กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
โปรแกรมการบริหารจัดการน้ำสำหรับเกาะท่องเที่ยวขนาดเล็กและขนาดกลางแบบบูรณาการเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ปีที่ 1) มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจและจัดทำฐานข้อมูลเพื่อการวางแผนพัฒนาและจัดหาแหล่งน้ำจืดเพื่อการประปาในอนาคตให้แก่เกาะขนาดกลางและเล็กอย่างเป็นระบบและยั่งยืน โดยการสำรวจและพัฒนาระบบการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อนำเข้าสู่แบบจำลอง และเครื่องมือทางสหวิทยาการ ทั้งทางด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐศาสตร์ อุตุนิยมวิทยา อุทกวิทยา อุทกธรณีวิทยา ชลศาสตร์ และเพื่อเตรียมความพร้อมของชุมชนบนเกาะขนาดเล็กเพื่อรองรับกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก การศึกษาความต้องการใช้น้ำของคนในชุมชน และข้อมูลทางด้านกายภาพของพื้นที่ศึกษาได้แก่ สภาพอุตุนิยมวิทยา ลักษณะภูมิประเทศ สภาพธรณีวิทยา อุทกวิทยา และอุทกธรณีวิทยา สามารถสรุปได้ว่า เกาะสีชัง มีประชากรทั้งสิ้นประมาณ 4,500 คน และประชากรแฝงจำนวนประมาณ 3000 คน โดยการใช้น้ำต่อวัน สามารถแบ่งได้เป็น 3 รูปแบบ คือ บ้านเรือน 253 ตัน สถานที่ราชการ 28 ตัน สถานประกอบการ 80 ตัน รวมการใช้น้ำ 361 ตัน ซึ่งในอนาคตพบว่าปริมาณการใช้น้ำเพิ่มสูงขึ้นจากปริมาณของประชากรแฝง และสภาพอากาศที่ร้อน นอกจากนี้ประชากรในพื้นที่ยังไม่เชื่อมั่นในการบริโภคน้ำประปา ทำให้ต้องขนส่งน้ำจากแผ่นดินใหญ่เข้าสู่พื้นที่ โดยราคาค่าน้ำที่ขนส่งราคาลูกบาศก์เมตรละ 80 บาท ในขณะที่น้ำประปาในพื้นที่ราคาจะอยู่ที่ลูกบาศก์เมตรละ 10 บาท จะเห็นได้ว่าราคาแตกต่างกันถึง 8 เท่า/ลบ.ม. ถ้ามีการสร้างความเชื่อมั่นจะสามารถลดปริมาณการนำเข้าน้ำได้ ทำให้ลดค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก ทางด้านแหล่งน้ำดิบสำหรับการผลิตน้ำประปาไม่เพียงพอ และยังคงไม่มีการสำรวจหาแหล่งน้ำใต้ดินไว้สำหรับการผลิตน้ำประปา ทำให้น้ำจืดส่วนใหญ่มาจากน้ำฝนเป็นหลัก โดยทางสุขาภิบาลได้มีการจัดสร้างถังเก็บน้ำฝนกระจายทั่วไปตามเขตหมู่บ้านต่าง ๆ การใช้น้ำจากถังเก็บน้ำจากของทางราชการ ชาวบ้านในชุมชนสามารถได้รับน้ำดังกล่าวเป็นรายสัปดาห์ ซึ่งไม่เพียงพอสำหรับการบริโภค ทำให้ชาวบ้านจำเป็นต้องมีถังเก็บน้ำฝนสำหรับครัวเรือน ซึ่งหากน้ำยังไม่เพียงพออีกชาวบ้านในชุมชนจะทำการนำเข้าน้ำดื่มเพื่อการบริโภคในชีวิตประจำวัน คุณภาพน้ำของแหล่งน้ำดิบในเกาะสีชังตามมาตรฐานน้ำประปาดื่มได้ของกรมอนามัยปี 2563 พบว่า พื้นที่ทั้งหมดของเกาะสีชังมีสารที่อันตรายที่เกินเกณฑ์มาตรฐานเจือปนอยู่ โดยเฉพาะบริเวณทางตอนใต้ของเกาะ พบ สี (Apparent Color), ความขุ่น (Turbidity), สารหนู (Arsenic) และฟลูออไรด์ (Fluoride) เกินเกณฑ์มาตรฐานควรหลีกเลี่ยงการนำน้ำมาใช้ในการอุปโภค-บริโภค และพบโคลิฟอร์มแบคทีเรีย (coliform) และอี. โคไล (Escherichia coli) อยู่ทั่วบริเวณทั้งเกาะ อย่างไรก็ตาม บริเวณทางตอนกลางของเกาะ คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์อนุโลมสามารถใช้ในการอุปโภคได้ แต่ควรมีการบำบัดน้ำก่อนในส่วนของสภาพทางธรณีวิทยาของเกาะสีชัง ได้ทำการทดสอบคุณสมบัติในห้องปฏิบัติการตามมาตรฐาน ASTM พบว่าตอนบนซึ่งเป็นที่ราบลุ่มและแหล่งชุมชน มีหน้าดินลึกประมาณ 0.50–1.50 เมตร มีสภาพดินทางอุทกวิทยา (Hydrologic Soil Group) เป็นชนิด D กล่าวคือ ดินมีความสามารถในการยอมให้น้ำซึมผ่านได้น้อยมาก ศักยภาพของน้ำท่าผิวดินสูง จำแนกตามมาตรฐาน Unified Soil Classification (USC) เป็นทรายปนดินเหนียว (Clayey Sand: SC) บริเวณตอนกลางของพื้นที่ศึกษาเป็นภูเขาและป่าผลัดใบ มีสภาพดินทางอุทกวิทยาเป็นชนิด C และ D กล่าวคือ ดินมีความสามารถในการยอมให้น้ำซึมผ่านได้น้อยถึงน้อยมาก จำแนกตามมาตรฐาน USC ได้เป็นดินตะกอนทรายมีค่าขีดจำกัดเหลวน้อย 50% (ML) และ ทรายปนดินเหนีย…
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 3 — 3. Concept demonstrated analytically or experimentally
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 6 — 6. solution (s) demonstrated in relevant environment and in co-operation with relevant stakeholders to gain initial feedback on potential impact