กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
โครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการจัดการศัตรูพืชเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสำปะหลัง อ้อย และปาล์มน้ำมัน มีวัตถุประสงค์เพื่อวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการป้องกันกำจัดโรคพุ่มแจ้และไรแดงศัตรูมันสำปะหลัง การป้องกันกำจัดโรคใบขาว โรคเหี่ยวเน่าแดง ด้วงหนวดยาว และจักจั่นในอ้อย และการป้องกันกำจัดโรคลำต้นเน่า หนอนหน้าแมว และหนอนปลอกเล็กในปาล์มน้ำมัน ผลการดำเนินงานในปี 2565 คือ การสำรวจและเก็บตัวอย่างพืชจากแปลงมันสำปะหลังพบเชื้อไฟโตพลาสมาจำนวน 10 กลุ่ม การถ่ายทอดเชื้อไฟโตพลาสมาด้วยวิธีต่อกิ่งไม่สามารถถ่ายทอดเชื้อไฟโตพลาสมาไปยังอีกต้นหนึ่งได้อาจเกิดจากปริมาณเชื้อไฟโตพลาสมาไม่เพียงพอ การพัฒนาเทคนิค multiplex PCR ไพรเมอร์มีความจำเพาะกับกลุ่มเชื้อไฟโตพลาสมา Ca. P. 16Srl group และ16Srll group แต่ไม่ทำปฏิกิริยากับดีเอ็นพืชปกติ เทคนิค LAMP ไพรเมอร์ที่ออกแบบสามารถเพิ่มปริมาณได้ดีที่อุณหภูมิ 65 องศาเซลเซียส และมีความจำเพาะเชื้อไฟโตพลาสมาโรคพุ่มแจ้ในมันสำปะหลัง การใช้สารปฏิชีวนะเพื่อการขจัดเชื้อไฟโตพลาสมาก่อโรคพุ่มแจ้มันสำปะหลังในสภาวะเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อความเข้มข้นที่ระดับ 50 และ 100 ppm ของสารปฏิชีวนะทั้งสองชนิดสามารถขจัดเชื้อไฟโตพลาสมาในต้นมันสำปะหลังเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อได้ การศึกษาการเจริญเติบโตของไรแดงในสภาพห้องปฏิบัติการ ไรแดงเพศผู้และเพศเมียมีระยะเวลาจากไข่ถึงตัวเต็มวัยเท่ากับ 6.77 และ 7.21 วัน ตามลำดับ การทดสอบความต้านทานต่อไรแดงมันสำปะหลังมี 4 พันธุ์ที่มีลักษณะความเสียหายน้อยกว่าพันธุ์อื่น ๆ คือ พันธุ์ระยอง 1 ระยอง 3 ระยอง 13 และระยอง 60 การพัฒนาเทคนิค multiplex-PCR สามารถจำแนกเชื้อไฟโตพลาสมาได้ 3 ชนิด ได้แก่ white leaf, grassy shoot และ green grassy shoot เทคนิค LAMP ไพรเมอร์ที่ออกแบบสามารถเพิ่มปริมาณได้ดีที่อุณหภูมิ 65 องศาเซลเซียส และมีความจำเพาะเชื้อไฟโตพลาสมาโรคใบขาว ยีน imp จากเชื้อไฟโตพลาสมาสาเหตุโรคอ้อย สามารถออกแบบไพรเมอร์ได้จำนวน 1 คู่ ประสิทธิภาพของสารปฏิชีวนะในการกำจัดเชื้อไฟโตพลาสมาสาเหตุโรคใบขาวในสภาพเนื้อเยื่ออ้อยได้แคลลัสจากอ้อยที่มีปริมาณเชื้อ 100 copy/?l และต้นที่มีปริมาณเชื้อน้อยกว่า 5 copy/?l เชื้อ Streptomyces จำนวน 3 ไอโซเลต สามารถยับยั้งเชื้อราสาเหตุโรคอ้อยได้ แยกเชื้อแบคทีเรีย Bacillus spp. ได้เชื้อจำนวน 30 ไอโซเลต ที่สามารถสร้างสาร IAA ได้ศึกษาลักษณะทางสัณฐานวิทยาของเชื้อสาเหตุโรคเหี่ยวเน่าแดงในห้องปฏิบัติการ สามารถแยกเชื้อรา Colletotrichum spp. ได้จำนวน 103 ไอโซเลท เชื้อรา Fusarium spp. จำนวน 32 ไอโซเลท การประเมินความรุนแรงของเชื้อสาเหตุในสภาพโรงเรือน พบพันธุ์ UT3 เกิดโรครุนแรงที่สุด การป้องกันกำจัดแมลงศัตรูอ้อยสารชีวภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมด้วงหนวดยาวอ้อย คือ เชื้อราเขียว Metarhizium anisopliae สายพันธุ์ DOA-M14 อัตรา 10 กก./ไร่ และไส้เดือนฝอย Steinernema carpocapsae อัตรา 75 กรัม/น้ำ 20 ลิตร การศึกษาประชากรของจักจั่นอ้อยในพื้นที่ปลูกอ้อยของเกษตรกร 5 จังหวัด พบจักจั่นอ้อยใน 3 จังหวัด ได้แก่ สิงห์บุรี อ่างทอง และกาญจนบุรี ส่วนสุพรรณบุรีและชัยนาทไม่พบจักจั่นอ้อย การศึกษาชีววิทยาของจักจั่นอ้อย ตัวเต็มวัยเพศเมียวางไข่เป็นกลุ่ม ระยะตัวอ่อนอาศัยอยู่ในดินบริเวณรอบและใต้รากอ้อย ลักษณะของตัวอ่อน ส่วนหัว หนวด อก ท้อง และขา เมื่อฟักใหม่มีสีแดงใสหลังจากนั้นเปลี่ยนเป็นสีขาวขุ่น ตัวเต็มวัย ส่วนหัว ขา สีน้ำตาล ตาสีแดง อกสีน้ำตาลสลับแถบเหลือง และปีกสีน้ำตาลเหลือง อาศัยอยู่บริเวณใบและยอดอ้อย การสำรวจและเก็บตัวอย่างได้ เชื้อรา Ganoderma spp. จำนวน 41 ไอโซเลท ลักษณะดอกเห็ดของเชื้อรา Ganoderma spp. แบ่งออกเป็น 4 ลักษณะ คือ รูปร่างใบพัดมีก้านดอก รูปร่างใบพัดไม่มีก้านดอก รูปร่างก้อนกลมมีก้านดอก และรูปร่างก้อนกลมไม่มีก้านดอก สีน้ำตาลอ่อนถึงน้ำตาลเข้ม พบทั้งมีและไม่มีขอบสีขาว การประเมินลักษณะทนทานโรคลำต้นเน่าด้วยยีน EgIFR และ EgMT-1 สามารถจำแนกความแตกต่างของสายพันธุ์ทนทานและไม่ทนทานต่อโรคลำต้นเน่าปาล์มน้ำมันได้ การวิเคราะห์ Gene ontology พบกลุ่มยีนที่เกี่ยวข้างกับการทนทาน มีการแสดงออกมากที่สุด 5 กลุ่ม ได้แก่ Ribosome, Ribosome biogenesis in eukaryotes, Plant hormone signal transduction, RNA transport และ Protein processing in endoplasmic reticulum การใช้ Streptomyces sp. ในการควบคุมโรคลำต้นเน่าของต้นกล้าปาล์มน้ำมัน ได้ศึกษาวัสดุที่เหมาะสมต่อการเพิ่มปริมาณจำนวนสปอร์ของ Streptomyces sp. พบว่า ข้าวโพดเกล็ดเป็นวัสดุที่เหมาะสมที่สุด
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 8 — 8. Actual deliverable qualified through test and demonstration
ได้เทคโนโลยีการป้องกันกำจัดเชื้อไฟโตพลาสมาสาเหตุโรคพุ่มแจ้มันสำปะหลัง และวิธีการควบคุมไรแดงมันสำปะหลังด้วยการใช้ศัตรูธรรมชาติ มีเครื่องหมายโมเลกุลในการตรวจความจำเพาะของพืชต่อการเกิดโรคและการถ่ายเชื้อ และมีวิธีการตรวจโรคใบขาวที่แม่นยำ สอดคล้องกับการเกิดโรคในสภาพจริง สามารถลดการแพร่ระบาดของโรค สามารถใช้ในการคัดเลือกแปลงแม่พันธุ์ การรับรองแปลงพันธุ์สะอาด การขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ รวมทั้งเทคโนโลยีการป้องกันกำจัดโรคเหี่ยวเน่าแดงในอ้อย ด้วงหนวดยาวอ้อย จักจั่นอ้อย โรคลำต้นเน่าในปาล์มน้ำมัน หนอนหน้าแมวและหนอนปลอกเล็กในปาล์มน้ำมัน และสามาถถ่ายทอดองค์ความรู้สู่กลุ่มเป้าหมายเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในกระบวนการผลิตมันสำปะหลัง อ้อย และปาล์มน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปัจจุบันยังไม่ทราบชนิดพืชพืชอาศัย วิธีการปลูกเชื้อที่เหมาะสม วิธีการตรวจสอบเชื้อที่รวดเร็ว การจัดการท่อนพันธุ์ที่เหมาะสมของเชื้อไฟโตพลาสมาสาเหตุโรคพุ่มแจ้ ไรศัตรูมันสำปะหลังยากต่อการจัดการในสภาพไร่ ยังไม่มีพันธุ์มันสำปะหลังที่ต้านทานต่อไรแดง - เทคโนโลยีในการตรวจโรคติดเชื้อไฟโตพลาสมาในอ้อยด้วย PCR, Realtime PCR, LAMP มีการขยายผล นำไปใช้งานในระดับแปลงทดลอง แต่ยังไม่มีความแม่นยำ และรวดเร็วสำหรับการนำไปใช้ในสภาพไร่ มีเทคโนโลยีการแปลผลการตรวจโรคใบขาวด้วยเทคนิค PCR เทคโนโลยีในการตรวจลำดับเบสของยีนเป้าหมาย มีการดำเนินการแล้วในงานทดสอบเบื้องต้น แต่ยังไม่เหมาะสมสำหรับการนำไปประยุกต์ใช้ - การจัดการโรคเหี่ยวเน่าแดงในอ้อย ปัจจุบันเน้นการใช้พันธุ์ต้านทานซึ่งได้จากกระบวนการปรับปรุงพันธุ์ โดยมีขั้นตอนการประเมินปฏิกิริยาของโรคก่อนการขอรับรองพันธุ์พืชใหม่ แต่เนื่องจากมีการใช้พันธุ์เดิมเป็นเวลานาน อาจเกิดการเสื่อมของพันธุ์ ประกอบกับเชื้อสาเหตุมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา และการแนะนำการใช้สารเคมีไม่เป็นที่นิยม - การป้องกันกำจัดจักจั่นในอ้อยข้อมูลยังมีไม่เพียงพอต่อการนำมาประยุกต์ใช้ เนื่องจากเป็นแมลงศัตรูชนิดใหม่สำหรับอ้อย จึงจำเป็นต้องศึกษาถึงข้อมูลพื้นฐานตลอดจนวิธีการป้องกันกำจัดที่เหมาะสม สำหรับการป้องกันกำจัดด้วงหนวดยาวอ้อย มีรายงานการใช้เชื้อราเขียว M. anisopliae สายพันธุ์ DOA-M14 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ใหม่ที่มีความเฉพาะเจาะจงกับด้วงหนวดยาวอ้อย โดยสำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร และการใช้ไส้เดือนฝอยสายพันธุ์ใหม่ S. riobrave ซึ่งสามารถทนต่ออุณหภูมิสูงได้ดี สามารถนำไปใช้ในสภาพไร่ได้ แต่การใช้ชีวภัณฑ์ทั้ง 2 ชนิดนั้นยังไม่ทราบอัตราการใช้และประสิทธิภาพของชีวภัณฑ์ที่เหมาะสมสำหรับนำไปใช้ป้องกันกำจัดด้วงหนวดยาวในอ้อยในสภาพไร่ - มีต้นกล้าปาล์มน้ำมันลูกผสมสุราษฎร์ธานีที่ผ่านการประเมินลักษณะเชื้อพันธุกรรมความทนทานโรคลำต้นเน่าด้วยลักษณะทางสัณฐานวิทยา มีเชื้อ Streptomyces sp. ที่มีศักยภาพในการกำจัดโรค และมีแปลงเกษตรกรที่สามารถใช้สำหรับเก็บตัวอย่าง Ganoderma sp. ซึ่งเป็นวัสดุ/สิ่งทดลองที่มีความพร้อมสำหรับการทดลอง อีกทั้งมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ด้านโรคและแมลงศัตรูปาล์มน้ำมัน และได้ทำวิจัยมาเป็นระยะเวลายาวนาน ทั้งยังเผยแพร่ความรู้สู่เกษตรกรเพื่อนำไปใช้ในการจัดการโรคและแมลงในสวนปาล์มน้ำมันซึ่งได้รับการยอมรับจากเกษตรกรและมีการนำไปใช้อย่างแพร่หลาย
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 8 — 8. proposed solution(s) as well as a plan for societal adaptation complete and qualified
ประยุกต์ใช้ข้อมูลและองค์ความรู้เพื่อการจัดการโรคและแมลงศัตรูมันสำปะหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อการผลิตที่ต่อเนื่อง ได้เทคโนโลยีในการตรวจโรคติดเชื้อไฟโตพลาสมาในอ้อยด้วย PCR , Realtime PCR, LAMP มีการขยายผล นำไปใช้งาน และใช้ในระดับแปลงทดลอง และในเครือข่าย ได้เทคโนโลยีการจัดการโรคเหี่ยวเน่าแดงอ้อยโดยชีววิธี ลดพื้นที่ระบาดของโรค เพิ่มผลผลิต เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น มีความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม วิธีการสุ่มตรวจโรคใบขาวที่แม่นยำ สอดคล้องกับการเกิดโรคในสภาพจริง สามารถลดการแพร่ระบาดของโรค สามารถใช้ในการคัดเลือกแปลงแม่พันธุ์ การรับรองแปลงพันธุ์สะอาด การขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ รวมทั้งนำข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีการป้องกันกำจัดด้วงหนวดยาวอ้อยและจักจั่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เผยแพร่ถ่ายทอดองค์ความรู้แก่เกษตรกรชาวไร่อ้อย และเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น เจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร และสถาบันการศึกษา ยุทธศาสตร์ปฏิรูปปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มทั้งระบบ ปี 2560 - 2579 สรุปสภาพปัญหาการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มประสิทธิภาพต่ำ ผลผลิตต่อไร่ต่ำ ไม่สามารถแข่งขันได้ โดยในปี 2561 พบว่าผลผลิตทะลายปาล์มสดเฉลี่ยของประเทศ 2.8 ตันต่อไร่ต่อปี ดังนั้นโครงการนี้จึงมีทิศทางการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาดังกล่าว มีกลุ่มเกษตรกรผู้ได้ประโยชน์ ยกระดับการจัดการศัตรูปาล์มน้ำมันให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น โดยนักวิชาการมีความพร้อมในการให้ความรู้ คำแนะนำการป้องกันการเกิดโรคลำต้นเน่าเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีข้อมูลการจัดการโรคลำต้นเน่าปาล์มน้ำมัน สำหรับใช้เป็นแนวทางให้แก่เกษตรกร หรือใช้ประกอบคำแนะนำในการป้องกันกำจัด โดยวิธีฉีดสารเคมีเข้าลำต้นหรือเฝ้าระวังการเกิดโรคลำต้นเน่าได้ดียิ่งขึ้น
โรคและแมลงศัตรูของมันสำปะหลังส่งผลกระทบต่อการผลิตมันสำปะหลังในประเทศไทยทำให้เกษตรกรต้องใช้ปัจจัยการผลิตที่มากขึ้นเพื่อการจัดการโรคและแมลงศัตรู ทั้งยังส่งผลกระทบต่อผลผลิตของมันสำปะหลัง กระทบต่ออุตสาหกรรมการผลิตแป้ง มันเส้น อุตสาหกรรมเอทานอล และอื่น ๆ เป็นวงกว้าง ดังนั้นการจัดการโรคและแมลงศัตรูมันสำปะหลังจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเร่งดำเนินการให้ทันท่วงที จึงต้องเร่งพัฒนาพันธุ์ต้านทานเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรโดยเร่งด่วน ปัจจุบันใช้พันธุ์ต้านทาน แต่หากเกิดการเสื่อมของพันธุ์หรือเชื้อมีความรุนแรงมากขึ้นการใช้สารเคมีกำจัดไม่เป็นที่นิยมหากเชื้อเข้าทำลายอ้อยในระยะย่างปล้อง หรือ เป็นลำอ้อยแล้ว ไม่แนะนำให้ฉีดพ่นสารเคมีเนื่องจากเป็นอันตรายและไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน ดำเนินการ ศึกษา วิจัย ทดสอบ พัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีการป้องกันกำจัดศัตรูอ้อยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอ้อย โรคลำต้นเน่าของปาล์มน้ำมัน มีความหลากหลายทางพันธุกรรม ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการเข้าทำลายปาล์มน้ำมัน ในการทดสอบการเกิดโรค ใช้เวลานานในการทดสอบ อีกทั้งยังไม่มีวิธีการป้องกันรักษาที่เหมาะสมหรับหรับเชื้อราตัวนี้ การใช้ชีววิธีอาจเป็นทางเลือกหนึ่งที่สามารถสร้างความแข็งแรงและป้องกันโรคได้ ในการใช้พันธุ์ทนทานสามารถลดปัญหาการเกิดโรคลำต้นเน่าได้ ในการประเมินความทนทาน ต้องใช้ข้อมูลชีวโมเลกุลในการประเมินลักษณะทนทานควบคู่กับการประเมินด้วยวิธีการปลูกเชื้อเพื่อทดสอบความทนทาน นอกจากโรคแล้ว แมลงยังเป็นตัวการที่สำคัญอีกอย่างที่สร้างความเสียหายให้แก่ปาล์มน้ำมัน การจัดการแบบผสมผสานจึงเป็นวิธีที่เหมาะสมในการนำไปใช้ประโยชน์ แมลงเป็นตัวการที่สำคัญอีกอย่างที่สร้างความเสียหายให้แก่ปาล์มน้ำมันทำให้กระทบต่อผลผลิต การป้องกันกำจัดโดยวิธีฉีดสารเคมีเข้าลำต้น เป็นวิธีที่ปลอดภัยกับผู้ปฏิบัติและสิ่งแวดล้อมจึงเป็นวิธีหนึ่งที่เหมาะสมในการนำไปใช้ประโยชน์