กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนการผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์กับข้าวหอมมะลิทั่วไป(ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาโครงสร้างการผลิตและการตลาด ต้นทุนและผลตอบแทนการผลิต และวิเคราะห์เปรียบเทียบต้นทุนและผลตอบแทนการผลิต วิถีการตลาด และส่วนเหลื่อมการตลาดของข้าวหอมมะลิอินทรีย์และข้าวหอมมะลิทั่วไป ผลการศึกษา การศึกษาต้นทุนการผลิตและผลตอบแทนการผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์และข้าวหอมมะลิทั่วไป (เฉลี่ยนาดำ และนาหว่าน) พบว่า ต้นทุนการผลิตของข้าวหอมมะลิอินทรีย์และข้าวหอมมะลิทั่วไปไร่ละ 4,643.32 บาท ไร่ละ 4,931.33 บาท ผลผลิตไร่ละ 441.90 กิโลกรัม และไร่ละ 546.10 กิโลกรัมตามลำดับ ราคาข้าวที่เกษตรกรขายได้ (ข้าวเปลือกแห้ง) ราคากิโลกรัมละ 13.50 บาท และกิโลกรัมละ 9.43 บาท ตามลำดับ จะเห็นว่าข้าวหอมมะลิอินทรีย์มีผลตอบแทนต่อไร่มากกว่าข้าวหอมมะลิทั่วไป โดยมีผลตอบแทนไร่ละ 5,965.65 บาท และ ไร่ละ 5,149.72 บาท ตามลำดับ และมีผลตอบแทนสุทธิไร่ละ 1,322.30 บาท และ ไร่ละ 218.43 บาท ตามลำดับ ทั้งนี้เนื่องจากราคาข้าวหอมมะลิอินทรีย์สูงกว่าข้าวหอมมะลิทั่วไป และหากแปรรูปเป็นข้าวสาร ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ขายได้ราคากิโลกรัมละ 40 บาท ขณะที่ข้าวหอมมะลิทั่วไปราคากิโลกรัมละ 30 บาท และถ้าเกษตรกรแปรรูปขายเองได้ จะส่งผลให้มีรายได้ที่เพิ่มขึ้นกว่าการขายข้าวเปลือกแห้ง ทั้งนี้จากการวิเคราะห์ส่วนเหลื่อมการตลาด พบว่า ส่วนเหลื่อมการตลาดของข้าวหอมมะลิอินทรีย์ เท่ากับ19.75 บาท ต่อกิโลกรัม และส่วนเหลื่อมการตลาดของข้าวหอมมะลิทั่วไปเท่ากับ 15.85 บาท ต่อกิโลกรัม ข้อเสนอแนะ (1) ภาครัฐควรส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวหอมมะลิให้มากขึ้น เนื่องจากมีผลตอบแทนมากกว่าการปลูกข้าวหอมมะลิทั่วไป แต่จากการศึกษา พบว่า ผลผลิตของข้าวหอมมะลิอินทรีย์ยังมีผลผลิตต่อไร่น้อยกว่าข้าวหอมมะลิทั่วไป ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรส่งเสริมให้เกษตรกรใส่ปุ๋ยให้เพียงพอกับความต้องการของพืช ทั้งนี้การใส่ปุ๋ยอินทรีย์ถ้าเปรียบเทียบกับปุ๋ยเคมีต้องใส่ในปริมาณที่มากซึ่งจะต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง ดังนั้น เพื่อลดต้นทุนการผลิตจึงควรส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตปุ๋ยอินทรีย์ใช้เองให้เพียงพอและทั่วถึง เพื่อเพิ่มผลผลิตให้สูงขึ้น (2) โรงสีของกลุ่มเกษตรกรผู้แปรรูปยังไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพของข้าว ดังนั้น ควรมีการสนับสนุนโรงสีที่ได้มาตรฐานกับกลุ่มเกษตรกรเพื่อผลิตให้ได้ผลผลิตมีคุณภาพมาตรฐาน (3) ส่วนเหลื่อมการตลาดของข้าวหอมมะลิอินทรีย์อยู่ในระดับสูงและมากกว่าข้าวหอมมะลิทั่วไป ภาครัฐจึงควรส่งเสริมการแปรรูปข้าวสารและผลิตภัณฑ์ข้าวให้กับกลุ่มเกษตรกรให้มากขึ้นแทนการขายข้าวเปลือกซึ่งมีราคาต่ำและไม่แน่นอน เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน