กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์วิจัย คือ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและความคาดหวังต่อประสิทธิภาพการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 2) เพื่อพัฒนาตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาในศตวรรษที่ 21 3) เพื่อตรวจสอบคุณภาพของตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยฯ และ 4) เพื่อจัดลำดับความสำคัญของตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยฯ ผลการวิจัยที่สำคัญสรุปได้ดังนี้ 1. ผลการศึกษาสภาพปัจจุบันของประสิทธิภาพการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจากความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสีย 3 กลุ่ม (ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก, สถาบันอุดมศึกษาที่ผลิตครูปฐมวัย และองค์กรภาคีเครือข่าย) พบว่าส่วนใหญ่เห็นว่ายังไม่มีประสิทธิภาพการจัดการศึกษา (ร้อยละ 44.38, 55.36 และ 44.50 ตามลำดับ) รองลงมาคือ มีประสิทธิภาพการจัดการศึกษาบางส่วน (ร้อยละ 42.81 39.28 และ 41.25 ตามลำดับ) และมีประสิทธิภาพการจัดการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม (ร้อยละ 12.81, 5.36 และ 14.25 ตามลำดับ) ส่วนผลการศึกษาความคาดหวังต่อประสิทธิภาพการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยฯ พบว่าทั้ง 3 กลุ่มมีความคาดหวังต่อการพัฒนาประสิทธิภาพการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยฯ (ร้อยละ 97.50, 100.00 และ 98.25 ตามลำดับ) 2. ผลการสังเคราะห์ตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นฯ จากการสังเคราะห์จากเอกสารของประเทศไทยและต่างประเทศจำนวน 90 ฉบับ และจากการสัมภาษณ์ผู้มีส่วนได้เสีย จำนวน 60 คน จาก 3 กลุ่ม (กลุ่มศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก กลุ่มสถาบันอุดมศึกษาที่ผลิตครูปฐมวัย และกลุ่มองค์กรภาคีเครือข่าย) และจากผู้เชี่ยวชาญ 6 คน ทั้งนี้ชุดตัวบ่งชี้ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ 73 ตัวบ่งชี้ (ปัจจัยป้อน 27 ตัวบ่งชี้, กระบวนการ 24 ตัวบ่งชี้, ผลผลิต 15 ตัวบ่งชี้ และผลลัพธ์ 7 ตัวบ่งชี้) 3. ผลจากการตรวจสอบคุณภาพของตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยฯ จากผู้เชี่ยวชาญ และจากการสำรวจความคิดเห็นผู้มีส่วนได้เสีย จำนวน 656 คน พบว่าตัวบ่งชี้มีความตรงเชิงเนื้อหา มีความเหมาะสม มีความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ 4. ผลการจัดลำดับความสำคัญของตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยฯ จากการประเมินของผู้มีส่วนได้เสีย 3 กลุ่ม (ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก, สถาบันอุดมศึกษาที่ผลิตครูปฐมวัย และองค์กรภาคีเครือข่าย) พบว่า องค์ประกอบผลผลิตมีค่าเฉลี่ยสูงสุด (ค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.20, 4.25 และ 4.21 ตามลำดับ) รองลงมาคือกระบวนการ (ค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.16, 4.20, และ 4.18 ตามลำดับ) ปัจจัยป้อน (ค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.15, 4.12, และ 4.14 ตามลำดับ) และผลลัพธ์ (ค่าเฉลี่ย เท่ากับ 3.98, 4.02 และ 3.99 ตามลำดับ)
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 7 — 7. refinement of project and/or solution and, if needed, retesting in relevant environment with relevant stakeholders
ระดับความพร้อมทางเทคโนโลยีที่มีในปัจจุบัน เป็นการกำหนดปัญหา การเสนอแนวคิดในการพัฒนาหรือการแก้ปัญหาและคาดการณ์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และระบุผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องในโครงการ คณะผู้วิจัยจะพัฒนาให้เป็นการปรับปรุงโครงการและ/หรือการแนวทางการพัฒนา การแก้ปัญหา รวมถึงการตรวจสอบคุณภาพขององค์ความรู้และผลผลิตที่พัฒนาขึ้น ที่สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาในศตวรรษที่ 21 และมาจากมุมมองของผู้มีส่วนได้เสีย (stakeholders) ทุกกลุ่ม ได้แก่ ชุดตัวบ่งชี้ที่ส่งเสริมการยกระดับประสิทธิภาพการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, เครื่องมือประเมินตัวบ่งชี้ฯ ที่พัฒนาขึ้น ผลการประมินและจัดลำดับความสำคัญของตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผลการศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แนวทางการเพิ่มผลประสิทธิภาพการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาในศตวรรษที่ 21 จากการประเมินของผู้มีส่วนได้เสีย ผลการศึกษากระบวนการที่เป็นรูปธรรมในการพัฒนาแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผลการประเมินและจัดอันดับประสิทธิภาพการจัดการศึกษาของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, รูปแบบเครือข่ายความร่วมมือเพื่อส่งเสริมการยกระดับประสิทธิภาพการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผลการศึกษาปัจจัยเกื้อหนุนในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อส่งเสริมการยกระดับประสิทธิภาพการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เครื่องมือประเมินเครือข่ายความร่วมมือเพื่อส่งเสริมการยกระดับประสิทธิภาพการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่พัฒนาขึ้น ทั้งนี้ องค์ความรู้และผลผลิตที่พัฒนาขึ้นจะสอดคล้องในบริบทที่เกี่ยวข้องกับความเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาในศตวรรษที่ 21 และจากมุมมองของผู้มีส่วนได้เสีย (stakeholders) ทุกฝ่าย ได้แก่ 1) กลุ่มศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่จัดการเรียนการสอนระดับปฐมวัย 2) กลุ่มสถาบันอุดมศึกษาที่ผลิตครูปฐมวัย และ 3) กลุ่มองค์กรภาคีเครือข่าย ได้แก่ ชุมชน กรรมการสถานศึกษา ปราชญ์ชาวบ้าน องค์กรศาสนา และองค์การบริหารส่วนตำบลที่กำกับดูแลศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และนำผลการศึกษาไปปรับใช้ในบริบทของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่เป็นเครือข่ายของกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งจะเป็นผลกรทบทางบวกของโครงการวิจัยในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาประสิทธิภาพการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กได้อย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจน มีการวางแผนร่วมกันในการนำร่องขยายผล (pilot project) ของโครงการวิจัยฯ นี้ ให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด ไปใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป ได้แก่ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบริเวณใกล้เคียง และส่งผลการวิจัยและพัฒนาให้แก่องค์การบริหารส่วนตำบล และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อใช้ประโยชน์ได้อย่างตรงจุด ใช้ในการวางแผน การกำหนดนโยบายในการยกระดับประสิทธิภาพการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีความยั่งยืนต่อไป
การวิเคราะห์ปัญหาและกำหนดความพร้อมของความรู้และเทคโนโลยีทางด้านสังคมที่มี จากการสัมภาษณ์เบื้องต้นผู้มีส่วนได้เสีย (stakeholders) ได้แก่ ครูปฐมวัย หัวหน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก บุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาระดับปฐมวัย ในช่วงเดือนสิงหาคม 2561 ของคณะนักวิจัย และผู้ช่วยนักวิจัยในพื้นที่ ที่ทำงานในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของโครงการวิจัยนี้ ทั้ง 4 จังหวัด พบว่า ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กส่วนใหญ่ ยังด้อยประสิทธิภาพในการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยทั้งในส่วนของปัจจัยป้อน (input) กระบวนการ (process) เพื่อสร้างผลผลิต (output) ในการจัดการศึกษา โดยเฉพาะในส่วนของกระบวนการเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน