กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
พลูคาวเป็นพืชสมุนไพรที่มีการกระจายอยู่ทั่วไปในหลายประเทศในเอเชีย พลูคาวมีการนำมาใช้ประโยชน์ทั้งทางยาและเป็นอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย หลักฐานทางวิทยาศาสตร์จำนวนมากได้กล่าวถึงประสิทธิภาพของพลูคาวในยาแผนโบราณ ร่วมไปถึงสารสกัดของพลูคาวยังมีฤทธิ์ทางชีวภาพต่างๆ แม้ว่าพลูคาวจะถูกนำมาศึกษาฤทธิ์ทางชีวภาพแล้ว อย่างไรก็ตามฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ฤทธิ์ต้านเชื้อก่อสิว และฤทธิ์ชะลอวัยของพลูคาวยังคงต้องศึกษาเพิ่มเติม ดังนั้นการศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ฤทธิ์ชะลอวัย และฤทธิ์ต้านเชื้อก่อสิวของสารสกัดพลูคาว และศึกษาความเป็นพิษต่อเซลล์ผิวหนังและสารไฟโตเคมิคอลที่วิเคราะห์ด้วยเทคนิคแมสสเปกโตรเมตริก สารสกัดด้วยน้ำและเอทานอลของพลูคาว เรียกโดยย่อว่า HCA และ HCE ตามลำดับ ประสิทธิภาพการต้านอนุมูลอิสระของ HCA และ HCE ต่ออนุมูลอิสระ DPPH อยู่ที่ 11.44?0.13 และ 13.55?0.42 mg Trolox/g dry extract ในขณะที่ประสิทธิภาพในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ABTS อยู่ที่ 41.98?3.90 และ 103.46?5.15 mg Trolox/g dry extract ตามลำดับ สำหรับประสิทธิภาพต่ออนุมูลอิสระ FRAP ของ HCE อยู่ที่ 136.88 ? 4.71 mg Trolox/g dry extract ซึ่งมีค่าสูงกว่าHCA อยู่ที่ 46.11?1.20 mg Trolox/g dry extract นอกจากนี้ยังพบว่า HCA และ HCE สามารถยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ collagenase ประมาณ 28.33-46.00%, เอนไซม์ elastase ประมาณ 30.00-34.33% และ เอนไซม์ hyaluronidase ประมาณ 93.87-98.72% สำหรับการศึกษาฤทธิ์ต้านเชื้อสิว Cutibacterium acnes DMST14916 มีค่า MIC และ MBC ของ HCA อยู่ที่ 5.77 และ 5.77 mg/ml ในขณะที่ค่า MIC และ MBC ของ HCE เท่ากับ 2.47 และ 2.47 mg/ml ตามลำดับ นอกจากนี้ยังพบว่า HCE ที่มีความเข้มข้นสูงถึง 400 มก./มล. ไม่เป็นพิษต่อเซลล์แมคโครฟาจ เซลล์เคราติโนไซต์ และเซลล์ไฟโบรบลาสต์ แต่ HCA เป็นพิษต่อเซลลฺแมคโครฟาจที่ความเข้มข้น 62.5 mg/ml และเซลล์ผิวหนังทั้งสองชนิดอยู่ที่ 250 mg/ml จากการวิเคราะห์สารไฟโตเคมีคอลจากสารสกัดพลูคาวด้วยเทคนิค LC-MS/MS พบว่าสารกลุ่มฟีโนลิก กลุ่มฟลาโวนอยด์ และอนุพันธ์ของฟลาโวนอยด์ในสารสกัดพลูคาว อาจเป็นสารไฟโตเคมีคอลหลักที่ให้ฤทธิ์ทางชีวภาพต่างๆ อาทิ ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ฤทธิ์ต้านจุลชีพ และฤทธิ์ชะลอวัย เป็นต้น