กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
บทคัดย่อ 1 (ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)การศึกษาและพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพชุมชนด้วยภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้านภาคกลางและภาคอีสาน มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาสถานการณ์การดูแลสุขภาพชุมชนด้วยภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้าน (2) เพื่อเก็บรวบรวมและสังเคราะห์ข้อมูลผลการรักษารวมถึงการดูแลผู้ป่วยของหมอกระดูกพื้นบ้าน และ (3) เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนางานนี้ในอนาคต พร้อมทั้งข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและเชิงปฏิบัติการ วิธีการศึกษาประกอบด้วย การทบทวนวรรณกรรม การเก็บข้อมูลภาคสนามโดยการสัมภาษณ์และการสนทนากลุ่ม กลุ่มเป้าหมาย คือ หมอกระดูกพื้นบ้านและภาคีหลายภาคส่วนในการพัฒนาสุขภาพชุมชนด้วยภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้านในพื้นที่ 1-2 แห่ง/ภูมิภาคผลการศึกษา มีรายละเอียดดังนี้ :1. สถานการณ์ระบบการดูแลสุขภาพชุมชนด้วยภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้านไทย การเคลื่อนไหวของระบบการดูแลสุขภาพชุมชนด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ (หมายถึง การแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้าน) มีเงื่อนไขและปัจจัยสำคัญ 2 ด้าน คือ ด้านปัจจัยภายนอกและด้านปัจจัยภายใน ปัจจัยภายนอก หมายถึง นโยบาย กฎหมาย และระบบสนับสนุนขององค์กรภาคนโยบายและปัจจัยภายใน หมายถึง นโยบายท้องถิ่น กลไก/เครือข่าย การบริหารจัดการ กระบวนการทำงานและผลลัพธ์ด้านสุขภาพของท้องถิ่น/พื้นที่ชุมชน สถานการณ์ปัจจุบันองค์กรภาคนโยบายที่เกี่ยวข้อง คือ กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ระยะที่ผ่านมา องค์กรภาคนโยบายมีนโยบายและยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนของตนเอง และมีความพยายามในการบูรณาการยุทธศาสตร์ร่วมกัน อย่างไรก็ตาม ปี พ.ศ. 2560 เป็นช่วงเวลาที่เข้าสู่วาระของรัฐธรรมนูญใหม่และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 12 นับเป็นโอกาสในการปรับนโยบายและบูรณาการยุทธศาสตร์ การขับเคลื่อนงานสุขภาพชุมชนด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพระหว่างองค์กรนโยบายสำหรับสถานการณ์การพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพชุมชนด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ มีการเคลื่อนไหวและขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ระบบสนับสนุนของ สปสช. และกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระหว่างปี พ.ศ. 2551 – 2554 พื้นที่ชุมชนท้องถิ่นทั้งภาคกลางและภาคอิสาน มีการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพมาประยุกต์ใช้ในระบบสุขภาพชุมชน เป็นจำนวน 577 โครงการ โดยภาคอิสานมีจำนวนและความหลากหลายของกิจกรรมมากกว่าภาคกลาง จำแนกเป็น ภาคกลาง 162 โครงการใน 23 จังหวัด และภาคอิสาน 415 โครงการใน 19 จังหวัด การเคลื่อนไหวครอบคลุม 5 ด้าน คือ ด้านบริการและส่งเสริมสุขภาพด้วยการแพทย์แผนไทยในสถานบริการสุขภาพ ด้านการนวดแผนไทย ด้านส่งเสริมบริการการแพทย์แผนไทยในชุมชน/ศสมช. ด้านการแพทย์พื้นบ้าน/ภูมิปัญญาท้องถิ่น และด้านอื่น ๆ (การแพทย์แผนไทย/การแพทย์ทางเลือก) มีกระบวนการทำงานสำคัญ 5 ด้าน คือ (1) การวิเคราะห์สถานะทุนมนุษย์ ทุนวัฒนธรรม และทุนทรัพยากรในชุมชนท้องถิ่น (2) การสร้างกลไก/เครือข่ายในการขับเคลื่อนงาน (3) พัฒนาความคิดและต่อยอดพัฒนาเป็นโครงการด้านภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ (4) การระดมทรัพยากรและขับเคลื่อนปฏิบัติการชุมชน และ (5) การประเมินผล กล่าวโดยสรุปว่า การพัฒนาระบบดูแลสุขภาพชุมชนด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพมีความเป็นไปได้ โดยวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ 5 ด้าน คือ ด้านนโยบายขององค์กร ภาคนโยบาย ด้านนโยบายของท้องถิ่น ด้านความต้องการสุขภาพของชุมชน และด้านกลไกและศักยภาพการบริหารจัดการโครงการ2. สถานการณ์ บทบาทการดูแลผู้ป่วยและบูรณาการหมอกระดูกพื้นบ้านในระบบสุขภาพชุมชน จากการสำรวจปี พ.ศ. 2556 หมอกระดูกพื้นบ้านไทย มีจำนวน 2,652 คน (ร้อยละ 4.9 ของหมอพื้นบ้านทั้งหมด) หมอกระดูกพื้นบ้านยังมีบทบาทการดูแลรักษาผู้ป่วยกระดูกหักในชนบท ปัจจัยที่ทำให้ผู้ป่วยกระดูกหักยังคงรับการรักษากับหมอกระดูกพื้นบ้าน คือ ปัจจัยความศรัทธาและเชื่อถือต่อหมอกระดูกพื้นบ้าน ปัจจัยค่าใช้จ่าย ปัจจัยความสะดวกในการเข้าถึงโรงพยาบาลที่มีศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ และความเข้าใจผิด/ความกลัว/ความไม่พึงพอใจต่อการรักษากระดูกหักของแพทย์แผนปัจจุบัน ระยะใกล้ กรมพัฒนากาแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดยกองการแพทย์พื้นบ้านไทย มีการศึกษาภูมิปัญญาการรักษากระดูกแบบพื้นบ้าน และในปี พ.ศ. 2551-2552 มีการศึกษาประสิทธิผลหมอพื้นบ้านในการรักษากระดูกหัก ผลการศึกษาครั้งนั้นนำมาสู่การศึกษาและพัฒนาหลักสูตรการรักษาผู้ป่วยกระดูกหักที่มีประสิทธิภาพให้กับหมอพื้นบ้านอันเป็นการเพิ่มศักยภาพการรักษากระดูกหักและลดความจำกัดของการรักษากระดูกหักที่ทำให้กระดูกตืดผิดรูป ปัจจุบัน หมอกระดูกพื้นบ้านที่ผ่านการอบรมมีจำนวน 80 คน (อาจถึง 200-300 คนโดยประมาณ) จากการศึกษาภาคสนามพบว่า หมอกระดูกพื้นบ้านที่ผ่านการอบรมมีความพึงพอใจในคณาจารย์และการอบรมมีความเห็นว่า หลักสูตรการอบรมมีประโยชน์นำไปใช้ในการรักษากระดูกหักได้ และทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนบทบาทการรักษากระดูกหักของหมอพื้นบ้านไปในทางดีขึ้น อย่างไรก็ตามยังมีความจำกัดที่จะประเมินผลการรักษากระดูกหักของหมอพื้นบ้านเนื่องจากหมอกระดูกพื้นบ้าน มีการบันทึกข้อมูลผู้ป่วยน้อยและไม่ครบถ้วน และยังมีความจำกัดในการบูรณาการการรักษากระดูกพื้นบ้านกับระบบสุขภาพในพื้นที่ ทั้งในระดับโรงพยาบาลชุมชนและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล / สถานีอนามัย3. ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและเชิงปฏิบัติการ ในปี พ.ศ. 2560 นับเป็นโอกาสดีที่สังคมไทยจะมี รัฐธรรมนูญใหม่ที่มีเป้าหมายหนุนสังคมที่เป็นธรรม และสาระเกี่ยวกับด้านสาธารณสุขและรักษาพยาบาล ระบุไว้ 2 ข้อ คือ (1) ทุกกองทุนสุขภาพมีลักษณะและมาตรฐานเท่าเทียมกัน (ม.294) และ (2) บริการสุขภาพในระบบเศรษฐกิจแบบตลาดที่เป็นธรรม และประเทศไทยกำลังเข้าสู่การใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 และแผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ซึ่งมีการระบุเนื้อหาเกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ* อันเป็นสิ่งที่รองรับการขับเคลื่อนและพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพในอนาคต3.1 ข้อเสนอแนะด้านนโยบาย 3.1.1 องค์กรภาคนโยบายนับตั้งแต่ กระทรวงสาธารณสุข (กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก) สปสช. สช. ควรกำหนดวิสัยทัศน์ร่วม ยุทธศาสตร์ร่วม และแผนบูรณาการเพื่อรองรับยุทธศาสตร์ร่วม เพื่อทำให้การขับเคลื่อนและการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพสามารถขับเคลื่อนได้อย่างมีเอกภาพ และได้รับผลลัพธ์ร่วมกัน อย่างไรก็ตาม องค์กรภาคนโยบายแต่ละองค์กรสามารถขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ขององค์กรตนเอง และแผนบูรณาการสำหรับยุทธศาสตร์ร่วมไปพร้อมกัน (เนื่องจากระยะที่ผ่านมายุทธศาสตร์ขององค์กรภาคนโยบายยังไม่สามารถทำให้ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนเห็นด้วยในสาระทั้งหมด และนำไปขับเคลื่อนด้วยความสมัครใจได้) องค์กรภาคนโยบายควรมีนโยบายส่วนกลางในลักษณะสนับสนุนงานสุขภาพชุมชนด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพตามบริบทและเงื่อนไขของพื้นที่ชุมชน ไม่ควรสนับสนุนแนวทางการทำงานและงบประมาณสำหรับรูปแบบการทำงานแบบเดียวหรือกำหนดชุดกิจกรรมแบบเดียวกันทั่วประเทศ เนื่องจากข้อมูลและหลักฐานจากงานวิจัยและบทเรียนการเคลื่อนไหวด้านสุขภาพชุมชนด้วยภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย/การแพทย์พื้นบ้านมีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับศักยภาพ ความพร้อม และความเข้มแข็งของชุมชนพื้นที่ *ใน (ร่าง) แผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติในช่วงแผนฯ 12 (พ.ศ. 2560 – 2564) มีการระบุวิสัยทัศน์ร่วม พันธกิจร่วม เป้าประสงค์ร่วมและยุทธศาสตร์หลัก สำหรับวิสัยทัศน์ร่วม คือ ประชาชนทุกกลุ่มวัยมีสุขภาพดี อายุยืนยาว มีหลักประกันสุขภาพ เข้าถึงบริการที่มีคุณภาพ สร้างเสริมสุขภาพได้รับการคุ้มครองทางสุขภาพอยู่ในสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ดี สร้างประเทศไทยให้มั่งคง มั่งคั่ง และยั่งยืน สำหรับภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ ฯลฯ มีสาระที่บูรณาการอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ ได้แก่ (1) ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบบริการสุขภาพและความเข้มแข็งของบริการระดับปฐมภูมิที่มีพื้นที่เป็นฐานในข้อ 2.2 ระบุว่า บูรณาการบริการด้านการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้านและสมุนไพรเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพแบบครบวงจร พัฒนาเป็นระบบบริการสุขภาพแบบพหุลักษณ์ และ (2) ยุทธศาสตร์การปฏิรูประบบบริหารจัดการและการอภิบาลระบบสุขภาพที่มั่นคงและยั่งยืน ในข้อ 7.6 ระบุว่า พัฒนาบทบาทของท้องถิ่นในการสร้างสุขภาวะชุมชน/ท้องถิ่น เสริมพลังและศักยภาพของ อปท. การมีส่วนร่วมของพลเมือง พัฒนาอาสาสมัครสาธารณสุขเป็นนักจัดการสุขภาพ สร้างแกนนำและเครือข่ายสร้างสุขภาพ องค์กรชุมชน เครือข่ายสุขภาพภาคประชาชนและสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ นอกจากนี้ยังมียุทธศาสตร์ด้านคุ้มครองผู้บริโภค การวิจัย ลงทุนและพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีสาระเชื่อมโยงเกี่ยวกับการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรอีกด้วย 3.1.2 กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก (โดย กองการแพทย์พื้นบ้านไทย) ควรทบทวนสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิปัญญาพื้นบ้านด้านสุขภาพใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับแผนฯ 12 และสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป 3.1.3 กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก (โดย กองการแพทย์พื้นบ้านไทย) ควรทบทวนและกำหนดสถานะของหมอพื้นบ้านในระบบสุขภาพไทย (Positioning) และมีนโยบายและยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนไปสู่รูปธรรมที่เป็นจริง ทบทวนองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ(การแพทย์พื้นบ้าน) …