กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการจัดการด้านการท่องเที่ยวของโฮมสเตย์ในจังหวัดน่าน 2) วิเคราะห์ศักยภาพการจัดการท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ในจังหวัดน่าน 3) ศึกษาแนวทางการจัดการท่องเที่ยวอย่าง ยั่งยืนของโฮมสเตย์ ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของชุมชน การวิจัยนี้เป็นการวิจัยทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยใน เชิงปริมาณได้เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามกับกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้ประกอบการโฮมสเตย์ในชุมชน จ านวน 45 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติการแจกแจงความถี่ หาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ในเชิงคุณภาพมี วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลหลายวิธีได้แก่ การศึกษาจากเอกสาร การสังเกต การศึกษาดูงานและการสัมภาษณ์ โดยใช้ แบบสัมภาษณ์กับประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชน ที่ไม่ได้เป็นผู้ประกอบการโฮมสเตย์ โดยจะท าการสุ่มแบบเจาะจง จาก 3 ชุมชน รวม 30 คน และใช้แบบสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลส าคัญ จ านวน 8 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การ วิเคราะห์เชิงเนื้อหา (Content Analysis) ผลการวิจัยพบว่า ชุมชนมีการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ศักยภาพการจัดการท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ มี 7 ด้านได้แก่ 1) ด้านการเข้าถึงพื้นที่ทางการท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ในจังหวัดน่าน 2) ด้านที่พักส าหรับนักท่องเที่ยว 3) ด้านอาหารส าหรับนักท่องเที่ยว 4) ด้านกิจกรรมและรายการน าเที่ยว 5) ด้านทรัพยากรและสภาพแวดล้อม 6) ด้าน การประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการขาย 7) ด้านการบริหารจัดการของกลุ่มโฮมสเตย์ ผู้ประกอบการโฮมสเตย์ให้ ความส าคัญกับการจัดการท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์โดยรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านเรียงล าดับ ค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก ได้แก่ด้านอาหารส าหรับนักท่องเที่ยว ด้านที่พักส าหรับนักท่องเที่ยว และ ด้านการบริหารจัดการของกลุ่มโฮมสเตย์ตามล าดับ ส าหรับจุดแข็งของกลุ่มโฮมสเตย์ ได้แก่ผู้น ามีความเสียสละ การ ด าเนินงานกลุ่มมีการจัดแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบชัดเจนและมีกิจกรรมท่องเที่ยวหลากหลาย จุดอ่อน ได้แก่บ้านพัก ไม่เพียงพอและขาดงบประมาณประชาสัมพันธ์ โอกาส ได้แก่กระแสการท่องเที่ยวเชิงนิเวศเป็นที่นิยม มีการรับรอง มาตรฐานโฮมสเตย์ไทย ส่วนอุปสรรค ได้แก่ป้ายบอกทางไม่ชัดเจนและขาดการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง แนวทางการจัดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของโฮมสเตย์ ได้แก่การพัฒนาศักยภาพของชุมชน การสร้าง จิตส านึกในการอนุรักษ์ทรัพยากร ผู้น ากลุ่ม การมีส่วนร่วม การสื่อสารประชาสัมพันธ์และการกระจายรายได้ให้คนใน ท้องถิ่น