กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้เก็บรวบรวมลิ้นจี่ไว้หลายพันธุ์ การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรมของลิ้นจี่ในแปลงรวบรวบพันธุกรรมของมหาวิทยาลัยแม่โจ้จานวน 22 พันธุ์ และลิ้นจี่ลูกผสมที่ได้จากแปลงเกษตรกรในอ.ฝาง จ.เชียงใหม่จานวน 1 พันธุ์ โดยใช้เครื่องหมายดีเอ็นเอชนิด ISSR (Inter-Simple Sequence Repeat) จานวน 25 ไพรเมอร์ พบแถบ ดีเอ็นเอที่เพิ่มปริมาณได้ทั้งหมดจานวน 130 แถบ (เฉลี่ย 5.2 แถบ/ไพรเมอร์) แถบดีเอ็นเอที่มีความหลากรูปจานวน 112 แถบ (เฉลี่ย 4.48 แถบ/ไพรเมอร์) ค่าสัมประสิทธิ์ความเหมือนระหว่างลิ้นจี่แต่ละพันธุ์อยู่ในช่วง 0.378 (ระหว่างพันธุ์แห้วจีนกับโกมินทร์) ถึง 1.000 (ระหว่างพันธุ์ฮงฮวยกับสาเภาทอง, สาเภาแก้วกับสาแหรกทอง และกวางเจากับโอเฮี๊ยะ) เมื่อจัดกลุ่มความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมของลิ้นจี่โดยใช้ลาไยเป็นตัวเปรียบเทียบ พบว่าพันธุกรรมของลิ้นจี่แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ค่อนข้างสอดคล้องกับพื้นที่ปลูก ได้แก่ กลุ่มที่ 1 ประกอบด้วยลิ้นจี่ที่ปลูกในภาคกลาง กลุ่มที่ 2 ประกอบด้วยลิ้นจี่ที่ปลูกในภาคกลางและภาคเหนือ และกลุ่มที่ 3 ประกอบด้วยลิ้นจี่ที่ปลูกในภาคเหนือ ในการทดลองนี้พบแถบดีเอ็นเอที่มีความจาเพาะกับลิ้นจี่ 2 พันธุ์ คือ แถบดีเอ็นเอที่ 3 ของไพรเมอร์ 817 จาเพาะกับลิ้นจี่พันธุ์บริวสเตอร์ และแถบดีเอ็นเอที่ 2 ของไพรเมอร์ 881 จาเพาะกับลิ้นจี่พันธุ์กิมเจง