กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การวิจัยนี้เป็นชุดโครงการวิจัย เพื่อบูรณาการงานวิจัยระบบจัดเก็บข้อมูล แอปพลิเคชันแนะนำข้อมูลอัจฉริยะ และสื่อสังคอมออนไลน์ เพื่อเสริมสร้างศักภาพของโซ่อุปทานการท่องเที่ยวโดยชุมชน จังหวัดพัทลุง ประกอบด้วย 3 งานวิจัยย่อย ที่มุ่งเน้นการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มประชากรและกลุ่มตัวอย่างร่วมกันในการพัฒนารูปแบบการนำเสนอข้อมูลดิจิทัลให้สามารถเสริมสร้างศักยภาพโซ่อุปทานการท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยกลุ่มประชากรทั้งหมดมี 52 กลุ่ม ทำแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า ด้วยวิธี Likert Scale และสัมภาษณ์เชิงลึกแบบเปิดกึ่งโครงสร้าง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ถูกสัมภาษณ์ได้แสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ แล้วจึงเลือกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่อยู่ในเกณฑ์การประเมินที่มีระดับความพร้อมร้อยละ 80 ขึ้นไป หลังจากนั้นในแต่ละโครงการวิจัยย่อยจะทำการคัดเลือกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่มีศักยภาพความพร้อมที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยของแต่ละโครงการ และสุดท้ายเมื่อได้ผลการวิจัยของแต่ละโครงการวิจัยย่อยแล้วจึงทำการจัดทำเว็ปไซด์ขึ้นเพื่อรวบรวมผลการวิจัยให้เป็นชุดโครงการวิจัย พบว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวในจังหวัดพัทลุง ผ่านการคัดเลือกเพื่อเข้าร่วมโครงการงานวิจัยโดยมีความพร้อมร้อยละ 80 ขึ้นไป จัดอยู่ในประเภท B มากที่สุดจำนวน 8 กลุ่ม คิดเป็นร้อยละ 15.38 และในประเภท A น้อยที่สุด จำนวน 1 กลุ่ม คิดเป็นร้อยละ 1.92 โดยรวมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในจังหวัดพัทลุงที่สามารถเข้าร่วมโครงการงานวิจัยจำนวน 9 กลุ่ม คิดเป็นร้อยละ 17.30 และเมื่อได้ทำการบูรณาการผลงานวิจัยเป็นเว็ปไซด์เผยแพร่ข้อมูล พบว่า การแสดงผลของงานวิจัยย่อยประกอบด้วย 3 ส่วน หมายเลข 1 แสดงจุดเพิ่มข้อมูลดิจิทัลในระบบจัดเก็บข้อมูล หมายเลข 2 แสดงจุดดาวโหลดแอปพลิเคชันแนะนำข้อมูลอัจฉริยะ และหมายเลข 3 แสดงจุดเชื่อมโยงข้อมูลไปแสดงผลบนสื่อสังคมออนไลน์
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 3 — 3. Concept demonstrated analytically or experimentally
ชุมชนมีรูปแบบในการจัดการเทคโนโลยีเพื่อนำมาใช้ในการประกอบอาชีพและหารายได้
ชุมชนมีความพร้อมในด้านอุปกรณ์ และการศึกษาเพื่อใช้เทคโนโลยีในขั้นพื้นฐาน
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 3 — 3. initial testing of proposed solution(s) together with relevant stakeholders
ต้นแบบที่ได้จากชุดโครงการวิจัยมีความเหมาะสมในการใช้งานตามวัตถุประสงค์การวิจัย
สมาชิกของวิสาหกิจชุมชนส่วนใหญ่เป็นสังคมผู้สูงอายุจึงยากแก่การใช้เทคโนโลยี