กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
ข้าวจัดว่าเป็นอาหารหลักและพืชเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างยิ่งของไทย แต่เนื่องจากสภาวะความเครียดที่เกิดจากสิ่งแวดล้อมทั้งแบบที่เกิดจากสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต เป็นปัญหาที่สำคัญทางสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของข้าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะต้นอ่อนและระยะสืบพันธุ์ ในปัจจุบันปัญหาของสภาวะเครียดจากสิ่งแวดล้อมแบบที่มีชีวิตได้เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะจากโรคต่าง ซึ่งโรคไหม้ของข้าวเป็นโรคหนึ่งที่สำคัญ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและส่งผลให้ผลผลิตของข้าวลดลงเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่แถบเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีการปลูกข้าวมากที่สุดของประเทศไทย กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาและโครงสร้างทางชีวเคมีที่เกิดขึ้นภายในข้าวภายใต้สภาวะปกติและสภาวะถูกเชื้อสาเหตุโรคเข้าทำลาย สามารถที่จะทำการตรวจสอบได้จะต้องอาศัยกระบวนการเรียนรู้และเทคนิคต่างๆ เอฟทีไออาร์สเปกโตสโครปีเป็นเทคนิคหนึ่งที่ใช้ในการตรวจสอบและดูการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างภายในเซลล์ของตัวอย่างข้าว การใช้เทคนิคเอฟทีไออาร์สเปกโตสโครปีเป็นเทคนิคการประยุกต์ในงานวิจัยระดับโมเลกุล วัตถุประสงค์ของการวิจัยนี้เพื่อตรวจสอบการเกิดโรคไหม้ของข้าวในข้าวพันธุ์พื้นเมืองที่เก็บรวบรวมจากจังหวัดนครพนม สกลนคร และมุกดาหาร โดยเทคนิคเทคนิคเอฟทีไออาร์สเปกโตสโครปี โดยทำการศึกษาในข้าวพันธุ์พื้นเมืองจำนวน 80 พันธุ์ในระยะต้นกล้า ทำการทดลองจำนวน 3 ซ้ำ โดยเก็บรวบรวมข้าวพันธุ์พื้นเมืองจำนวน 5 พันธุ์จากจังหวัดนครพนม 68 พันธุ์จากจังหวัดสกลนคร และ 7 พันธุ์จากจังหวัดมุกดาหาร ทำการวิเคราะห์ระดับความต้านทานต่อโรค การเปลี่ยนแปลงปริมาณกรดซาลิไซลิค และสารกลุ่มฟีนอล และตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างทางชีวเคมีของข้าวเมื่ออยู่ในสภาวะถูกเชื้อสาเหตุโรคเข้าทำลาย จากการศึกษาพบว่า สามารถที่จะตรวจสอบโครงสร้างทางชีวเคมีที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยเทคนิคเอฟทีไออาร์สเปกโตสโครปีและแบ่งกลุ่มระดับต้านทานของข้าวพันธุ์พื้นเมืองต่อสภาวะถูกเชื้อสาเหตุโรคเข้าทำลาย ได้เป็นสามกลุ่มคือ ต้านทาน ต้านทานปานกลาง และอ่อนแอ นอกจากนี้ยังพบว่ามีข้าวพันธุ์พื้นเมืองจำนวน 3 พันธุ์ที่สามารถต้านทานสภาวะการเข้าทำลายจากเชื้อสาเหตุโรคเมื่อเปรียบเทียบกับข้าวพันธุ์เปรียบเทียบ โดยศึกษาจากความสามารถในการต้านทานและอ่อนแอต่อโรค และจำนวน 2 พันธุ์ โดยศึกษาจากปริมาณการเปลี่ยนแปลงของกรดซาลิไซลิก ซึ่งข้าวพันธุ์พื้นเมืองทั้ง 5 พันธุ์นี้สามารถแนะนำให้ปลูกได้ในทั้งสามจังหวัดดังกล่าว ซึ่งผลการทดลองที่ได้จากการศึกษาในครั้งนี้สามารถที่จะนำไปใช้ประโยชน์ในการเป็นข้อมูลพื้นฐานในการคัดเลือกพันธุ์ในโครงการปรับปรุงพันธุ์ข้าวต่อไปได้ในอนาคต อีกทั้งยังทราบความหลากหลายชนิดของข้าวพันธุ์พื้นเมืองในเขตสามจังหวัดในเขตอนุภาคลุ่มน้ำโขง