กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปริมาณของกากข้าวโพดต่อการขึ้นรูปของแผ่นฟิล์มบริโภคได้จากกากข้าวโพดที่ปริมาณ 2 ระดับคือ ร้อยละ 15 และร้อยละ 30 จากนั้นนำแผ่นฟิล์มที่ได้มาทดสอบความต้านแรงดึงขาดและร้อยละการยืดตัวของแผ่นฟิล์ม พบว่าฟิล์มที่ใช้ปริมาณของกากข้าวโพดร้อยละ 30 มีความต้านทานแรงดึงขาดและร้อยละการยืดตัวที่สูงกว่า ฟิล์มที่ใช้กากข้าวโพดปริมาณร้อยละ 15 ลอกแผ่นได้ง่าย และไม่เปราะแตกหักง่าย จากนั้นนำฟิล์มที่ได้มาศึกษาชนิดและปริมาณของพลาสติไซเซอร์ 2 ชนิด คือ ไซลิทอล และกลีเซอรอล ที่ความเข้มข้นร้อยละ 1, 2 และร้อยละ 3 ของปริมาณกากข้าวโพด จากนั้นนำมาทดสอบความต้านทานแรงดึงขาด ร้อยละการยืดตัวของแผ่นฟิล์ม การละลายน้ำของฟิล์ม อัตราการซึมผ่านของไอน้ำ และทดสอบคุณภาพทางประสาทสัมผัสกับผู้บริโภค พบว่าฟิล์มที่ใช้ไซลิทอลเป็นพลาสติไซเซอร์ที่ความเข้มข้นร้อยละ 2 ของปริมาณกากข้าวโพด ให้ฟิล์มที่มีค่าการต้านทานแรงดึงขาด และร้อยละการยืดตัวสูงสุด เมื่อพิจารณาร่วมกับการละลายน้ำ อัตราการซึมผ่านของไอน้ำ และการทดสอบทางประสาทสัมผัส พบว่าที่ชนิดและปริมาณของพลาสติไซเซอร์ดังกล่าว มีความเหมาะสมในการผลิตฟิล์มบริโภคได้จากกากข้าวโพดที่เหลือทิ้งจากกระบวนการผลิตมากที่สุด