กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
โครงการวิจัยการบริหารศัตรูพืชแบบผสมผสานในพืชผักสำหรับส่งออกกลุ่มสหภาพยุโรป (EU) เพื่อการ ผลิตที่ยั่งยืน มีระยะเวลาที่ดำเนินงานวิจัย เริ่มต้น ปีงบประมาณ 2565 สิ้นสุด ปีงบประมาณ 2567 รวม 3 ปี ใน ปีงบประมาณ 2565 ได้รับจัดสรรงบประมาณ รวมทั้งสิ้น 1,231,681 บาท โดยโครงการวิจัยนี้ประกอบด้วย 2 โครงการวิจัยย่อย คือ โครงการวิจัยย่อยที่ 1 ทดสอบประสิทธิภาพสารป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืชเพื่อทดแทนสาร ที่กลุ่มสหภาพยุโรป (EU) ห้ามใช้ ประกอบด้วย 5 การทดลอง ผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2565 (ต.ค. 64- ธ.ค.65) พบว่า การศึกษาประสิทธิภาพสารฆ่าแมลงในการป้องกันกำจัดแมลงหวี่ขาวยาสูบ (Bemisia tabaci (Gennadius)) ในโหระพา/กะเพรา เพื่อทดแทนสารที่กลุ่มสหภาพยุโรปห้ามใช้ พบว่าสารฆ่าแมลงที่มี ประสิทธิภาพในการควบคุมแมลงหวี่ขาวในกะเพรา ได้แก่ flonicamid 50% WG อัตรา 20 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร spirotetramat 15% OD อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร spiromesifen 24% SC อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร buprofezin 40% SC อัตรา 30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร และ sulfoxaflor 50% WG อัตรา 10 กรัมต่อ น้ำ 20 ลิตร ซึ่งควรพ่นอย่างน้อย 2 ครั้ง ทุก 7 วัน แต่ทั้งนี้ควรมีการดำเนินการทดลองซ้ำในปีถัดไป เพื่อยืนยันผล และการศึกษาประสิทธิภาพสารฆ่าแมลงในการป้องกันกำจัดเพลี้ยอ่อนฝ้าย (Aphis gossypii Glover) ในโหระพา/ กะเพรา เพื่อทดแทนสารที่กลุ่มสหภาพยุโรปห้ามใช้ พบว่า spirotetramat 15% OD อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร lambda-cyhalothrin 2.5% CS อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร flonicamid 50% WG อัตรา 3 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร buprofezin 40% SC อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร และ spinetoram 12% SC อัตรา 15 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร มีประสิทธิภาพดีในการป้องกันกำจัดเพลี้ยอ่อนฝ้ายในโหระพา แต่ทั้งนี้ควรมีการ ดำเนินการทดลองซ้ำในปีถัดไป เพื่อยืนยันผล ส่วนการศึกษาประสิทธิภาพสารฆ่าแมลงในการป้องกันกำจัดหนอน แมลงวันชอนใบ (Liriomyza brassicae (Riley)) ในโหระพา/กะเพรา เพื่อทดแทนสารที่กลุ่มสหภาพยุโรปห้ามใช้ การศึกษาประสิทธิภาพสารฆ่าแมลงในการป้องกันกำจัดเพลี้ยอ่อนฝ้าย (Aphis gossypii Glover) ในมะระจีนเพื่อ ทดแทนสารที่กลุ่มสหภาพยุโรปห้ามใช้ และการศึกษาประสิทธิภาพสารฆ่าแมลงในการป้องกันกำจัดเพลี้ยไฟฝ้าย (Thrips palmi) ในมะระจีนเพื่อทดแทนสารที่กลุ่มสหภาพยุโรปห้ามใช้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามการระบาด ของในแปลงทดลอง เนื่องจากแมลงยังระบาดในระดับต่ำ โครงการวิจัยย่อยที่ 2 การบริหารศัตรูพืชแบบผสมผสานในพืชผักเศรษฐกิจ เพื่อส่งออกกลุ่มสหภาพยุโรป (EU) ในปี 2565 (ต.ค. 64-ธ.ค.65) ดำเนินการ 3 การทดลอง ผลการดำเนินงาน พบว่า เทคโนโลยีการจัดการศัตรู พริกในระบบโรงเรือนเพื่อการส่งออกกลุ่มสหภาพยุโรป ได้รูปแบบการจัดการศัตรูพริกในระบบโรงเรือนที่ ประกอบด้วย 1. การสำรวจประชากรของศัตรูพืช โดยทำการสุ่ม 100 ต้น/โรงเรือน ทุก 7 วัน และใช้ระดับ เศรษฐกิจ (ET) ในการตัดสินใจ ถ้าพบศัตรูพืชเกินระดับเศรษฐกิจ (ET) ดำเนินการป้องกันกำจัด 2. ติดตั้งกับดัก กาวเหนียวสีฟ้าและสีเหลืองในโรงเรือนทุกระยะ 2 เมตร จำนวน 4 แถว (สีฟ้า 2 แถว และสีเหลือง 2 แถว) ตั้งแต่ เริ่มพบเพลี้ยไฟระบาดในโรงเรือนตลอดการปลูกพริก โดยเปลี่ยนกับดักทุก 14 วัน พบว่า วิธี IPC สามารถลด จำนวนการใช้สารกำจัดแมลงได้ 32.26% และสารป้องกันกำจัดโรคพืชได้ 74.19% เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ 497 กิโลกรัม/พื้นที่ 306 ตารางเมตร คิดเป็นมูลค่า 54,670 บาท ต้นทุนการผลิต 10,990 บาท มีกำไรสุทธิ 43,6806 บาท ให้ผลตอบแทนต่อหน่วยการลงทุน (B/C) 4.97 มากกว่าแปลงเกษตรกรที่ได้ผลตอบแทนต่อหน่วยการลงทุน (B/C) 4.03 เทคโนโลยีการจัดการศัตรูคะน้าแบบผสมผสานเพื่อการส่งออกกลุ่มสหภาพยุโรป ได้รูปแบบการ ป้องกันกำจัดศัตรูพืช คือ ทำการป้องกันกำจัดศัตรูพืชเมื่อพบศัตรูพืชชนิดต่าง ๆ เกินระดับเศรษฐกิจ (ET) ด้วยสาร ชีวภัณฑ์กำจัดศัตรูพืชและสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ร่วมกับวิธีติดกับดักกาวเหนียวสีเหลือง พบว่ากรรมวิธี IPM สามารถลดการใช้สารกำจัดแมลงลงได้ 47.83% และการตกค้างของสารกำจัดแมลงอยู่ในระดับต่ำกว่าในกรรมวิธี เกษตรกร สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตคะน้าได้ 2,370 กิโลกรัมต่อไร่ มูลค่าผลผลิต 47,400 บาท ต้นทุนการผลิตใน การกำจัดศัตรูพืชเป็น 7,972 บาท มีกำไรสุทธิ 39,428 บาท ให้ผลตอบแทนต่อหน่วยการลงทุน (B/C) 5.95 มากกว่ากรรมวิธีเกษตรกรที่มีผลตอบแทนต่อหน่วยการลงทุน (B/C) 3.98 และเทคโนโลยีการจัดการศัตรูข้าวโพด ฝักอ่อนแบบผสมผสานเพื่อการส่งออกกลุ่มสหภาพยุโรป ได้รูปแบบการป้องกันกำจัดศัตรูพืช คือ ทำการป้องกัน กำจัดศัตรูพืชเมื่อพบศัตรูพืชชนิดต่าง ๆ เกินระดับเศรษฐกิจ (ET) โดยสำรวจทุก 7 วัน พบว่าวิธีผสมผสานได้ผล ผลิตทั้งหมด 2,453 กก./ไร่ ส่วนวิธีเกษตรกรได้ 2,050 กก./ไร่ น้ำหนักฝักมาตรฐานได้ 855 กก./ไร่ และ 650 กก./ไร่ จากแปลงผสมผสานและแปลงเกษตรกร ตามลำดับ ราคาผลผลิตในวิธีผสมผสานมีมูลค่า 17,171 บาท ต่อ ไร่ ขณะที่แปลงเกษตรกร มีมูลค่า 14,350 บาท ต่อไร่ และเมื่อเปรียบเทียบต้นทุนการผลิตต่อไร่ พบว่า วิธี ผสมผสาน เสียค่าใช้จ่ายเป็นต้นทุนในการผลิต 6,255 บาทต่อไร่ ส่วนวิธีของเกษตรกร มีต้นทุนในการผลิต 6,031 บาท/ไร่ เมื่อหักต้นทุนการผลิตพบว่า วิธีผสมผสาน และวิธีเกษตรกรได้กำไรสุทธิ 10,916 และ 8,319 บาทต่อไร่ ตามลำดับพบว่า วิธีผสมผสานได้ผลตอบแทนการลงทุนมากกว่าวิธีเกษตรกร คือ 2.745 และ 2.38 ตามลำดับ
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 7 — 7. Final development version of the deliverable demonstrated in operational
ผลจากการทดลองการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืชแบบผสมผสานที่ผ่านการทดสอบ พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับเกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรนำไปใช้ในการผลิตพริก คะน้า ผักชีฝรั่ง กะเพรา/โหระพา ข้าวโพดฝักอ่อน และมะระจีน พบแมลงศัตรูพืชในปริมาณที่น้อยที่สุดก่อนเข้าโรงคัดบรรจุ ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ไม่มีปัญหาสารพิษตกค้าง ปลอดภัย และเป็นไปตามมาตรฐานที่กลุ่มสหภาพยุโรป (EU) ยอมรับ
กลุ่มสหภาพยุโรป (EU) ประกาศห้ามใช้สารป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืชในกลุ่มนีโอนิโคตินอยด์ (Neonicotinoids) และกลุ่มสารรบกวนการทำงานของต่อมไร้ท่อ (EDC) ที่เคยแนะนำให้เกษตรกรใช้อยู่เดิม ทำให้เกษตรกรมีสารเคมีสำหรับป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืชที่กลุ่มสหภาพยุโรป (EU) อนุญาตให้ใช้ได้จำกัด จึงขาดสารเคมีที่นำมาใช้ในระบบการป้องกันกำจัดพืชแบบผสมผสาน จึงมีแนวคิดในการเอาสารเคมีชนิดใหม่ ๆ เข้ามาใช้ในระบบการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืชแบบผสมผสานเพื่อป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืชในพืชผัก และทดสอบว่าสามารถใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ เพื่อแก้ปัญหาและป้องกันการระงับการส่งออก สามารถผลิตพืชผักเป็นไปตามมาตรฐานที่กลุ่มสหภาพยุโรปยอมรับ ลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับเกษตรกรและผู้ประกอบการส่งออกสินค้าเกษตร
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 6 — 6. solution (s) demonstrated in relevant environment and in co-operation with relevant stakeholders to gain initial feedback on potential impact
แก้ปัญหาการขาดข้อมูลชนิดและอัตราการใช้ในการป้องกันกำจัดแมลงหวี่ขาวยาสูบ เพลี้ยอ่อนฝ้าย และหนอนแมลงวันชอนใบในโหระพา เพลี้ยอ่อน และเพลี้ยไฟฝ้ายในมะระจีน ที่กลุ่มสหภาพยุโรป (EU) ยกเลิกการใช้ โดยทดสอบประสิทธิภาพสารเคมีป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืชในโหระพาและมะระจีน นำไปถ่ายทอดสู่ให้แก่เกษตรกร นักวิชาการ ผู้ประกอบการส่งออกและผู้ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังนำผลการศึกษาเทคโนโลยีต้นแบบการป้องกันกำจัดศัตรูพืชแบบผสมผสานในการผลิตพริก คะน้า ผักชีฝรั่ง กะเพรา/โหระพา ข้าวโพดฝักอ่อน และมะระจีน ไปถ่ายทอดสู่ให้แก่เกษตรกร นักวิชาการ ผู้ประกอบการส่งออกและผู้ที่เกี่ยวข้อง และนำไปประยุกต์ใช้ในระบบการปลูกพืชอื่น ทำให้ลดปัญหาศัตรูพืชในการผลิตพืชผัก พบศัตรูพืชในปริมาณที่น้อยที่สุดก่อนเข้าโรงคัดบรรจุ ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ไม่มีปัญหาสารพิษตกค้าง ปลอดภัย และเป็นไปตามมาตรฐานที่กลุ่มสหภาพยุโรป (EU) ยอมรับ
กลุ่มสหภาพยุโรป (EU) ประกาศห้ามใช้สารป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืชในกลุ่มนีโอนิโคตินอยด์ (Neonicotinoids) และกลุ่มสารรบกวนการทำงานของต่อมไร้ท่อ (EDC) ที่เคยแนะนำให้เกษตรกรใช้อยู่เดิม ทำให้เกษตรกรมีสารเคมีสำหรับป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืชที่กลุ่มสหภาพยุโรป (EU) อนุญาตให้ใช้ได้จำกัด ดังนั้นการหาสารทดแทนเพื่อป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืชในโหระพาและมะระจีน จึงเป็นการแก้ปัญหาป้องกันระงับการส่งออก ลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับเกษตรกรและผู้ประกอบการส่งออกสินค้าเกษตร การได้สารทดแทนชนิดใหม่มาใช้ในระบบการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืชแบบผสมผสาน และการหาเทคโนโลยีการป้องกันกำจัดศัตรูพืชแบบผสมผสานในการผลิตพริก คะน้า ผักชีฝรั่ง กะเพรา/โหระพา ข้าวโพดฝักอ่อน และมะระจีน จึงเป็นการแก้ปัญหาป้องกันระงับการส่งออก สามารถผลิตพืชผักเป็นไปตามมาตรฐานที่กลุ่มสหภาพยุโรป (EU) ยอมรับ ลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับเกษตรกรและผู้ประกอบการส่งออกสินค้าเกษตร