กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
ผลจากการวิเคราะห์องค์ประกอบหลัก (PCA) พบว่าไอเสียยานพาหนะคือแหล่งปลดปล่อยที่สำคัญที่สุดของโลหะหนัก (ตะกั่ว สังกะสี โบรมีน สารหนู และ นิกเกิล) ในฝุ่น PM2.5 ในชั้นบรรยากาศของเชียงใหม่ กรุงเทพฯ และภูเก็ต สอดคล้องกับผลงานวิจัยก่อนหน้านี้ที่มีการประยุกต์ใช้แนวคิด Enrichment Factor ในการค้นหาแหล่งกำเนิดของโลหะหนักในฝุ่น PM2.5 ในขณะที่ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เชิงบวกของ โซเดียม แมกนีเซียม และ ซิลิกา จากการวิเคราะห์องค์ประกอบหลักบ่งชี้ถึงอิทธิพลของฝุ่นที่ฟุ้งกระจายจากเปลือกโลก (Crustal Emission) ผนวกกับฝุ่นละอองในทะเล (Maritime Aerosol) ที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงความเข้มข้นของฝุ่น PM2.5 การเกาะกลุ่มกันของ แคลเซียม เหล็ก แมงกานีส ไทเทเนียม สแกนเดียม และ สตรอนเชียม ในองค์ประกอบหลัก (Principal Component) สื่อถึงอิทธิพลจากกิจกรรมในเขตก่อสร้างซึ่งยากต่อการปฏิเสธผลกระทบที่มีต่อคุณภาพอากาศรอบบริเวณ สอดคล้องกับการประยุกต์ใช้สัดส่วนของธาตุอย่าง Ca/Al และ Ca/Si ซึ่งชี้ชัดไปยังกิจกรรมการก่อสร้างที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงของฝุ่น PM2.5 ในชั้นบรรยากาศของเชียงใหม่ กรุงเทพฯ และ ภูเก็ต นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญของสัดส่วนธาตุอย่าง Ni/V, V/Fe และ As/V ในฝุ่น PM2.5 โดยเฉพาะช่วงเวลาที่เกิดวิกฤตหมอกควันเป็นการตอกย้ำอิทธิพลของการเผาเศษชีวมวลทางการเกษตรในที่โล่งแจ้งที่มีต่อคุณภาพอากาศอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง ผลวิเคราะห์โดยใช้โครงข่ายประสาทเทียม (ANN) พบว่าค่าความชื้นสัมพัทธ์และจำนวนจุดความร้อนคือสองตัวแปรหลักที่มีผลอย่างมากต่อการเปลี่ยนแปลงความเข้มข้นของฝุ่น PM2.5 ในชั้นบรรยากาศของ เชียงใหม่ กรุงเทพฯและภูเก็ต ถึงแม้ว่าค่าการประเมินความเสี่ยงโรคมะเร็งอายุเกิน (Excess Lifetime Cancer Risk) ของโลหะหนักทุกชนิดยังอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ แต่ผลงานวิจัยพบว่ากลุ่มของผู้ใหญ่มีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งสูงกว่ากลุ่มวัยรุ่น เพื่อลดผลกระทบเชิงลบต่อสุขภาพจากการได้รับมลพิษทางอากาศอย่างยั่งยืน นโยบายการบริหารจัดการคุณภาพอากาศแบบครอบคลุมคือสิ่งจำเป็นที่รัฐบาลควรคำนึงถึงเป็นลำดับแรก มาตรการสร้างแรงจูงใจทางเศรษฐกิจเช่นการลดหย่อนภาษีรวมทั้งมาตรการอุดหนุนเพื่อส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) การลดหย่อนภาษีเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนหันมาใช้แผงโซล่าเซลล์ มาตรการอุดหนุนทางการเกษตรเพื่อส่งเสริมการไม่เผาเศษชีวมวล หรือบทลงโทษด้วยการปรับหรือเพิ่มภาษีต่อผู้ที่ก่อให้เกิดมลพิษ คือมาตรการที่ควรระบุลงในพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 หากจะมีการปรับปรุงหรือแก้ไขกฎหมายสิ่งแวดล้อมให้มีความทันสมัยในอนาคตอันใกล้
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported
ได้องค์ความรู้การกระจายตัวและการเปลี่ยนแปลงเชิงช่วงเวลาของสารอินทรีย์คาร์บอนและสารไอออนิกที่ละลายน้ำในฝุ่น PM2.5 ในชั้นบรรยากาศของประเทศไทย ได้ผลประเมินความเสี่ยงเชิงลบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดจากการได้รับสารอินทรีย์คาร์บอนในฝุ่น PM2.5 และฐานข้อมูลสารอินทรีย์คาร์บอนและสารไอออนิกที่ละลายน้ำใส่เข้าไปในแบบจำลอง WRF-Chem กรมควบคุมมลพิษสามารถกำหนดเกณฑ์ค่ามาตรฐานในการควบคุมสารพิษในชั้นบรรยากาศที่เหมาะสมสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของประเทศไทย และนักวิจัยจาก สดร. สามารถเรียนรู้เทคนิคการใช้แบบจำลองสภาพภูมิอากาศ WRF-Chem จาก IEECAS ด้วยองค์ความรู้ของ OC/EC นักวิจัยจาก คพ. สามารถคาดการณ์ผลกระทบเชิงลบจากการได้รับสารก่อมะเร็ง Polycyclic Aromatic Hydrocarbons (PAHs) ผ่านแบบจำลอง Gas-Particle Partitioning Model ของ Dachs-Eisenreich ผลลัพธ์ที่ได้จากแบบจำลอง WRF-Chem จะช่วยให้ กนช. สามารถวางแผนพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อรองรับ EEC และโครงการบรรเทาอุทกภัยของกรมชลประทานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
ความพร้อมเกี่ยวกับ General Circulation Model (GCM) หรือแบบจำลองคณิตศาสตร์ที่ลอกเลียนสภาพอากาศ เพื่อให้เกิดความแม่นยำเมื่อนำมาประยุกต์ใช้ในระดับภูมิภาคเพิ่มมากขึ้น
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 2 — 2. formulation of problem, proposed solution(s) and potential impact, expected societal readiness; identifying relevant stakeholders for the project.
ข้อมูลการประเมินความเสี่ยงผลกระทบเชิงลบด้านสุขภาพจากการได้รับสารอินทรีย์คาร์บอนจะช่วยให้กรมควบคุมมลพิษสามารถกำหนดค่ามาตรฐานในการควบคุมมลพิษที่เป็นรูปธรรมสอดคล้องกับความเป็นจริง ช่วยลดจำนวนผู้ป่วยจากโรคมะเร็งและโรคระบบทางเดินหายใจในจังหวัดเชียงใหม่ กรุงเทพมหานคร และจังหวัดภูเก็ต ประชาชนในเขตพื้นที่จะได้รับการพยากรณ์ปริมาณน้ำฝนที่มีความแม่นยำสูงจาก WRF-Chem Model ส่งผลให้สามารถเตรียมการรับมือกับอุทกภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
ในอดีตที่ผ่านมา General Circulation Model (GCM) หรือแบบจำลองคณิตศาสตร์ที่ลอกเลียนสภาพอากาศโลกถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายแต่ปัญหาที่พบคือแบบจำลอง GCM มักขาดความแม่นยำเมื่อนำมาประยุกต์ใช้ในระดับภูมิภาคซึ่งจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลเชิงพื้นที่ (spatial scale) และเวลา (temporal scale) ที่มีความละเอียดสูง ประเด็นที่สำคัญคือแบบจำลองภูมิอากาศส่วนใหญ่พึ่งพาแต่ข้อมูลทางด้านกายภาพโดยละเลยความสำคัญขององค์ประกอบทางเคมีในฝุ่นละอองซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างตัวของแกนกลั่นเมฆ (Cloud Condensed Nuclei: CCN) เป็นที่ทราบกันดีในกลุ่มนักวิชาการเคมีอากาศว่าสารอินทรีย์คาร์บอนเช่น Organic Carbon (OC) และ Elemental Carbon (EC) รวมทั้งสารไอออนิกละลายในน้ำ ต่างส่งผลต่อการสร้างตัวของก้อนเมฆซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อค่าการสะท้อนแสงของพื้นผิวหรือ “อัลบีโด (Albedo)” นอกจากนี้สารเคมีกลุ่มนี้ยังมีอิทธิพลต่อการก่อตัวของฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กซึ่งส่งผลกระทบต่อทัศนวิสัยทางด้านดาราศาสตร์โดยเฉพาะการศึกษาเทหวัตถุบนท้องฟ้า ประเด็นที่สำคัญอีกประการคือ OC/EC ส่งผลกระทบเชิงลบต่อสุขภาพโดยปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีค่ามาตรฐานสำหรับควบคุมระดับความเข้มข้นของ OC/EC ในชั้นบรรยากาศ