กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
แผนงานการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและคุณภาพข้าวเหนียวไทยประกอบด้วย 4 แผนงานย่อย ได้แก่ 1) การปรับปรุงพันธุ์ข้าวเหนียวให้ผลผลิตสูง ต้านทานต่อโรคไหม้ ขอบใบแห้ง และแมลงบั่ว 2) การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต วิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและวิทยาการเมล็ดพันธุ์ข้าวเหนียว 3) การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตข้าวเหนียวไทย และ 4) การจัดการศัตรูข้าวที่สำคัญเพื่อรักษาเสถียรภาพผลผลิตข้าวเหนียว แผนงานย่อยการปรับปรุงพันธุ์ข้าวเหนียวให้ผลผลิตสูง ต้านทานต่อโรคไหม้ ขอบใบแห้ง และแมลงบั่ว มีวัตถุประสงค์เพื่อเพื่อปรับปรุงพันธุ์ข้าวเหนียวไวต่อช่วงแสงสำหรับพื้นที่นาน้ำฝน และข้าวเหนียวไม่ไวต่อช่วงแสงสำหรับพื้นที่นาชลประทาน ให้มีผลผลิตสูง ต้านทานต่อโรคไหม้ ขอบใบแห้ง และแมลงบั่ว ประกอบด้วย 2 โครงการ คือ โครงการปรับปรุงพันธุ์ข้าวเหนียวไวต่อช่วงแสงให้ผลผลิตสูง ต้านทานต่อโรคไหม้ และขอบใบแห้ง และโครงการปรับปรุงพันธุ์ข้าวเหนียวไม่ไวต่อช่วงแสงให้ผลผลิตสูง ต้านทานต่อโรคไหม้ ขอบใบแห้ง และแมลงบั่ว ทั้งสองโครงการมีแนวทางการดำเนินงาน 2 แนวทาง โดยแนวทางแรกเป็นการพัฒนาประชากรข้าวขึ้นมาใหม่เพื่อให้ผลผลิตสูง ต้านทานต่อโรคไหม้ ขอบใบแห้ง และแมลงบั่ว เริ่มจากกิจกรรมการผสมพันธุ์ การชักนำให้เกิดการกลายพันธุ์ การคัดเลือกสายพันธุ์ข้าวเหนียวไวต่อช่วงแสงให้ต้านทานโรคไหม้ด้วยวิธีการ upland short row การคัดเลือกสายพันธุ์ข้าวให้ต้านทานต่อโรคไหม้และขอบใบแห้งโดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพ การปลูกคัดเลือกสายพันธุ์ข้าวเหนียวไวต่อช่วงแสงจากประชากรที่กระจายตัว และการเร่งชั่วอายุ สำหรับข้าวเหนียวไวต่อช่วงแสง แนวทางที่สองนำสายพันธุ์ข้าวที่ได้จากการดำเนินงานในช่วงปี 2563 ทดสอบต่อในกิจกรรมการศึกษาพันธุ์ การเปรียบเทียบผลผลิตภายในสถานี การเปรียบเทียบผลผลิตระหว่างสถานี การเปรียบเทียบผลผลิตในนาราษฎร์ การทดสอบปฏิกิริยาต่อโรคไหม้ระยะกล้า ระยะออกรวง การทดสอบปฏิกิริยาต่อโรคขอบใบแห้ง ต่อแมลงบั่ว การตอบสนองต่อปุ๋ยไนโตรเจนของข้าวเหนียวสายพันธุ์ดีเด่น การวิเคราะห์คุณภาพเมล็ดทางกายภาพ คุณภาพการสี คุณภาพทางเคมี และการศึกษาระยะพักตัวของเมล็ด ทั้งนี้เพื่อให้ได้ข้อมูลสำหรับการเสนอขอรับรองพันธุ์ โดยโครงการปรับปรุงพันธุ์ข้าวเหนียวไวต่อช่วงแสงให้ผลผลิตสูง ต้านทานต่อโรคไหม้ และขอบใบแห้ง ได้ข้อมูลข้าวเหนียวไวต่อช่วงแสงสายพันธุ์ดีเด่น RGDU10017-1-MAS-49-4-1-NKI-1-3-1-2 สำหรับพื้นที่นาน้ำฝน และได้ข้อมูลข้าวเหนียวไม่ไวต่อช่วงแสงสายพันธุ์ดีเด่น PRE11012-24-1-1-1 สำหรับพื้นที่นาชลประทาน แผนงานย่อยการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต วิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและวิทยาการเมล็ดพันธุ์ข้าวเหนียว จำนวน 3 โครงการ ผลการวิจัยด้านการรักษาความบริสุทธิ์เมล็ดพันธุ์ในการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวเหนียว พบว่า จากการปลูกข้าวเหนียวจำนวน 400 รวง ใน 4 สถานี เกิดการปนของข้าวเจ้าในข้าวเหนียวที่ปลูกในแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์คิดเป็นอัตราร้อยละ 3.25 ของจำนวนแถวที่ปลูกในแปลง ผลการวิจัยด้านเทคโนโลยีการเก็บรักษาและการตรวจสอบสุขภาพของเมล็ดพันธุ์ข้าวเหนียว ในการศึกษาชนิดและรูปแบบของสารสกัดสมุนไพรที่มีฤทธิ์ในการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูหลังเก็บเกี่ยวและคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ข้าว ในสภาพห้องปฏิบัติการ 4 แห่ง พบว่า ผงว่านน้ำสามารถป้องกันมอดข้าวเปลือก และด้วงงวงข้าวโพดได้ดีกว่าผงไพล และการใช้ผงว่านน้ำคลุกเมล็ดโดยตรงสามารถป้องกันได้ดีกว่าการใช้ผงว่านน้ำใส่ถุงชาวางบนข้าว โดยกรรมวิธีการใช้ผงว่านน้ำคลุกเมล็ด อัตรา 2.5 5 และ 10 กรัม ทำให้มอดข้าวเปลือก และด้วงงวงข้าวโพด มีอัตราการตายอยู่ระหว่าง 88 – 100 เปอร์เซ็นต์ และเมล็ดพันธุ์ข้าวยังคงมีความงอกสูงกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ สำหรับการใช้สารสกัดน้ำมันว่านน้ำ และน้ำมันไพลคลุกเมล็ด ทำให้มอดข้าวเปลือก และด้วงงวงข้าวโพด มีอัตราการตาย 100 เปอร์เซ็นต์ แต่มีผลทำให้ความงอกของเมล็ดพันธุ์ลดลง อย่างไรก็ตามการใช้สมุนไพรในรูปแบบผง และสารสกัดน้ำมัน ในทุกกรมมวิธี มีแนวโน้มทำให้มอดข้าวเปลือกและด้วงงวงข้าวโพดในรุ่นลูก (F1) ลดลง การศึกษาเทคนิคการตรวจสอบสุขภาพของเมล็ดพันธุ์ข้าวเหนียว พบว่า การตรวจหาชนิด และปริมาณของเชื้อราสาเหตุโรคที่ติดมากับเมล็ดพันธุ์ข้าวโดยวิธีเพาะบนกระดาษชื้น (Blotter method) พบเชื้อราสาเหตุโรคที่ติดมากับเมล็ดพันธุ์ข้าว จำนวน 4 ชนิด โดยเชื้อราที่พบมากที่สุด คือ Fusarium spp. รองลงมาคือ Curvularia spp., Alternaria spp. และ Bipolaris spp. การตรวจสอบเชื้อแบคทีเรียสาเหตุโรคที่ติดมากับเมล็ดพันธุ์ โดยวิธี Between paper พบว่า ข้าวพันธุ์สันป่าตอง 1 (ศวข.เชียงราย) กข6 (ศวข.สกลนคร อุดรธานี หนองคาย) และข้าวพันธุ์ กข12 กข18 กข22 (ศวข.หนองคาย) มีเปอร์เซ็นต์ของต้นกล้าที่เกิดแผลมากกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ เมื่อนำต้นกล้าที่แสดงอาการแผลมาแยกเชื้อ พบว่า สามารถแยกเชื้อแบคทีเรียที่มีโคโลนีสีเหลือง และเมื่อนำไปปลูกเชื้อลงบนกล้าข้าวทำให้ข้าวเกิดโรคคล้ายกับอาการของโรคขอบใบแห้งได้ การตรวจสอบเชื้อแบคทีเรียสาเหตุโรคที่ติดมากับเมล็ดพันธุ์โดยวิธี PCR โดยการนำเชื้อแบคทีเรียที่เจริญบนอาหาร PSA จำนวน 95 ไอโซเลท มาสกัดดีเอ็นเอ และตรวจสอบสอบเชื้อ Xanthomonas oryzae pv. oryzae ด้วยวิธีพีซีอาร์ (PCR) โดยใช้ไพรเมอร์ XOR-F และ XOR-R พบว่า แบคทีเรียที่เป็นตัวควบคุมเชิงบวก (P) มีขนาดดีเอ็นเอ 490 คู่เบส ขณะที่ตัวอย่างทั้ง 95 ตัวอย่าง ไม่พบแถบดีเอ็นเอ แสดงว่าไม่พบเชื้อแบคทีเรีย X. oryzae pv. oryzae ติดมากับเมล็ดพันธุ์ข้าว สำหรับผลการวิจัยด้านการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวเพื่อลดความสูญเสียด้านปริมาณและคุณภาพข้าวเหนียว ในการศึกษาระยะเวลาและวิธีการเก็บเกี่ยวที่มีผลต่อการสูญเสียปริมาณและคุณภาพข้าวเหนียว พบว่าการเก็บเกี่ยวข้าวที่อายุ 22 30 และ 40 วันหลังออกดอก ด้วยแรงงานคน และรถเกี่ยว ผลผลิตไม่แตกต่างกัน แต่การเก็บเกี่ยวข้าวอายุ 22-30 วันหลังออกดอก (ความชื้นผลผลิต 22-30 เปอร์เซ็นต์) ด้วยแรงงานคน ผลผลิตที่ได้มีคุณภาพการสีดี และมีการสูญเสียผลผลิตในขบวนการเก็บเกี่ยวน้อยกว่าการเกี่ยวข้าวที่อายุ 40 วันหลังออกดอก การเก็บเกี่ยวด้วยรถเกี่ยวนวด สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตั้งแต่ 30-40 วันหลังออกดอก (ความชื้นผลผลิต 18-26 เปอร์เซ็นต์) ถึงแม้จะมีการสูญเสียผลผลิตมากกว่าการเก็บเกี่ยวข้าวที่อายุ 22 วันหลังออกดอก แต่ผลผลิตที่ได้ยังคงมีคุณภาพการสีในระดับดีถึงดีมาก โดยในพื้นที่ที่มีปัญหาเรื่องจำนวนรถเกี่ยวนวดและแรงงานไม่เพียงพอ เกษตรกรสามารถปล่อยข้าวไว้ในแปลงนาได้โดยผลผลิตข้าวยังคงมีคุณภาพการสีดีกว่าการเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิต แต่ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงความชื้นผลผลิตขณะเก็บเกี่ยว สภาพต้นข้าวและสภาพแปลงนาด้วย ในการศึกษาวิธีการลดความชื้นหลังการเก็บเกี่ยวและระยะเวลาการเก็บรักษาที่มีผลต่อคุณภาพ พบว่า การใช้เครื่องอบมีเปอร์เซ็นต์ข้าวกล้อง เปอร์เซ็นต์รำ และเปอร์เซ็นต์ต้นข้าวและข้าวเต็มเมล็ด สูงกว่าวิธีการตากแดด แต่ดัชนีความขาวของข้าวสารของวิธีการตากแดดสูงกว่าการใช้เครื่องอบ เมื่อเก็บรักษาเป็นระยะเวลานานพบว่า เปอร์เซ็นต์แกลบ เปอร์เซ็นต์ข้าวกล้อง เปอร์เซ็นต์รำ เปอร์เซ็นต์ข้าวสาร ความนุ่มของข้าวสุก และดัชนีความขาวของข้าวสารมีแนวโน้มลดลง ส่วนความแข็งของข้าวสุกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเมื่อเก็บรักษาเป็นระยะเวลา 6 เดือน สำหรับศึกษาการใช้บรรจุภัณฑ์ชนิดต่าง ๆ เพื่อป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูในโรงเก็บข้าวเหนียวเพื่อการบริโภค พบว่าถุง LDPE ถุง nylon และถุง PET ป้องกันการเกิดสิ่งเจือปนได้ดี เทียบเท่ากับ IRRI Super bag สำหรับเปอร์เซ็นต์ความงอกของเมล็ดพันธุ์ที่เก็บในบรรจุภัณฑ์ทั้ง 4 ชนิดสูงกว่า 96 เปอร์เซ็นต์ เปอร์เซ็นต์น้ำหนักเมล็ดที่สูญเสียจากการทำลายของแมลงน้อยที่สุด คือ IRRI Super bag รองลงมาคือ ถุง LDPE ถุง nylon และถุง PET สำหรับกระสอบพลาสติกสาน พบเปอร์เซ็นต์น้ำหนักเมล็ดที่สูญเสียจากการทำลายของแมลงมากที่สุด การใช้ถุง nylon ในการเก็บรักษาข้าวเปลือกจะได้คุณภาพการสีของข้าวดีกว่าบรรจุภัณฑ์ชนิดอื่น รวมถึงสีเมล็ดข้าวเปลือกและข้าวสาร และสามารถคงคุณภาพเนื้อสัมผัสของข้าวสุกได้นานที่สุดถึง 7 เดือน และสำหรับการตรวจติดตามการปนเปื้อนของสารพิษจากเชื้อราและการตกค้างจากสารเคมีทางการเกษตร พบว่า ข้าวสารเหนียวที่มีวางจำหน่ายในตลาดพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ทุกตัวอย่างพบอะฟลาทอกซินบี 1 ต่ำกว่า 0.4 พีพีบี เชื้อรา Aspergillus flavus ตั้งแต่ 0-100 เปอร์เซ็นต์ และ Aspergillus niger ตั้งแต่ 0-70 เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่พบการตกค้างของสารเคมีทางการเกษตรกลุ่มออร์แกโนฟอสเฟต ไพรีทรอยด์ ออร์กาโนคลอรีน และกลุ่มคาร์บาเมต แผนงานย่อยการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตข้าวเหนียวไทยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาชุดเทคโนโลยีการผลิตข้าวเหนียว และการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตข้าวเหนียวให้เหมาะสมกับพื้นที่เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต ประกอบด้วย 2 โครงการ คือ โครงการเทคโนโลยีการผลิตข้าวเหนียวที่เหมาะสมกับพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และโครงการเทคโนโลยีการผลิตข้าวเหนียวภาคเหนือตอนบน ผลการทดลองในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เป็นการทดสอบชุดเทคโนโลยีที่แนะนำ ในพื้นที่ S1 S2 S3 และสภาพนนาชลประทาน เปรียบเทียบกับวิธีเกษตรกร พบว่า ชุดเทคโนโลยีการผลิตข้าวเหนียวทั้ง 4 ชุด ชุดที่แนะนำในพื้นที่ S1 และ สภาพนาชลประทาน เป็นการลดต้นทุนการผลิต ชุดที่แนะนำในพื้นที่ S2 ไม่ลดต้นทุนและไม่เพิ่มผลผลิต และชุดที่แนะนำในพื้นที่ S3 ลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต การทดลองในภาคเหนือพบว่า การจำแนกพื้นที่ปลูกและการประเมินความแปรปรวนของผลผลิตข้าวเหนียวในภาคเหนือตอนบน เฉลี่ยในช่วง 10 ปี ผลผลิตของข้าวเหนียว ทั้งพันธุ์ไวต่อช่วงแสงและพันธุ์ไม่ไวต่อช่วงแสง ใน…
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. identifying problem and identifying societal readiness