กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การศึกษาย้อนหลังในผู้ป่วยโรคเลปโตสไปโรซิส โรงพยาบาลในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ของประเทศไทย โดยแบ่งผู้ป่วยตามระดับความรุนแรงของโรค (severity levels) ออกเป็น 2 กลุ่มได้แก่ กลุ่มที่มีอาการไม่รุนแรง (non-severe group) และกลุ่มที่มีอาการรุนแรง (severe group) เปรียบเทียบอาการทางคลินิกและผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการและคัดเลือกตัวแปรทีใช้ทำนายความรุนแรงของโรค เพื่อหาระบบคะแนนที่ใช้ทำนายความรุนแรงของโรคและนำมาตรวจสอบในผู้ป่วยชุดใหม่ที่ต่างไปจากผู้ป่วยชุดเดิมลักษณะทางคลินิกที่เพิ่มความรุนแรงของการติดเชื้อไวรัสเด็งกี่ ได้แก่ pulmonary hemorrhage (OR=3.76), hypotension (OR=10.23), hematocrit ? 28% (OR=7.36), total bilirubin > 2.5 mg/dl (OR=3.66) and white blood cell (WBC) >13,000/?L (OR=4.52). ลักษณะเหล่านี้สามารถร่วมกันทำนายความรุนแรงของโรคได้ถูกต้อง 85.6% คะแนนรวม (total score) มีค่าตั้งแต่ 0 ถึง 6.5 แบ่งกลุ่มผู้ป่วยตามระดับคะแนน (severity score levels) 2 ระดับได้แก่ กลุ่มที่มีอาการไม่รุนแรง (คะแนน ?1.5, n=202, 61.2%) กลุ่มที่มีอาการรุนแรง (คะแนน >1.5, n=128, 38.8%) คะแนนทำนายระดับความรุนแรงของโรคได้ถูกต้อง 74.2 % ต่ำกว่าความเป็นจริง (under-estimation) 18.5% และสูงกว่าความเป็นจริง (over-estimation) 7.3%และเมื่อนำระบบคะแนนที่ได้ไปหาความเที่ยงตรง พบว่าคะแนนสามารถทำนายความรุนแรงทุกระดับได้ถูกต้อง 79.2% (vs 74.2%) มี under-estimate 14.5 % (vs 18.5%) และ over-estimate 6.3% (vs 7.3%) คะแนนมีความสามารถในการจำแนกผู้ป่วย non-severe และ severe ไม่แตกต่างกัน (p=0.312, AuROC analysis)ผลการวิจัยนี้แสดงว่าการติดเชื้อเลปโตสไปโรซิสที่รุนแรง มีลักษณะที่ระบุได้ ลักษณะดังกล่าวสมารถนำมาทำเป็นระบบให้คะแนน เพื่อทำนายระดับความรุนแรงได้คำสำคัญ: risk score, Clinical prediction rule, severe Leptospirosis, Severity score, validation
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. identifying problem and identifying societal readiness