กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1). เพื่อศึกษาทัศนะของข้าราชการและประชาชนต่อโครงการกำปงตักวากับการแก้ปัญหาความมั่นคงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ 2). เพื่อศึกษาทัศนะของข้าราชการและประชาชนต่อโครงการพาคนกลับบ้านกับการแก้ปัญหาความมั่นคงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ 3).เพื่อเสนอแนะรูปแบบที่มีความเหมาะสมและข้อเสนอแนะต่อการแก้ปัญหาด้านความมั่นคงในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยวิธีการสันติวิธี วิธีการดำเนินการวิจัยประกอบด้วย (1).ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเพื่อนำมาวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูล (2). ดำเนินการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 3 วิธี คือ 1). เก็บแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นข้าราชการที่รับผิดโครงการและด้านความมั่นคงในจังหวัดชายแดนใต้ (ทหาร,กอ.รมน.ภ4,ตำรวจ,อัยการ,ราชทัณฑ์) และประชาชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ จังหวัดยะลา เก็บข้อมูลจากอำเภอรามัน และอำเภอกาบัง จังหวัดปัตตานี เก็บข้อมูลจากอำเภอปานาเระ และอำเภอสายบุรี จังหวัดนราธิวาสเก็บข้อมูลจากอำเภอบาเจาะ และอำเภอสุคีริน โดยเก็บข้อมูลตามแนวทางการกระจายน้ำหนักของกลุ่มตัวอย่างในแต่ละอำเภอตามหลักการทางสถิติรวมทั้งสิ้น 1,200 ราย สามารถเก็บแบบสอบถามตามความเป็นจริงได้ 940 ราย คือ ประชาชนจำนวน 330,280,330 ราย ในจังหวัดยะลา,ปัตตานี และนราธิวาส (ตามลำดับ) และจากข้าราชการ 260 ราย คือ 70,120,70 ราย ในจังหวัดยะลา,ปัตตานี และนราธิวาส (ตามลำดับเช่นกัน) 2). เก็บแบบสัมภาษณ์เพื่อเป็นการเก็บข้อมูลเชิงลึกโดยการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างข้าราชการฯ และประชาชนในพื้นที่วิจัย จำนวน 25 ราย แบ่งออกเป็นข้าราชการทหาร 7 ราย ข้าราชการตำรวจ 5 ราย ข้าราชการอัยการ 1 ราย ราชทัณฑ์ 1 ราย และประชาชน,ผู้นำชุมชน 11 ราย 3. จัดเวทีเสวนาระดมความคิดเห็นของประชาชนต่อแนวทางแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสามจังหวัดชายแดน จำนวน 55 ราย 3).นำผลข้อมูลที่ได้จากการเก็บแบบสอบถาม,การสัมภาษณ์ และจัดเวทีเสวนาระดมความคิดเห็นของประชาชนมาวิเคราะห์ เพื่อหาค่าเฉลี่ย,สัดส่วนร้อยละ และทดสอบสมมติฐานที่ได้กำหนดไว้ และ 4).นำผลการวิจัยวิเคราะห์ร่วมกับเอกสารงานวิจัยที่ได้ศึกษามา และเขียนรายงานการวิจัย และสร้างโมเดลอธิบายผล การดำเนินการวิจัยเพื่อเสนอเป็นลำดับต่อไป ผลจากการดำเนินการวิจัยพบว่า วัตถุประสงค์ 1). ทัศนะของข้าราชการและประชาชนต่อโครงการกำปงตักวา พบว่า ประชาชนทราบถึงแนวทางการดำเนินนโยบายโครงการกำปงตักวาอยู่ระดับมาก (3.66) ด้านความเชื่อมั่นโครงการกำปงตักวา พบว่าอยู่ในระดับปานกลาง (3.36) ในประเด็นยุทธศาสตร์การดำเนินนโยบายกำปงตักวา พบว่า มีการกำหนดเป็น “เขตบ้าน” ตามจำนวนครัวเรือนเพื่อการดูแลสมาชิกชุมชนได้อย่างมี ประสิทธิภาพ เป็นลำดับแรกที่ประชาชนเลือกตอบ อยู่ในระดับมาก (3.54) ลำดับรองลงมา คือ ปลูกฝังให้เยาวชนเข้ารับการศึกษาเรียนตาดีกาในวัยเด็ก (กีรออาตี) และฟังธรรมทุกวันศุกร์เมื่อเป็นผู้ใหญ่อยู่ในระดับมากเช่นกัน (3.53) ประเด็นปัญหาและอุปสรรคต่อการดำเนินการโครงการกำปงตักวา พบว่า ลำดับแรกที่ประชาชน คือ กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ มีบทบาทในการควบคุมคนในชุมชนโดยการใช้ความรุนแรง ทำให้ประชาชนไม่กล้าเข้าร่วมโครงการ อยู่ในระดับมากที่สุด (4.25) และลำดับที่ 2 คือ ประชาชนยังไม่สามารถเข้าถึงและเข้าใจการทำงาน โครงการกำปงตักวาของรัฐมากเพียงพอ อยู่ในระดับมากเช่นกัน (3.63) วัตถุประสงค์ 2). ทัศนะของข้าราชการและประชาชนต่อโครงการพาคนกลับบ้าน พบว่า ท่านทราบถึงแนวทางการดำเนินนโยบายโครงการพาคนกลับบ้านมากน้อยเพียงใด อยู่ในระดับปานกลาง (3.39) และลำดับที่ 2 คือ ความเชื่อมั่นต่อการดำเนิ…