กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
ในการจัดการปลูกสร้างสวนป่าต้องอาศัยเทคนิควนวัฒนวิธีเพื่อช่วยเพิ่มผลผลิต โดยมีปัจจัย เกี่ยวข้องมากมายท้้งลักษณะพื้นที่และสิ่งแวดล้อม รวมท้งความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพันธุ์ไม้ชนิดนั้น สําหรับไม้พะยูงน้้นยังขาดแคลนความรู้ความเข้าใจและไม่มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีต่างๆ จึงจําเป็นต้องมี การพัฒนาเทคนิควนวัฒนวิธีเพื่อสามารถต่อยอดการศึกษาให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น การศึกษาคร้งนี้ได้ศึกษาถึง ลักษณะของเมล็ดที่ใช้ในการเพาะชํากล้าไม้ เทคนิคการขยายพันธ์ุโดยไม่อาศัยเพศ การพัฒนาเทคนิค การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ การศึกษาการเจริญเติบโตที่ระยะต่างๆ สัมพันธ์ถึงการใช้ปุ๋ยเพื่อเร่งการเจริญเติบโต ผลการศึกษาปรากฏว่า เมล็ดที่มีเปลือกสีเหลืองที่มีความแก่สมบูรณ์เต็มที่จะให้เมล็ดที่สามารถงอกได้ดีถึง 94-95% โดยไม่จําเป็นต้องใช้วิธีไหนมาเร่งการงอกให้เร็วขึ้นและเป็นเมล็ดที่มีพลังในการเจริญเติบโตเร็ว ซึ่งภายใน 14 วัน สามารถงอกได้ถึง 80% สําหรับการศึกษาการขยายพันธ์ุโดยไม่อาศัยเพศปรากฏว่า เทคนิคการปักตัดชําและการเสียบยอดเหมาะกับการขยายพันธ์ไม้พะยูง อย่างไรก็ตาม การตัดปักชํายังให้ เปอร์เซ็นต์การติดรากที่ต่ําอยู่ ถึงแม้จะใช้ฮอร์โมนช่วยในการเร่งรากยังคงได้เพียง 30.55% ซึ่งจะต่างกับ การใช้วิธีเสียบยอด ปรากฏว่า การขยายพันธ์จากแม่ไม้สายพันธ์ุดีที ุ ได้คัดเลือกไว้จาก 6 แหล่ง ให้เปอร์เซ็นต์ การรอดตายระหว่าง 86-100% จึงควรใช้วิธีนี้ในการอนุรักษ์สายพันธ์ุดีและจัดทําสวนผลิตเมล็ดพันธ์ุดี เพื่อผลิตเมล็ดที่มีคุณภาพดีต่อไปสําหรับสวนป่าไม้พะยูงในอนาคต สําหรับเทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อนั้น ได้พัฒนาวิธีการตั้งแต่การเลือกชิ้นส่วนพืช การฆ่าเชื้อชิ้นส่วนพืช การชักนํายอด การยืดยอด และการชักนำราก สําหรับการย้ายชำพะยูงเนื้อเยื่อนอกห้องปฏิบัติการ ยังคงต้องหาเทคนิคต่อไป การศึกษาระยะปลูกที่เหมาะสมสําหรับการปลูกไม้พะยูงผลปรากฏว่า ระยะปลูกและปุ๋ยมีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโต ุ ท้้งความโตและความสูง ผลการเจริญเติบโตในระยะแรก 1-4 ปี แสดงว่าระยะปลูกที่เหมาะสมสําหรับไม้พะยูงขณะนี้คือ 3x3 และ 4x4 เมตร อย่างไรก็ตามควรมีการศึกษาเพิ่มเติมในการพัฒนารูปทรงและเพิ่มผลผลิตๆ ไม่ว่าในรูปของการดายวัชพืช การลิดกิ่ง และการใช้ปุ๋ยที่ปริมาณต่างๆ กัน