผ่านเครือข่ายสื่อมวลชนภาคเหนือจำนวน 12 สำนักข่าว ผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด (\bar{x}=4.67?0.59, ??=2.80, ?? = 0.00249) รองลงมาเป็นการให้ข่าวและการประชาสัมพันธ์ผ่าน 3 เพจข่าวในพื้นที่จังหวัดน่าน (\bar{x}=4.58?0.01, ??=4.46, ?? = 0.0014) และการให้ข่าวและการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ (\bar{x}=4.57?0.03, ??=2.38, ?? = 0.0492) ตามลำดับ กิจกรรมที่ 5 ผลการดำเนินงานกิจกรรมการสร้างความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในบริบทปลาสวยงามธรรมชาติกับภาคีเครือข่าย พบว่า (1) ชุมชนมีบริบทและศักยภาพทางการท่องเที่ยวแตกต่างกัน โดยชุมชนแต่ละแห่งมีทรัพยากรการท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์และความโดดเด่นเฉพาะตัว ซึ่งสามารถเอื้อประโยชน์แก่กันได้อย่างลงตัวและนำมาพัฒนาเป็นโปรแกรมนำเที่ยวของเครือข่ายของชุมชนได้อย่างเหมาะสม (2) การพัฒนารูปแบบเครือข่ายการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนผ่านการฝึกอบรม การศึกษาดูงานระหว่างชุมชน การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และฝึกอบรมในด้านการบริหารจัดการ การจัดการแหล่งท่องเที่ยวและโปรแกรมนำเที่ยวด้วยการวางแผนการจัดการสร้างโปรแกรมนำเที่ยวและองค์กรเครือข่าย ตลอดจนการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบ การจัดการที่พักแบบโฮมสเตย์และการให้บริการต่าง ๆ โดยปฏิบัติตามมาตรฐานการให้บริการของโฮมสเตย์ไทยและพัฒนาคุณภาพการให้บริการ การพัฒนาสินค้าที่ระลึกโดยนำสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชนพัฒนาเป็นสินค้าที่ระลึกของเครือข่าย การพัฒนาสื่อประชาสัมพันธ์ด้วยการจัดทำแผ่นพับนำเสนอกิจกรรมการท่องเที่ยว รวมถึงการทำเพจเฟสบุ๊ค และการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของเครือข่ายด้วย
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 9 — 9. Operational use of deliverable
การพัฒนาโครงการวิจัย/กิจกรรม เรื่อง “การเพาะเลี้ยงปลาสวยงามธรรมชาติและพัฒนานวัตกรรมบ่อดินปั้นเพื่อกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในพื้นที่จังหวัดน่าน” ครั้งนี้ เป็นขยายผลการดำเนินงานปีที่ 2 ประจำปีงบประมาณ 2565 ซึ่งได้ผลผลิตงานวิจัย จำนวน 5 ชิ้น ได้แก่ 1) เกิดนวัตกรระดับชุมชนที่เกี่ยวข้องด้านการเพาะเลี้ยงปลาสวยงามธรรมชาติเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ 2) เกิดการพัฒนาและยกระดับผู้ประกอบการ/เกษตรกรรายใหม่ระดับรายเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ 3) เกิดการพัฒนาและยกระดับเมนูอาหารพื้นบ้านสู่เมนูอาหารส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศของชุมชน 4) ได้สื่อการตลาดร่วมสมัยเพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเชิงนิเวศของชุมชน และ 5) เกิดการสร้างแผนงานความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศของชุมชนกับภาคีเครือข่ายการท่องเที่ยวในระดับท้องถิ่น ทั้งนี้ผลผลิตที่เกิดขึ้นสามารถใช้เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงนิเวศระดับชุมชนในพื้นที่วิจัย รวมทั้งเสริมสร้างขีดความสามารถการแข่งขันในเชิงธุรกิจของชุมชนภาคบริการที่มีศักยภาพทั้งฐานบริการเดิมและฐานบริการใหม่ เพื่อส่งเสริมให้เศรษฐกิจระดับฐานรากที่เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยวระดับชุมชนของประเทศเติบโตได้อย่างเข้มแข็ง
การพัฒนาโครงการวิจัย/กิจกรรม เรื่อง “การเพาะเลี้ยงปลาสวยงามธรรมชาติและพัฒนานวัตกรรมบ่อดินปั้นเพื่อกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในพื้นที่จังหวัดน่าน” ครั้งนี้ เป็นขยายผลการดำเนินงานปีที่ 2 ประจำปีงบประมาณ 2565 โดยนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี หรือนวัตกรรม จากการจัดการความรู้ จากผลการดำเนินงานในปีที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2564 ของกลุ่มตัวอย่าง ประกอบด้วย ข้อมูลผลการศึกษาสถานภาพและบริบททั่วไปของชุมชนและพื้นที่ด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ข้อมูลผลการศึกษาสถานภาพปัจจุบันของปลาสวยงามธรรมชาติในพื้นที่วิจัย ข้อมูลผลการพัฒนานวัตกรรมบ่อดินปั้นในพื้นที่วิจัย ข้อมูลผลการพัฒนากิจกรรมเชิงบูรณาการด้านการเพาะเลี้ยงปลาสวยงามธรรมชาติร่วมกับชุมชนท่องเที่ยว และข้อมูลผลการพัฒนาหลักสูตรการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในพื้นที่วิจัย ซึ่งได้รับการศึกษา วิจัย ทดสอบแนวทางการพัฒนาหรือแก้ปัญหาที่กำหนดขึ้นร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง นำมาขยายผลเพิ่มเติมกิจกรรมการดำเนินงานปีที่ 2 จำนวน 5 กิจกรรม เพื่อประโยชน์ข้อมูลผลผลิตที่เกิดขึ้นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระดับพื้นที่ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงนิเวศระดับชุมชนในพื้นที่วิจัย รวมทั้งเสริมสร้างขีดความสามารถการแข่งขันในเชิงธุรกิจของชุมชนภาคบริการที่มีศักยภาพทั้งฐานบริการเดิมและฐานบริการใหม่ เพื่อส่งเสริมให้เศรษฐกิจระดับฐานรากที่เกี่ยวข้องด้านการท่อง เที่ยวระดับชุมชนของประเทศเติบโตได้อย่างเข้มแข็ง
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 8 — 8. proposed solution(s) as well as a plan for societal adaptation complete and qualified
เมื่อสิ้นสุดโครงการขยายผลการดำเนินงานปีที่ 2 ประจำปีงบประมาณ 2565 จะได้ผลผลิตงานวิจัย จำนวน 5 ชิ้น ดังนี้ 1) เกิดนวัตกรระดับชุมชนที่เกี่ยวข้องด้านการเพาะเลี้ยงปลาสวยงามธรรมชาติเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ 2) เกิดการพัฒนาและยกระดับผู้ประกอบการ/เกษตรกรรายใหม่ระดับรายเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ 3) เกิดการพัฒนาและยกระดับเมนูอาหารพื้นบ้านสู่เมนูอาหารส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศของชุมชน 4) ได้สื่อการตลาดร่วมสมัยเพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเชิงนิเวศของชุมชน และ 5) เกิดการสร้างแผนงานความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศของชุมชนกับภาคีเครือข่ายการท่องเที่ยวในระดับท้องถิ่น ทั้งนี้ผลผลิตที่เกิดขึ้นสามารถใช้เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงนิเวศระดับชุมชนในพื้นที่วิจัย รวมทั้งเสริมสร้างขีดความ สามารถการแข่งขันในเชิงธุรกิจของชุมชนภาคบริการที่มีศักยภาพทั้งฐานบริการเดิมและฐานบริการใหม่ เพื่อส่งเสริมให้เศรษฐกิจระดับฐานรากที่เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยวระดับชุมชนของประเทศเติบโตได้อย่างเข้มแข็ง
ปัจจุบันแนวทางส่งเสริมและสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในบริบทปลาสวยงามธรรมชาติ ได้รับการศึกษา วิจัย ทดสอบแนวทางการพัฒนาหรือแก้ปัญหาที่กำหนดขึ้นร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องค่อนข้างน้อย ส่งผลให้การพัฒนาศักยภาพเกษตรกรในพื้นที่โครงการวิจัยในระดับที่ต้องได้รับการพัฒนาอย่างเร่งด่วน เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนในพื้นที่โครงการวิจัย มีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี คือ ความสามารถในการพัฒนาทักษะและการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อเตรียมการรองรับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศยุควิถีชีวิตใหม่ ผ่านนวัตกรรมที่เกิดขึ้นจากผลการวิจัยสู่การเรียนรู้ต่อเนื่องตลอดชีวิตในพื้นที่วิจัย ที่จะช่วยขับเคลื่อนสังคมและประเทศชาติให้หลุดพ้นกับดักรายได้ปานกลางและความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ของประชาชนในประเทศไทย