กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจพืชอาหารป่าที่รับประทานได้สำหรับนำมาวิเคราะห์คุณค่าทางทางโภชนาการ องค์ประกอบทางพฤกษเคมี ปริมาณสารฟีนอลิกรวม สารฟลาโวนอยด์ และฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี DPPH และ FRAP assay เมื่อคัดเลือกพืชอาหารป่าจำนวน 6 ชนิด ได้แก่ ผักหวานป่า ผักแขยง ใบมะขาม ผักยี่หร่า ผักโขม และผักแพว มาทำการสกัดด้วยตัวทำละลาย 80% เอทานอลและน้ำ พบว่าพืชอาหารป่าตัวอย่างแต่ละชนิดมีคุณค่าทางโภชนาการและองค์ประกอบทางพฤกษเคมีที่แตกต่างกัน สารสกัดหยาบจากผักแพวใน 80% เอทานอลมีปริมาณสารฟีนอลิกรวมสูงสุดเท่ากับ 10.17 ? 0.06 mg GAE/g extract และสารสกัดจากผักแพวใน 80% เอทานอลและน้ำมีปริมาณสารฟลาโวนอยด์สูงสุดเท่ากับ 0.52 ? 0.08 และ 0.45 ? 0.06 mg CE/g extract ตามลำดับ ซึ่งสอดคล้องกับฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ โดยสารสกัดจากผักแพวใน 80% เอทานอลมีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระ DPPH เทียบเท่าโทรล็อกซ์สูงสุดเท่ากับ 0.85 ? 0.06 mg TE/g extract และมีค่า FRAP value ของสารสกัดใน 80% เอทานอลและน้ำเท่ากับ 15.34 ? 0.03 และ 14.35 ? 0.07 mM TE/g extract ตามลำดับ สารสกัดพืชอาหารป่าที่มีปริมาณสารฟีนอลิกรวมและสารฟลาโวนอยด์สูงจะมีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระที่สูงตามไปด้วย ซึ่งชนิดของสารสกัดและตัวทำละลายมีอิทธิพลร่วมกันต่อปริมาณสารฟีนอลิกรวม ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ DPPH และค่า FRAP value จากผลการวิจัยนี้ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพทางคุณค่าทางโภชนาการและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของพืชอาหารป่าสำหรับต่อยอดพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อาหารป่าเพื่อสุขภาพให้มีมูลค่าสูงขึ้น
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 6 — 6. Representative of the deliverable demonstrated in relevant environments
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. identifying problem and identifying societal readiness