กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลกระทบต่อการสึกหรอในการใช้งานระยะยาวของเครื่องยนต์ขนาดเล็กในการเกษตร เมื่อใช้เชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์ E85 และ เชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์ 91 เพื่อเปรียบเทียบอัตราการสึกหรอก่อนและหลังการทดสอบ และความทนทานต่อการใช้งานระยะยาว โดยดำเนินการทดสอบเครื่องยนต์ภายใต้เงื่อนไขในสภาพรับภาระหนัก (Full load) เป็นระยะเวลาต่อเนื่อง 2,000 ชั่วโมง จากการศึกษาพบว่า เครื่องยนต์ดีเซลขนาดเล็กที่ติดตั้งระบบจ่ายน้ำมันแบบคาร์บูเรเตอร์ ใช้เชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์ 91 มีอัตราการสึกหรอของชิ้นส่วนที่มากที่สุดคือ ระยะห่างของปากแหวนตัวที่ 3 โดยคิดเป็น 360.47% เครื่องยนต์ดีเซลขนาดเล็กที่ติดตั้งระบบการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบอิเล็กทรอนิกส์ ใช้เชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์ E85 มีอัตราการสึกหรอของชิ้นส่วนที่มากที่สุดคือ ระยะห่างของปากแหวนตัวที่ 3 โดยคิดเป็น 341.86% และเครื่องยนต์แก็สโซลีนขนาดเล็กติดตั้งระบบจ่ายน้ำมันแบบคาร์บูเรเตอร์ ใช้เชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์ 91 มีอัตราการสึกหรอของชิ้นส่วนที่มากที่สุดคือ ระยะห่างของปากแหวนตัวที่ 2 โดยคิดเป็น 1.66% เครื่องยนต์แก็สโซลีนขนาดเล็กที่ติดตั้งระบบการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบอิเล็กทรอนิกส์ ใช้เชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์ E85 มีอัตราการสึกหรอของชิ้นส่วนที่มากที่สุดคือ ความโก่งของฝาสูบ โดยคิดเป็น 149.52% ดังนั้น เครื่องยนต์ขนาดเล็กในการเกษตร ที่ใช้เชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์ 91 ติดตั้งระบบการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยคาร์บูเรเตอร์ เหมาะสมสำหรับการใช้งานในการเกษตรมากกว่าเครื่องยนต์ขนาดเล็กในการเกษตร ที่ใช้เชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์ E85 ติดตั้งระบบการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยอิเล็กทรอนิกส์