กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การประมาณค่าอัตราพันธุกรรมของนํ้าหนักปลานิลอินทรีย์ภายใต้การเลี้ยงในระบบไบโอฟลอค โดยการประมาณค่าจากประชากรปลานิลรุ่นที่ 2 จำนวน 71 และ 66 ครอบครัวเมื่ออายุ 2-3 เดือนและ 3-4 เดือน องค์ประกอบความแปรปรวนถูกประมาณค่าด้วยวิธี Restricted Maximum Likelihood (REML) โดยใช้ Average Information (AI) algorithm ร่วมกับแบบจำลองสัตว์ (animal model) พบว่าค่าอัตราพันธุกรรมของนํ้าหนักปลานิลมีความแตกต่างไปตามช่วงอายุ โดยที่อายุ 2-3 เดือน ค่าอัตราพันธุกรรมของนํ้าหนักตัวมีค่าเท่ากับ 0.02?0.06 ซึ่งมีค่าตํ่า ที่อายุ 3-4 เดือน ค่าอัตราพันธุกรรมของนํ้าหนักตัวมีค่า 0.16 ? 0.04 ซึ่งมีค่าปานกลางและมีค่ามากกว่าที่อายุ 2-3 เดือน จากการประเมินผลการตอบสนองต่อการคัดเลือกหลังจากคัดพันธุ์ 1 รุ่นได้จากผลต่างของค่าเฉลี่ย least square mean ของปลานิลกลุ่มคัดเลือกกับค่าเฉลี่ย least square mean ของปลานิลกลุ่มควบคุมมีค่าเท่ากับ 0.98 กรัม/รุ่น หรือคิดเป็น 11.78 % และมีความแตกต่างระหว่างกลุ่มคัดเลือกที่มีค่าสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญยิ่งทางสถิติ (p<0.01) ซึ่งนับว่ามีความก้าวหน้าในระดับที่ค่อนข้างดี การศึกษาในระดับโมเลกุลที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโต โดยสุ่มตัวอย่างกลุ่มละ 50 ตัว แบ่งเป็น 2 ขนาด (ขนาดใหญ่และขนาดเล็ก) พบว่า ปลากลุ่มควบคุมขนาดใหญ่ มีค่าเฉลี่ยของนํ้าหนัก ความยาวและความหนา สูงกว่ากลุ่มอื่น ซึ่งสอดคล้องกับค่าสัดส่วนกิจกรรมเอนไซม์ทริปซิน/ไคโมทริปซิน (T/C ratio) ส่วนค่าเฉลี่ยความกว้างของปลาขนาดใหญ่กลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลอง มีค่าสูงกว่าปลาขนาดเล็กกลุ่ม โดยค่าเลือด พบว่า ไม่มีความแตกต่างกันในปลาทุกกลุ่ม ส่วนยีนที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโต พบว่า ยีน GHR1 ในกล้ามเนื้อของกลุ่มปลาขนาดใหญ่มีค่าสูงกว่ากลุ่มปลาขนาดเล็ก จึงสรุปได้ว่ายีน GHR1 ในกล้ามเนื้ออาจจะมีความเกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของลูกปลาที่คัดพันธุ์ครั้งนี้
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 6 — 6. Representative of the deliverable demonstrated in relevant environments
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. identifying problem and identifying societal readiness