กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพระดับชนิดของพืชสมุนไพรที่ใช้ในการรักษาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) โดยหมอยาพื้นบ้าน ในอำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ระหว่างเดือนตุลาคม 2564 ถึงเดือนสิงหาคม 2565 โดยการสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง (semi-structer interviewed) หมอยาพื้นบ้าน ทั้งหมด4 คน ทำการคัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง (purposive sampling ) ผลการศึกษาพบพืชสมุนไพร 33 ชนิด 31 สกุล 26 วงศ์ พืชสมุนไพรพบมากที่สุดในวงศ์ Fabaceae จำนวน 4 ชนิด (12%) รองลงมาเป็น พืชวงศ์ Acanthaceae Moraceae Rhamnaceae Rutaceae Smilaceae มีจำนวนเท่ากัน 2 ชนิด (6%) วิธีการเตรียมพืชสมุนไพรที่นิยมมากที่สุดคือต้มดื่ม จำนวน 25 ชนิด (75%) รองลงมา คือกินสด จำนวน 4ชนิด (12%) ไม้ต้นเป็นลักษณะวิสัยของพืชสมุนไพรที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์มากที่สุด จำนวน 13 ชนิด (39%) รองลงมา คือไม้พุ่ม จำนวน 9 ชนิด (27%) ส่วนของพืชที่นิยมนำมาทำยาสมุนไพรมากที่สุดคือ ลำต้น จำนวน 14 ชนิด (42 %) รองลงมา คือ ใบ จำนวน 9 ชนิด (27%) กลุ่มโรค/อาการของโรคไม่ติดต่อเรื้องรังที่ใช้สมุนไพรในการรักษา มี 7 กลุ่มโรค/อาการ ทั้ง 7 กลุ่มอาการ มีค่าดัชนีความเป็นเอกฉันท์ขององค์ความรู้ (FIC) เท่ากันคือ 0.00 พืชที่มีดัชนีรายงานการใช้พืชสมุนไพรมากที่สุดเท่ากัน 4 ชนิด คือ กฤษณา (Aquilaria crassna Pierre ex Lecomte.) ตะโกนา (Diospyros rhodocalyx Kurz.) จันท์แดง (Dracaena cochinchinensis (Lour.)) และฝาง (Caesalpinia sappan L.) ที่ค่า UV เท่ากัน 0.50
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 6 — 6. solution (s) demonstrated in relevant environment and in co-operation with relevant stakeholders to gain initial feedback on potential impact