กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อรวบรวมฐานข้อมูลและแหล่งเรียนรู้สมุนไพรพื้นบ้านเพื่อพัฒนาสู่การใช้ประโยชน์แบบครบวงจร 2) เพื่อศึกษาสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพในพืชสมุนไพรพื้นบ้านบางชนิด และ 3) เพื่อสกัดสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพเพื่อการผลิตเครื่องสำอางสมุนไพรโดยพัฒนาระบบฐานข้อมูล (Database) และสารสนเทศให้มีรูปแบบการเข้าถึงฐานข้อมูลที่มีประสิทธิภาพและศักยภาพที่จะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้มากขึ้น มีการแสดงความหลากหลายทางชีวภาพของพืชสมุนไพร ตามชื่อพืช ชื่อวิทยาศาสตร์ ชื่ออื่น รูปสมุนไพร และแสดงถึงโรคหรืออาการที่สมุนไพรมีสรรพคุณรักษา ในเพจกลุ่มสมุนไพรบ้านโคกกลาง ตำบลบรบือ มหาสารคาม จากนั้นทำการศึกษาสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพในพืชสมุนไพรพื้นบ้านบางชนิด พบว่า ขลู่ มีปริมาณสารฟีนอลิกทั้งหมดสูงสุด เท่ากับ 1,239.42 mg GAE/g DW ตามด้วย ขมิ้นชัน (1,009.19 mg GEA/g DW) และ ลูกใต้ใบ (997.12 mg GEA/g DW ) ตามลำดับ ผลจากการศึกษาปริมาณสารฟลาโวนอยด์ทั้งหมด พบว่าขมิ้นชันมีค่าสูงสุด (2,267.24 mg GAE/g DW) รองลงมา คือ หญ้าพันงูขาว (1,823.87 mg GAE/g DW) และ ขลู่ (1,532.73 mg GAE/g DW) ตามลำดับ จากนั้นทำการสกัดสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพเพื่อการผลิตเครื่องสําอางสมุนไพร โดยการเตรียมสมุนไพรในรูปแบบผงแห้ง ได้แก่ ขมิ้นชัน ไพล และว่านนางคำ ตรวจปริมาณสารสกัดด้วยเอทานอล และตรวจปริมาณสารสกัดด้วยน้ำ วิเคราะห์ปริมาณเคอร์คูมินด้วยวิธี HPLC ทดสอบฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี DPPH ทดสอบฤทธิ์ต้านจุลินทรีย์ด้วยวิธี agar diffusion ผลิตสบู่ก้อนสูตรผงขมิ้นชัน ไพล ว่านนางคำ วิเคราะห์คุณสมบัติทางเคมีบางประการและทดสอบฤทธิ์ต้านเชื้อจุลินทรีย์ของสบู่ก้อนสูตรผงขมิ้นชัน ผงไพล และผงว่านนางคำ พบว่า ปริมาณสารสกัดของผงขมิ้นชันด้วยเอทานอลมีค่าสูงที่สุด และปริมาณสารสกัดด้วยน้ำของผงไพลและผงว่านนางคำสูงกว่าผงขมิ้นชัน ปริมาณเคอร์คูมินเรียงลำดับ ในผงขมิ้นชัน > ผงว่านนางคำ > ผงไพล มีค่า (mg/100 g) 3,582.63, 887.55 และ 57.04 ตามลำดับ จากการวัดค่าการต้านอนุมูลอิสระด้วย DPPH ตัวอย่างผงขมิ้นชันมีค่า IC50 ต่ำที่สุด คือ ความเข้มข้น 0.0787 mg/ml แสดงถึงการมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าผงสมุนไพรอื่นที่ทดสอบ เรียงลำดับการออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของตัวอย่างทั้ง 3 ชนิด จากสูงไปต่ำได้ดังนี้ ตัวอย่าง ผงขมิ้นชัน > ผงว่านนางคำ > ผงไพล พบว่า ผงขมิ้นชัน ผงไพล และผงว่านนางคำ ไม่มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย Propionibacterium acnes แต่พบฤทธิ์ต้านเชื้อรา Trichophyton mentagrophytes สูงสุดในตัวอย่างผงว่านนางคำ (26.48?0.24) ผลการทดสอบคุณสมบัติทางเคมีของสบู่ก้อนผสมผงขมิ้นชัน สบู่ก้อนผสมผงไพล และสบู่ก้อนผสมผงว่านนางคำ มีค่าความเป็นกรด-ด่าง สารที่ไม่ละลายในเอทานอล และปริมาณไฮดรอกไซด์อิสระ เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานอุตสาหกรรม เอส 13-2562 โดยพบว่าสบู่ก้อนว่านนางคำ มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย P. acnes สูงสุด (23.26?0.14) สบู่ก้อนไพล มีฤทธิ์ต้านเชื้อรา T. mentagrophytes สูงสุด (72.14?0.13) ข้อมูลที่ได้จากการศึกษานี้สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางสมุนไพรของชุมชนเพื่อให้ได้มาตรฐานการผลิตในเชิงพาณิชย์ต่อไป
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 2 — 2. Concept and/or application formulated
ระดับต้นแบบห้องปฏิบัติการ (Lab Test Prototype) หรือ ต้นแบบเทคโนโลยีสารสกัดออกฤทธิ์จากสมุนไพรพื้นบ้าน วิธีการสกัดที่มีคุณภาพและความปลอดภัย การผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางสมุนไพร ซึ่งผ่านการทดสอบต้นแบบในห้องปฏิบัติการ สำหรับวิธีการสกัดที่ปลอดภัย ถ่ายทอดเทคโนโลยีได้ และสะดวกคุ้มทุนในการทำและกำจัดของเสีย จุดเสี่ยงและข้อควรระวังในกระบวนการผลิตสารสกัด ต้นทุนของสารสกัด สูตรเบื้องต้นในการผลิตเครื่องสำอางประเภท สบู่ แชมพู วิธีการผลิตที่ดีของเครื่องสำอางสมุนไพร สาธิตวิธีการสกัดสารและการผลิตเครื่องสำอางสมุนไพร ที่มีประสิทธิภาพตามที่กำหนด ให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง
ระดับงานวิจัยประยุกต์(Applied Research) การรวบรวมฐานข้อมูลและแหล่งเรียนรู้พืชสมุนไพรท้องถิ่นเพื่อพัฒนาสู่การใช้ประโยชน์ระดับชุมชนและเชิงพาณิชย์ การศึกษาสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพในพืชสมุนไพรพื้นบ้าน และการสกัดสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพเพื่อการผลิตเครื่องสำอางสมุนไพร การวิจัยดำเนินการเพื่อค้นหาหลักการหรือองค์ความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรพื้นบ้านในพื้นที่บ้านโคกกลาง อ.บรบือ จ.มหาสารคาม ต้นแบบการวิจัยเพื่อการนำไปประยุกต์ใช้สำหรับเป็นแนวทางในการนำไปใช้ประโยชน์เพื่อพัฒนาการผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางสมุนไพรต้นแบบ
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 3 — 3. initial testing of proposed solution(s) together with relevant stakeholders
การศึกษา วิจัย ทดสอบแนวทางการพัฒนาหรือแก้ปัญหาที่กำหนดขึ้นร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องโดยการพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์กลุ่มสมุนไพรบ้านโคกกลาง อ.บรบือ จ.มหาสารคามด้วยการส่งเสริมผลิตผลของสมุนไพรไทยที่มีศักยภาพตามความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ การส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพร แปรรูปเบื้องต้นอย่างมีคุณภาพ ปริมาณวัตถุดิบสมุนไพรมีคุณภาพมีความเพียงพอใกล้เคียงต่อความต้องการใช้ของผู้ประกอบการอุตสาหกรรม และอนุรักษ์สมุนไพรไทยให้คงไว้ใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน นำไปสู่เป้าหมายมีการปลูกสมุนไพรที่ได้คุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน ได้รับการส่งเสริมการแปรรูปหลังการเก็บเกี่ยว ณ สถานที่ปลูกและการผลิตผลิตภัณฑ์และสารสกัดอย่างง่ายในระดับชุมชน มีการวิจัยและพัฒนาพืชสมุนไพรและเทคโนโลยีเพื่อผลิตวัตถุดิบเป็นการเพิ่มขีดความสามารถของชุมชนท้องถิ่นในการพัฒนา การพึ่งพาตนเองและการจัดการตนเองบนฐานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
การกำหนดปัญหา การเสนอแนวคิดในการพัฒนาหรือการแก้ปัญหาและคาดการณ์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องในโครงการ พื้นที่บ้านโคกกลาง ตำบลบรบือ อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม มีการจัดตั้งกลุ่มผู้ปลูกพืชสมุนไพรโดยมีสมาชิกจำนวน 120 คน สำหรับสมุนไพรที่มีการปลูกในปัจจุบัน ได้แก่ ไพล ว่านชักมดลูก และขมิ้นชัน ซึ่งประสบปัญหาการปลูกที่ให้ผลผลิตต่ำ และยังขาดการจัดการความรู้ชุมชน การจัดการความรู้ท้องถิ่นของกลุ่มสมุนไพร และพืชสมุนไพรอื่นในชุมชน โครงการวิจัยการพัฒนาชุมชนนวัตกรรมและยกระดับผลิตภัณฑ์ของกลุ่มสมุนไพรบ้านโคกกลาง อ.บรบือ จ.มหาสารคาม ด้วยการส่งเสริมผลิตผลของสมุนไพรไทยที่มีศักยภาพตามความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ การส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพร แปรรูปเบื้องต้นอย่างมีคุณภาพ