กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้เพื่อศึกษาฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ ปริมาณฟีนอลิกรวม ฤทธิ์ในการต้านเอนไซม์ไทโรซิเนสและการทดสอบการยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิวของสารสกัดข้าวในประเทศไทยจำนวน 26 ชนิด จากสารสกัดหยาบเฮกเซน เอทิลอะซีเตท และเมทานอล โดยใช้วิธีทดสอบฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระดังนี้ วิธี DPPH Radical Scavenging (DPPH), วิธี Ferric Reducing Antioxidant Power (FRAP) การหาปริมาณฟีนอลิกรวมโดยใช้วิธี Folin-Ciocalteu การทดสอบฤทธิ์ในการต้านเอนไซม์ไทโรซิเนส และการทดสอบการยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิวในตัวอ่อนของปลาม้าลาย จากผลการทดลองพบว่า วิธี DPPH ข้าวที่มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ DPPH ดีที่สุด คือ สารสกัดหยาบเมทานอลของข้าวกล้องหอมมะลิแดงเพาะงอก มีค่าเท่ากับ 94.92?0.09 เปอร์เซ็นต์ ส่วนการทดสอบความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระ โดยวิธี FRAP และการศึกษาปริมาณทั้งหมดของสารประกอบฟีนอลิกพบว่าข้าวที่มีฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระ FRAP และปริมาณทั้งหมดของสารประกอบฟีนอลิกดีที่สุด คือ สารสกัดหยาบเมทานอลของข้าวฮางงอกเหนียวก่ำ (เก่า) (ศรีวิสุทธิ์) มีค่าเท่ากับ 1603.33?2.80 และ 1038.6?0.47 มิลลิกรัมตามลำดับ นอกจากนี้การทดสอบความสามารถในการต้านเอนไซม์ไทโรซิเนสของข้าวไทย แสดงให้เห็นว่า สารสกัดหยาบเอทิลอะ ซิเตตของข้าวฮางเหนียวดำมีฤทธิ์ในการยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสที่ 0.5 mg/ml เท่ากับ 11.24?2.53 เปอร์เซ็นต์ จากการศึกษาความเป็นพิษแบบเฉียบพลันในตัวอ่อนของปลาม้าลายพบว่า ความเข้มข้นที่ไม่ก่อให้เกิดพิษในตัวอ่อนของปลาม้าลาย (No Observable Effect Concentration, NOEC) ของสารสกัดทั้ง 3 ตัวคือ 250 ?g/mL ฤทธิ์ในการยับยั้งเม็ดสีในตัวอ่อนของปลาม้าลายสูงที่สุดคือ สารสกัดหยาบจากข้าวฮางมะลิซึ่งมีค่าเปอร์เซ็นต์ในการยับยั้งเท่ากับ 63.30 ? 11.31 เปอร์เซ็นต์