กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การศึกษานี้ ได้ทำการวิเคราะห์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์สุดขั้วของสภาพอากาศแบบผสมสองเหตุการณ์ในประเทศไทยในช่วงระหว่างปี ค.ศ.1970-2050 บนพื้นฐานของข้อมูลสถานีตรวจวัดคุณภาพสูงของกรมอุตุนิยมวิทยาและข้อมูลแบบกริดจากแบบจำลองสภาพอากาศของ Coupled Model Intercomparison Project Phase ระยะที่ 5 (CMIP5) (EC-Earth, HadGEM2-ES, MPI-ESM-MR) และ CMIP ระยะที่ 6 (EC-Earth3, MPI-ESM-MR) ที่จำลองด้วยภาพฉาย Representative Concentration Pathway (RCP) 4.5/8.5 และ Shared Socioeconomic Pathway (SSP) 245/585 ตามลำดับ แบบจำลองสภาพภูมิอากาศของ CMIP5 ได้ทำการย่อส่วนด้วยวิธีพลวัต มีความละเอียดเชิงพื้นที่ 25 กม.x25 กม. ในขณะที่แบบจำลองสภาพภูมิอากาศของ CMIP6 ได้ทำการย่อส่วนด้วยวิธีทางสถิติ มีความละเอียดเชิงพื้นที่ 5 กม.x5 กม. เหตุการณ์สุดขั้วของสภาพอากาศแบบผสมที่ทำการวิเคราะห์ ประกอบด้วย สภาพอากาศร้อนและเหตุการณ์ฝนตกหนักหรือเหตุการณ์ฝนตกหนักที่เกิดขึ้นหลังจากเกิดสภาพอากาศร้อนภายในช่วงเวลา 3 วัน (Compound Heat-Precipitation Events; CHPEs) สภาพอากาศร้อนและความแห้งแล้งหรือวันที่สภาพอากาศร้อนเกิดขึ้นพร้อมกันกับช่วงเวลาที่มีสภาวะแห้งแล้งในระดับรุนแรงขึ้นไป (Compound Heat-Drought Events; CHDEs) และสภาพอากาศหนาวและเหตุการณ์ฝนตกหนักหรือวันที่สภาพอากาศหนาวเกิดขึ้นพร้อมกันกับเหตุการณ์ฝนตกหนัก (Compound Cold-Heavy Precipitation Events; CCPEs) ผลการวิเคราะห์ พบว่า CHPEs เกิดขึ้นทุกภูมิภาคของประเทศไทยและส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงเดือนมีนาคมถึงกรกฎาคม ซึ่งเป็นช่วงที่มีโอกาสการเกิดเหตุการณ์ฝนตกหนักหลังจากเกิดสภาพอากาศร้อนสูงในรอบปีโดยในช่วงปี ค.ศ. 1970-2022 CHPEs มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็นบริเวณกว้างในภาคกลาง ภาคตะวันออก ตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ เมื่อพิจารณาประเทศไทยในภาพรวมแล้ว CHPEs มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95% ในอัตราเฉลี่ย 0.26 เหตุการณ์ต่อทศวรรษ ทั้งนี้ CHPEs ในภาพรวมของประเทศไทยในช่วง 53 ปีที่ผ่านมา มีความสัมพันธ์ที่มีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.01) อย่างสูงมากกับอุณหภูมิเฉลี่ยของโลก โดยการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลก สามารถอธิบายความแปรปรวนของ CHPEs ในประเทศไทยได้มากกว่า 70% นอกจากนี้ CHPEs ยังมีความสัมพันธ์กับดัชนีโหมดการไหลเวียนของบรรยากาศในมหาสมุทรแปซิฟิก ผลการศึกษานี้ แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงของการไหลเวียนบรรยากาศและมหาสมุทรที่เกี่ยวโยงเกิดจากปรากฏการณ์ ENSO ยังเป็นตัวขับเคลื่อนระยะไกลที่สำคัญที่ส่งผลต่อความแปรปรวนระหว่างปีของ CHPEs ในประเทศไทยอีกด้วย แบบจำลองสภาพภูมิอากาศของ CMIP5 และ CMIP6 จำลอง CHPEs ในช่วงอนาคตอันใกล้ (ค.ศ. 2025-2050) ที่สอดคล้องกัน กล่าวคือ CHPEs ในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศไทย จะเพิ่มขึ้นแต่ขนาดการเปลี่ยนแปลงแตกต่างกันระหว่าง CMIP5 และ CMIP6 โดยแบบจำลองสภาพภูมิอากาศของ CMIP5 แสดงการเพิ่มขึ้นของ CHPEs บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือและภาคกลาง ทั้งสองภาพฉาย ในขณะที่ แบบจำลองสภาพภูมิอากาศของ CMIP6 จำลองการเพิ่มขึ้นของ CHPEs ในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศไทยครอบคลุมทุกภูมิภาค ภายใต้ทั้งสองภาพฉาย ผลการวิเคราะห์ พบว่า CHDEs ในภาพรวมของประเทศไทย มีสัดส่วนการเกิดน้อยในช่วงปี ค.ศ. 1970-2022 โดย CHDEs เกิดขึ้นมากที่สุดในภาคกลาง ในขณะที่ จำนวนเหตุการณ์ความแห้งแล้งระดับรุนแรงขึ้นไป (SPI10d<-1.5) ในช่วงปี ค.ศ. 1970-2022 มีสัดส่วนการเกิดอยู่ในช่วงที่ใกล้เคียงกัน (2.6% ถึง 3.3%) ในแต่ละภูมิภาค โ…
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 7 — 7. Final development version of the deliverable demonstrated in operational
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 6 — 6. solution (s) demonstrated in relevant environment and in co-operation with relevant stakeholders to gain initial feedback on potential impact