กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
โรคไข้เลือดออกจังหวัดปราจีนบุรี ปี 2550 (1 ม.ค.–25 ต.ค.51) พบผู้ป่วย 642 ราย อัตราป่วย 142.79 ต่อประชากรแสนคน จำนวนหมู่บ้านทั้งหมด 712 หมู่บ้าน พบหมู่บ้านเกิดโรคระบาดซ้ำซากติดต่อกัน 3 ปี 37 หมู่บ้าน ไม่ซ้ำซาก 394 หมู่บ้าน ไม่มีการระบาด 281 หมู่บ้าน หมู่บ้านระบาดซ้ำซากอาจมีปัจจัยที่เป็นสาเหตุการเกิดโรคที่แตกต่างกันกับหมู่บ้านไม่มีการระบาด วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการแพร่ระบาดโรคไข้เลือดออกในหมู่บ้านแพร่ระบาดซ้ำซากกับหมู่บ้านไม่มีการแพร่ระบาดโรคไข้เลือดออกจังหวัดปราจีนบุรี โดยใช้สถิติเชิงอนุมาน Independent sample t-test การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงวิเคราะห์ โดยการศึกษาทางนิเวศวิทยา ในหมู่บ้านระบาดซ้ำซาก 30 หมู่บ้านๆ ละ 30 หลังคาเรือน กับไม่มีการระบาด 30 หมู่บ้านๆ ละ 30 หลังคาเรือน บุคคลที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป อาศัยอยู่ในบ้านไม่น้อยกว่า 2 ปี คัดเลือกด้วยวิธีการสุ่มอย่างง่าย ข้อมูลที่จัดเก็บเป็นข้อมูลระดับหมู่บ้านโดยการสัมภาษณ์ และการสำรวจ ประกอบด้วยปัจจัยด้านบุคคลและชุมชน ความรู้ ทัศนคติ การปฏิบัติตน ด้านยุงพาหะ ค่าHI CI PI ชนิดภาชนะแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย ด้านสิ่งแวดล้อม จำนวนและชนิดภาชนะกักเก็บน้ำ ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อวันต่อหมู่บ้าน ผลการศึกษา พบว่า จำนวนหลังคาเรือน จำนวนประชากร เปรียบเทียบหมู่บ้านระบาดซ้ำซากกับไม่มีการระบาด มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่(p<.05) ภาชนะน้ำใช้ ขนาดมากกว่า 120 ลิตร ได้แก่ จำนวนโอ่งซีเมนต์ ปริมาณน้ำในโอ่งซีเมนต์ ปริมาตรถังพลาสติก และปริมาณน้ำในถังพลาสติก เปรียบเทียบหมู่บ้านระบาดซ้ำซากกับไม่มีการระบาด มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่(p<.05) ภาชนะน้ำดื่ม ขนาดไม่เกิน 60 ลิตร ได้แก่ จำนวนโอ่งมังกร เปรียบเทียบหมู่บ้านระบาดซ้ำซากกับไม่มีการระบาด มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่(p<.05) ภาชนะในห้องน้ำ ขนาดมากกว่า 120 ลิตร ได้แก่ ปริมาณน้ำในอ่างซีเมนต์ เปรียบเทียบหมู่บ้านระบาดซ้ำซากกับไม่มีการระบาด มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่(p<.05) ความรู้ ทัศนคติ การปฏิบัติตน เปรียบเทียบหมู่บ้านระบาดซ้ำซากกับไม่มีการระบาด ไม่มีความแตกต่างกัน(p<.05) ค่าHI ค่าCI ค่าPI เปรียบเทียบหมู่บ้านระบาดซ้ำซากกับไม่มีการระบาด ไม่มีความแตกต่างกัน(p<.05) แต่พบว่า ค่าHI ให้นัยสำคัญต่อการระบาดสูงสุด(p=0.062) รองลงมา PI(p=0.072) และCI(p=0.283) ชนิดภาชนะแหล่งเพาะพันธุ์ ภาชนะกักเก็บน้ำใช้ น้ำดื่ม ในห้องน้ำ นอกเหนือจากภาชนะข้างต้น ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อวันต่อหมู่บ้าน เปรียบเทียบหมู่บ้านระบาดซ้ำซากกับไม่มีการระบาด ไม่มีความแตกต่างกัน(p>.05) แต่ยังพบว่า ภาชนะน้ำใช้ขนาดมากกว่า 120 ลิตร ได้แก่ ปริมาตรโอ่งซีเมนต์(p=0.061) ปริมาตรอ่างซีเมนต์(p=0.096) ปริมาณน้ำในอ่างซีเมนต์(p=0.097) ภาชนะน้ำดื่มขนาดไม่เกิน 60 ลิตร ได้แก่ ปริมาตรโอ่งมังกร(p=0.055) ปริมาณน้ำโอ่งมังกร(p=0.078) จำนวนถังพลาสติกขนาด 61-120 ลิตร(p=0.098) ภาชนะในห้องน้ำขนาดมากกว่า 120 ลิตร ได้แก่ จำนวนถังพลาสติก(p=0.053) ปริมาณน้ำถังพลาสติก(p=0.062) ให้นัยสำคัญต่อการระบาดโรคไข้เลือดออก ดังนั้น ปัจจัยที่มีผลต่อการระบาดโรคไข้เลือดออก ได้แก่ จำนวนหลังคาเรือน จำนวนประชากร ภาชนะน้ำใช้ และภาชนะในห้องน้ำขนาดมากกว่า 120 ลิตร ภาชนะน้ำดื่มขนาดไม่เกิน 60 ลิตร ปัจจัยที่ไม่มีผลต่อการระบาดโรคไข้เลือดออก ได้แก่ ความรู้เรื่องโรคไข้เลือดออก ทัศนคติต่อโรคไข้เลือดออก และการควบคุมลูกน้ำยุงลาย การปฏิบัติตนในการควบคุมโรคไข้เลือดออก ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อวันต่อหมู่บ้าน ปัจจัยที่ให้นัยสำคัญต่อการระบาดโรคไข้เลือดออกตามลำดับ ได้แก่ ค่า HI PI CI ควรเร่งรัดการสำรวจและควบคุมภาชนะน้ำใช้และภาชนะในห้องน้ำขนาดใหญ่ ภาชนะน้ำดื่มขนาดเล็ก ตามความเหมาะสมของชนิดภาชนะอย่างต่อเนื่อง ประชาชนควรตระหนักต่อการควบคุมแหล่งเพาะพันธุ์ด้วยตนเอง การศึกษาครั้งต่อไป คือ การศึกษาเปรียบเทียบรูปแบบการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออกในชุมชนหนาแน่นที่มีการระบาดซ้ำซากกับไม่มีการระบาด